เจ้าหน้าที่ เดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน พร้อมเข้าเก็บหลักฐานวัตถุพยานเพื่อติดตามกลุ่มก่อเหตุ

เจ้าหน้าที่ เดินหน้าให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน พร้อมเข้าเก็บหลักฐานวัตถุพยานเพื่อติดตามกลุ่มก่อเหตุ


วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน PT บ้านปูลานิบง ถนนทางหลวงหมายเลข 4327 ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าควบคุมและเคลียร์พื้นที่โดยทันที พร้อมตรวจสอบจุดเกิดเหตุและเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐาน เพื่อขยายผลติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและประเมินความเสียหายของสถานีบริการน้ำมัน บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันได้รับความเสียหายและต้องปิดปรับปรุง ทำให้ประชาชนต้องเดินทางไปใช้บริการสถานีบริการน้ำมันแห่งอื่น ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร ขณะที่พนักงานของสถานีบริการน้ำมันต้องหยุดงานและขาดรายได้ในช่วงที่ปิดให้บริการ ล่าสุดมีผู้ประกอบการ ประชาชนที่ได้รับความเสียหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บ เข้ามาลงทะเบียนเพื่อขอรับการช่วยเหลือและเยียวยาแล้ว ส่วนพนักงานของสถานีบริการน้ำมัน ทางสำนักงานใหญ่จะรับเรื่องดูแลและให้ความช่วยเหลือต่อเนื่อง



ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจสอบพื้นที่และเฝ้าระวังบริเวณโดยรอบ เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านความปลอดภัย การรวบรวมพยานหลักฐาน และการช่วยเหลือเยียวยา เพราะเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะจุดเกิดเหตุ แต่ยังสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน กระทบต่อการประกอบอาชีพและเศรษฐกิจในพื้นที่ รวมถึงส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของจังหวัด จึงเป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และดูแลพื้นที่ให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหตุเพลิงไหม้ปอเนาะบ้านบูโละห์กาเปะ เสียหาย 4 หลัง พร้อมเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งช่วยเหตุเพลิงไหม้ปอเนาะบ้านบูโละห์กาเปะ เสียหาย 4 หลัง พร้อมเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ


▪️ วันนี้ (2 ตุลาคม 2569) เวลา 10.30 น.ว่าที่ร้อยตรี จิรัสย์ ศิริวัลลภ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย พันตรี ไกรสิทธิภณ คงดำ รองผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 นายมะยูโซะ กูเตะ นายอำเภอยะรัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามเหตุเพลิงไหม้ภายในสถาบันปอเนาะบ้านบูโละห์กาเปะ หรือโรงเรียนแสงธรรมวิทยา หมู่ 4 ตำบลสะดาวา อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเกิดเหตุเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. โดยมี นายอะหมัดรุสลัน หะยีแวสะแลแม ผู้รับใบอนุญาตสถาบันปอเนาะบ้านบูโละห์กาเปะ พร้อมคณะอุสตาด บุคลากร และนักเรียน ให้การต้อนรับ



▪️ เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นบริเวณอาคารปอเนาะซึ่งใช้เป็นเรือนนอนของผู้เรียน(ผู้สูงอายุ)และผู้พักอาศัย โดยเพลิงได้ลุกลามสร้างความเสียหายประมาณ 4 หลัง ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ได้เร่งเข้าช่วยเหลือและสนับสนุนการควบคุมสถานการณ์ พร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ จนสามารถควบคุมเพลิงและสถานการณ์สงบลงได้

▪️ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียด โดยยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือสาเหตุอื่น ต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ



▪️ ด้าน พันตรี ไกรสิทธิภณ คงดำ รองผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 153 กล่าวว่า ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ หน่วยได้เร่งประสานกำลังพลและหน่วยงานในพื้นที่เข้าช่วยเหลือทันที โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ที่อยู่ภายในปอเนาะ พร้อมสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่โดยเร็ว

▪️ นายอะหมัดรุสลัน หะยีแวสะแลแม ผู้รับใบอนุญาตสถาบันปอเนาะบ้านบูโละห์กาเปะ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับนักเรียน ครู และชาวบ้านในพื้นที่ ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหายของอาคารและสิ่งของที่ได้รับผลกระทบ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือและดูแลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว โดยหลังจากนี้จะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและฟื้นฟูเรือนนอนที่ได้รับความเสียหาย



▪️ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มอบถุงยังชีพ พร้อมสิ่งของจำเป็น อาทิ ขนม น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ชุดผ้าละหมาด และของใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเร่งประสานความช่วยเหลือและเยียวยา รวมทั้งติดตามประเมินความเสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือสถาบันปอเนาะ นักเรียน และผู้ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างรวดเร็วและทั่วถึง




......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอแสดงความเสียใจ กับสมาชิกเอก มะกอเซ็ง โละมะ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดคุ้มครองตำบลลุโบะยิไร

ขอแสดงความเสียใจ
กับสมาชิกเอก มะกอเซ็ง โละมะ
สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ชุดคุ้มครองตำบลลุโบะยิไร
ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตภายในสวนยางพารา ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลลุโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี


......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ห่วงใยประชาชน ส่งชุดหมอเดินเท้าลงพื้นที่รือเสาะ เยี่ยมผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ห่วงใยประชาชน ส่งชุดหมอเดินเท้าลงพื้นที่รือเสาะ เยี่ยมผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง


เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 4611 จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ลงพื้นที่จัด "ชุดหมอเดินเท้า" เข้าพบปะเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส



ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าสอบถามปัญหา ข้อขัดข้อง และสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบความเดือดร้อนและเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นได้อย่างตรงจุด พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงครอบครัว นอกจากนี้ยังได้ให้ช่องทางการติดต่อสื่อสารเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนสามารถขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยทหารในพื้นที่ได้โดยตรงตลอดเวลาเมื่อมีความจำเป็น



ทางด้านครอบครัวของผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงต่างรู้สึกซาบซึ้งและกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ได้เดินทางมาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคในครั้งนี้ ซึ่งช่วยสร้างความปลื้มปีติและเติมเต็มกำลังใจให้แก่ครอบครัวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีและความไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่ทหารกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



ต่อชีวิตคุณแม่หลังคลอดเกิดภาวะตกเลือด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมใจบริจาคโลหิตช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา

ต่อชีวิตคุณแม่หลังคลอดเกิดภาวะตกเลือด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมใจบริจาคโลหิตช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดยะลา


เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ธนาคารเลือด ชั้น 5 อาคารตึก 7 โรงพยาบาลศูนย์ยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ได้จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทานของหน่วย เข้าร่วมบริจาคโลหิตเป็นการด่วน เพื่อเร่งช่วยเหลือ นางสาวฟาอีซะ มาฮะ ซึ่งประสบภาวะสูญเสียเลือดมากจากการคลอดบุตร โดยปัจจุบันเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์แม่และเด็กยะลา และมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตสำรองในการรักษาเพื่อทดแทนเลือดที่เสียไป การส่งมอบกำลังใจและหยาดโลหิตในครั้งนี้จัดขึ้น



สำหรับการภารกิจช่วยเหลือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางครอบครัวของ นางสาวฟาอีซะ ได้ขอความช่วยเหลือมายังหน่วย เนื่องจากต้องการโลหิตจำนวนมากในการพยุงอาการและเร่งฟื้นฟูร่างกายทันทีหลังการคลอด เมื่อทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ได้รับทราบความเดือดร้อน จึงได้ทำการคัดเลือกกำลังพลจิตอาสาที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และมีกลุ่มเลือดตรงตามความต้องการ เดินทางเข้าบริจาคโลหิตอย่างทันท่วงที เพื่อให้มีปริมาณเลือดเพียงพอต่อการนำไปใช้ในขั้นตอนการรักษาของแพทย์



ด้านครอบครัวของ นางสาวฟาอีซะ มาฮะ ได้แสดงความซาบซึ้งและกล่าวขอบคุณกำลังพลจิตอาสา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เป็นอย่างมาก ที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามวิกฤตอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงภารกิจของทหารที่ไม่เพียงแต่เคียงข้างและดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ แต่ยังพร้อมเป็นที่พึ่งพาของประชาชนในทุกโอกาส โดยเฉพาะการช่วยชีวิตพี่น้องประชาชนในยามเจ็บป่วยและเดือดร้อนอย่างแท้จริง

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า







คนร้ายลอบยิง อส.ชคต.ลุโบะยิไร เสียชีวิต ขณะกรีดยางในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและติดตามผู้ก่อเหตุ

คนร้ายลอบยิง อส.ชคต.ลุโบะยิไร เสียชีวิต ขณะกรีดยางในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและติดตามผู้ก่อเหตุ


เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 07.30 น. เกิดเหตุคนร้ายลอบยิงสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) ลุโบะยิไร บริเวณสวนยางพารา บ้านโคกระกำ หมู่ที่ 8 ตำบลลุโบะยิไร อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เป็นเหตุให้นายมะกอเซ็ง โละมะ สมาชิก อส.ชคต.ลุโบะยิไร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่างการลาพัก โดยเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านเพื่อไปกรีดยางพาราในสวนของตนเอง ต่อมาเวลาประมาณ 07.30 น. ขณะกำลังกรีดยาง ได้มีคนร้ายซึ่งซุ่มอยู่บริเวณป่าข้างสวนยาง ใช้อาวุธปืนลอบยิง ส่งผลให้เสียชีวิตดังกล่าว


ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากนายรูซามัน มะโระ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลลุโบะยิไร ก่อนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนด้านความปลอดภัย และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสืบสวนหาสาเหตุและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายเหตุการณ์และดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณเกิดเหตุ ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นราธิวาส แถลงผลยึดยาไอซ์ 600 กก. มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท เดินหน้าขยายผลกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย นราธิวาส แถลงผลยึดยาไอซ์ 600 กก. มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท เดินหน้าขยายผลกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด


เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส แห่งที่ 2 หลังบูรณาการกำลังเข้าตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 600 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ตำบลนานาค อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ภายใต้ยุทธการ “นราธิวาสพิฆาตยาเสพติด”
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การตรวจยึดครั้งนี้พบเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงมีคำสั่งให้พ้นจากหน้าที่และดำเนินคดีทางอาญา พร้อมสั่งการให้อำเภอตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาทุกระดับ เพื่อให้การกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นไปอย่างเหมาะสม




จังหวัดนราธิวาสจะเดินหน้าขยายผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องและยึดทรัพย์สินตามเส้นทางการเงิน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง แม้ครบกำหนด 90 วันของยุทธการ “พิฆาตยาเสพติด” แล้ว การดำเนินงานจะยังคงต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างชุมชนเข้มแข็งและการขับเคลื่อนแนวทางธรรมนูญหมู่บ้าน หรือฮูกุมปากัต 9 ดี
ด้าน พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ผลการปฏิบัติครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของประชาชนที่ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การตรวจยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ โดยเจ้าหน้าที่จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกพื้นที่ เพื่อขยายผลกวาดล้างเครือข่าย รวมถึงติดตามยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องตามเส้นทางการเงิน



จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ยาเสพติดดังกล่าวมีปลายทางไปยังต่างประเทศ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ก่อนนำของกลางส่งตรวจพิสูจน์และดำเนินการทำลายตามขั้นตอนของทางราชการต่อไป
ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว สวท.นราธิวาส




......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 ตุลาคม 2569

“สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่น 47 เปิดประตูเรียนรู้ความต่าง สร้างสายใยหัวใจเดียวกัน

“สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่น 47 เปิดประตูเรียนรู้ความต่าง สร้างสายใยหัวใจเดียวกัน


(1 ตุลาคม 2569) ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมพิธีเปิดโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 47 โดยมี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และนายกมูลนิธิสานใจไทย สู่ใจใต้ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายอารีย์ วงศ์อารยะ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสานใจไทย สู่ใจใต้ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ครอบครัวอุปถัมภ์จากพื้นที่ภาคกลาง 160 ครอบครัว และเยาวชนเข้าร่วมโครงการ 320 คน



พลเอกสุรยุทธ์ กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและต้อนรับเยาวชน “สานใจไทย สู่ใจใต้ รุ่นที่ 47” พร้อมขอให้เยาวชนใช้โอกาสนี้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์และสังคมที่มีความแตกต่างทั้งด้านภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม สร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพราะ “ความแตกต่างไม่ใช่ความแตกแยก แต่คือพลังของสังคมพหุวัฒนธรรม”

พร้อมกันนี้ ยังฝากให้เยาวชนเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของโลก ร่วมกันดูแลสิ่งแวดล้อม และยึดมั่นในคำว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” โดยเริ่มต้นจากการทำความดีและช่วยแก้ปัญหาจากเรื่องเล็ก ๆ ก่อนขยายไปสู่การร่วมมือกันสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ



ขณะที่ตัวแทนเยาวชน กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมโครงการว่า รู้สึกประทับใจ เป็นเกียรติ และยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ซึ่งเป็นเสมือน “โครงการแห่งเกียรติยศ” ที่ไม่ได้มอบเพียงประสบการณ์การใช้ชีวิต แต่ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสความงดงามภายใต้ความหลากหลายของชุมชน เรียนรู้คำว่า “ให้อภัย เข้าใจ เท่าเทียม และเห็นอกเห็นใจ” ยอมรับความแตกต่าง และมองเห็นคุณค่าของกันและกัน


ในโอกาสเดียวกัน นายชนธัญ แสงพุ่ม ได้ร่วมรับโล่รางวัลเกียรติคุณโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความร่วมมือในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เชื่อมโยงเยาวชนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้กับครอบครัวและสังคมต่างวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจ ความสัมพันธ์ และมิตรภาพที่เติบโตไปพร้อมกัน



โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ไม่ใช่เพียงการพาเยาวชนออกไปเรียนรู้โลกกว้าง แต่คือการเปิดพื้นที่ให้ “ความต่างได้รู้จักกัน ความเข้าใจได้เติบโต และมิตรภาพได้กลายเป็นพลัง” เพื่อร่วมกันสร้างสังคมไทยที่อยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจและเคารพความหลากหลาย

ที่มา : ภาพ/ข่าว ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้



......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
1 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More