มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง 9 ปี หนุนเยาวชนชายแดนใต้
วันที่ 18 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย มอบทุนการศึกษาทางไกลผ่านระบบจอภาพ (VTC) โดยมี พลตรี ภูมิ กัลยาณมิตร ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการเพื่อความมั่นคง กรมกิจการชายแดนทหาร ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการมูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน ณ ห้องเจ้าพระยาไชยานุภาพ อาคาร 3 กองบัญชาการกองทัพไทย และมี พลตรี เฉลิมพงค์ คงบัว เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธาน ณ ห้องประชุม 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จำนวน 38 ทุน (ทุนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564) ทุนละ 2,500 บาท
มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่อยู่อาศัยตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการให้ทุนการศึกษาและจัดกิจกรรมเสริมสร้างทักษะในการประกอบอาชีพแก่นักเรียน เพื่อให้มีโอกาสศึกษาสูงขึ้น มีงานทำ และสามารถพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง ได้เดินหน้าสนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนในพื้นที่รับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า อย่างต่อเนื่อง เป็นระยะเวลา 9 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่มีความประพฤติดี ผลการเรียนดี ครอบครัวมีฐานะยากจน และบางส่วนเป็นบุตรของผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
สำหรับในปี พ.ศ. 2569 มูลนิธิเพื่อการศึกษาบริเวณชายแดน กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ได้รับจัดสรรทุนจำนวน 38 ทุน โดยปรับเพิ่มเป็นทุนละ 2,500 บาท และได้แบ่งมอบให้กับหน่วยในพื้นที่เพื่อนำไปจัดสรรแก่นักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ได้แก่ หน่วยเฉพาะกิจยะลา 6 ทุน, หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี 5 ทุน, หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 9 ทุน, หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 6 ทุน, หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข 4 ทุน, สำนักอำนวยการ 4 ทุน และทุนจากจดหมายของประชาชนอีก 4 ทุน รวมทั้งหมด 38 ทุน
ทั้งนี้ การสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องนี้นอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่สามารถเดินหน้าศึกษาต่อ และเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมในอนาคต สะท้อนถึงความร่วมมือในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้


























0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น