"รู้หรือไม่? ประเทศไทยเรามีมัสยิดมากเป็นอันดับที่ 30 ของโลก!

"รู้หรือไม่? ประเทศไทยเรามีมัสยิดมากเป็นอันดับที่ 30 ของโลก! 🇹🇭✨



มัสยิดไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรมที่สวยงาม แต่คือ 'ศูนย์รวมจิตใจ' และพื้นที่แห่งการสร้างความดีของพี่น้องมุสลิมไทย ในขณะที่พี่ใหญ่อย่างอินโดนีเซียครองอันดับ 1 ของโลกที่มีมัสยิดมากที่สุดถึงกว่า 8 แสนแห่ง! 🕌
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พลังแห่งศรัทธาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติคือสิ่งที่มีค่าที่สุด"

………………………………………………..

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

‘ผนึกพลัง–บูรณาการ–ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน’ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เร่งเครื่อง IWG รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแก้ปัญหา จชต. จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

‘ผนึกพลัง–บูรณาการ–ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน’ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เร่งเครื่อง IWG รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแก้ปัญหา จชต. จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 


วันนี้ 29 เมษายน 2569 พลตรี อนุชา โนนคู่เขตโขง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนายุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานการสัมมนาทบทวน ติดตาม และประเมินผลการบูรณาการแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้กลไกการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Integration Working Groups: IWG) ระหว่างวันที่ 27–29 เมษายน 2569 ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมี อาจารย์วาริน นาราวิทย์ ที่ปรึกษาส่วนพัฒนายุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโครงสร้าง เข้าร่วมสัมมนา รวมทั้งสิ้น 120 คน



การจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการสื่อสารสาธารณะ ซึ่งไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างมีเอกภาพและต่อเนื่อง

สำหรับวัตถุประสงค์ของการสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อทบทวนและวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ การติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะกิจงานเร่งด่วน พร้อมวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค เพื่อกำหนดแนวทางในระยะต่อไป และการรวบรวมข้อเสนอแนะและแนวคิดเชิงนโยบาย เพื่อนำไปพัฒนากลไกการขับเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน 



ทั้งนี้ ในห้วงการประชุม ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน โดยศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนที่เกี่ยวข้อง ร่วมสะท้อนแนวทางการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ในช่วงกิจกรรมภาคปฏิบัติ ได้มีการจัดกิจกรรมกลุ่มย่อย (Workshop) เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์วาริน ร่วมบรรยายและให้ข้อเสนอแนะในประเด็นด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ พลตรี อนุชา โนนคู่เขตโขง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่ การจัดทำแผนบูรณาการที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การกำหนดโครงการและกิจกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมถึงการปรับรูปแบบการทำงานสู่การบูรณาการอย่างแท้จริง ในมิติด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน ได้กำหนดกิจงานเร่งด่วน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีจิตอาสา เพื่อปลูกฝังวินัยและความเป็นผู้นำ การพัฒนาทักษะภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษามลายูถิ่น และภาษาสากล เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ โดยทั้ง 3 กิจงานนี้ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด มุ่ง “ชิงพื้นที่ใจเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงบวก“ เพื่อให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในระยะยาว



นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนา “พื้นที่ปลอดภัยทางความคิด” ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ การส่งเสริมกิจกรรมเยาวชน การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระยะยาว ทั้งนี้ พลตรี อนุชา ย้ำว่า ความสำเร็จในระยะต่อไปจะต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้อย่างแท้จริง

………………………………………………..

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569


#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิง ส.ต.ท.อิมรอนฯ ที่ยะลา เผยผลซักถามขยายผลคุมตัวผู้ต้องสงสัยส่งดำเนินคดี 3 ราย ย้ำปฏิบัติงานตามกรอบกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิง ส.ต.ท.อิมรอนฯ ที่ยะลา เผยผลซักถามขยายผลคุมตัวผู้ต้องสงสัยส่งดำเนินคดี 3 ราย ย้ำปฏิบัติงานตามกรอบกฎหมายและสิทธิมนุษยชน


ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี (29 เมษายน 2569) – พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ก่อเหตุในคดีลอบยิง สิบตำรวจโท อิมรอน สะมะรี เสียชีวิต ณ บ้านพักเลขที่ 5/6 หมู่ที่ 2 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมวัตถุพยาน จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามและขยายผล ณ ศูนย์ซักถามฯ มีรายละเอียดผลการปฏิบัติ ดังนี้:

1.นายมูหะมะยูโซะ (สงวนนามสกุล): ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งด้านเสบียง อาวุธปืน และเครื่องกระสุน ให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยได้รับคำสั่งจาก นายนัสรูเลาะห์ (สงวนนามสกุล) สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตจากการปะทะเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

2. นายรอมะ (สงวนนามสกุล): ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้อำนวยความสะดวกด้านที่พักพิงแก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่

3. นายรีดวน (สงวนนามสกุล): แม้จะให้การปฏิเสธในชั้นซักถาม แต่จากพยานหลักฐานที่มีความเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

4. นายอัฟฟัน (สงวนนามสกุล): จากการซักถามเจ้าตัวยอมรับว่าเคยเกี่ยวข้องกับเหตุปล้นรถขนส่งพัสดุเพื่อนำไปประกอบระเบิดเมื่อปี 2564 แต่สำหรับเหตุการณ์ลอบยิงในครั้งนี้ พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดี เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว




ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมจำนวน 3 ราย คือ นายมูหะมะยูโซะ, นายรอมะ และนายรีดวน (สงวนนามสกุล) และได้ดำเนินการปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอจำนวน 1 ราย คือ นายอัฟฟัน (สงวนนามสกุล)



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อเร่งนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเบาะแส บุคคลต้องสงสัย หรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันเหตุร้าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

……………………………………………

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

 


กำลังใจหลั่งไหลสู่แม่ทัพภาคที่ 4 เสริมพลังปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติสุขชายแดนใต้

กำลังใจหลั่งไหลสู่แม่ทัพภาคที่ 4 เสริมพลังปฏิบัติภารกิจเพื่อสันติสุขชายแดนใต้


วันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ ห้องรับรองพูลสวัสดิ์ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ นายสมจินต์ รักฉิม อดีตประธานวุฒิอาสาธนาคารสมอง จังหวัดนครศรีธรรมราช และอดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนจรัสพิชากร พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายชาวไทยพุทธในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะ มอบวัตถุมงคล และให้กำลังใจ



ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของแม่ทัพภาคที่ 4 ในการดูแลความสงบเรียบร้อย และสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี เฉลิมพร ขำเขียว รองแม่ทัพภาคที่ 4 , พันเอก สุวัฒน์ ทองใบ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 และพันเอก สุริน ทองเต็ม ผู้อำนวยการกองกิจการพลเรือนกองทัพภาคที่ 4 ร่วมให้การต้อนรับ

……………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569




#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

1 หยดโลหิต 1 ความหวัง กำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมแบ่งปันเพื่อสังคม บริจาคโลหิต เสียสละเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

1 หยดโลหิต 1 ความหวัง กำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมแบ่งปันเพื่อสังคม บริจาคโลหิต เสียสละเพื่อส่วนรวม ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์


วันนี้ (29 เมษายน 2569) เวลา 09.00 น. ณ แหล่งรวมรถ ศูนย์สนับสนุนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดยะลา ร่วมกับโรงพยาบาลยะลา และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดกิจกรรม “บริจาคโลหิต เพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์” โดยมีกำลังพลและเจ้าหน้าที่ของหน่วย ทยอยเข้าร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อโอกาสในการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ




กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงพลังจิตอาสา ความเสียสละ และความห่วงใยต่อสังคมส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความมั่นคงควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

โอกาสนี้ ร้อยตรี อิทธินันท์ สำคัญจิตร์ หนึ่งในกำลังพลที่เข้าร่วมบริจาคโลหิต เปิดเผยว่า ตนบริจาคโลหิตเป็นประจำ เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตในการรักษาพยาบาล ซึ่งรู้สึกภูมิใจและเต็มใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ในครั้งนี้
พร้อมกันนี้ ยังได้ฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชน รวมถึงจิตอาสาทุกภาคส่วน ร่วมกันบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโรงพยาบาลยังมีความต้องการโลหิตสำรองอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยต่อลมหายใจและมอบโอกาสให้แก่ผู้ป่วยอีกหลายชีวิต





ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569

เรามาทำความรู้จักกับประเทศสวีเดน ว่ามีเอกลักษณ์ และความสัมพันธ์กับประเทศไทยอย่างไรบ้าง?

เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 เมษายน ถึงวันที่ 2 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

เรามาทำความรู้จักกับประเทศสวีเดน ว่ามีเอกลักษณ์ และความสัมพันธ์กับประเทศไทยอย่างไรบ้าง?


……………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำบริหารงานโปร่งใสผู้มาปฏิบัติราชการต้องมีตัวตนและตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อสร้างสันติสุขให้ประชาชนชายแดนใต้

แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำบริหารงานโปร่งใสผู้มาปฏิบัติราชการต้องมีตัวตนและตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าปฏิบัติงานเชิงรุกเพื่อสร้างสันติสุขให้ประชาชนชายแดนใต้ 


ค่ายสิรินธร, ปัตตานี – วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. ณ สนามฟุตซอลนาควานิช ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในการพบปะและมอบนโยบายให้กับกำลังพลกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา ผู้อำนวยการสำนัก ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง 



ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำนโยบายของเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในการตรวจสอบยอดกำลังพลช่วยราชการอย่างเข้มงวด ทั้งหน่วยในพื้นที่และส่วนหลัง 14 จังหวัดภาคใต้ เพื่อให้การบรรจุและจำหน่ายราชการมีความชัดเจนถูกต้อง พร้อมกล่าวขอบคุณกำลังพลที่ทุ่มเทขับเคลื่อนงานตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา โดยกำชับให้ฝ่ายอำนวยการปฏิบัติงานเชิงรุก ยึดถือหลักความถูกต้องควบคู่กับความรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ และบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 


นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยต้นสังกัดดูแลสิทธิสวัสดิการของกำลังพลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งรณรงค์ให้ใช้สื่อโซเชียลในทางที่สร้างสรรค์เพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของหน่วยงาน โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินตรวจสอบยอดกำลังพลอย่างเคร่งครัดและทั่วถึงทุกแผนกงาน เพื่อกวดขันระเบียบวินัยและรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานจริงด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นการสร้างความใกล้ชิดและการกำกับดูแลอย่างทั่วถึงระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้น

……………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569




ศอ.บต. นำคณะผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกา ชายแดนใต้ เข้าหารือ รมว.กลาโหม เสริมสร้างความเข้าใจ พร้อมยกระดับการศึกษาศาสนาในพื้นที่

ศอ.บต. นำคณะผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกา ชายแดนใต้ เข้าหารือ รมว.กลาโหม เสริมสร้างความเข้าใจ พร้อมยกระดับการศึกษาศาสนาในพื้นที่


วันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ กระทรวงกลาโหม ถนนสนามไชย กรุงเทพมหานคร นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้นำคณะผู้บริหารสถาบันการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 25 คน เข้าพบ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พลเอก ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อศึกษาดูงาน และหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของสถาบันปอเนาะและศูนย์การเรียนรู้ประจำมัสยิด (ตาดีกา) รวมถึงบริบทการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่




ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวมีหน่วยงานและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ ผู้แทนจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รองแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างแนวทางการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างยั่งยืน

โอกาสนี้ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวต้อนรับด้วยความยินดี พร้อมย้ำว่าการพบปะครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และเปิดมุมมองต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกำลังพลในค่ายทหารอย่างใกล้ชิด พร้อมย้อนความทรงจำถึงความผูกพันที่เคยปฏิบัติงานร่วมกับพี่น้องในพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด




นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังยืนยันว่า กองทัพมุ่งทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือประชาชนด้วยความจริงใจ มิได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชน พร้อมสะท้อนภาพความประทับใจของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างชุมชนต่างศาสนา และแสดงความหวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจเช่นนี้กลับคืนมาอย่างยั่งยืน

ด้าน นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวถึงแนวทางการดำเนินงานว่า การพบปะครั้งนี้มุ่งเน้นการพูดคุยอย่างเปิดใจ ไม่ยึดติดรูปแบบ เพื่อสร้างความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างแท้จริง โดยย้ำว่าทุกการใช้งบประมาณต้องเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในมิติด้านการศึกษา ศอ.บต. พร้อมทำหน้าที่ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนและผู้ขับเคลื่อน โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนในทุกด้าน ทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ และคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน




นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการให้ทันสมัย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพหลักสูตรและบุคลากรให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

ด้าน นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ กล่าวในนามผู้แทนสถาบันการศึกษาอิสลามว่า รู้สึกเป็นเกียรติและซาบซึ้งต่อการต้อนรับ พร้อมชี้ว่าการพบปะแลกเปลี่ยนครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจอันดีร่วมกัน
ทั้งนี้ แม้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเผชิญความท้าทายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ “สถาบันการศึกษา” โดยเฉพาะปอเนาะและตาดีกา ยังคงเป็นรากฐานสำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรม อัตลักษณ์ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของเยาวชน
จึงเชื่อมั่นว่า หากทุกภาคส่วนร่วมกันพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ จะเป็นพลังสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิต และนำไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน



ทั้งนี้ หลังจากประชุมเสร็จสิ้นแล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันในการกำหนดทิศทางการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่มั่นคงให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างยั่งยืน

ที่มา : ศอ.บต.

………………………………………………..

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569

#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More