ให้เลือด ต่อชีวิต” ทหารจิตอาสารวมพลังบริจาคโลหิต ช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน เสริมพลังการแบ่งปันสู่สังคม

ให้เลือด ต่อชีวิต” ทหารจิตอาสารวมพลังบริจาคโลหิต ช่วยผู้ป่วยฉุกเฉิน เสริมพลังการแบ่งปันสู่สังคม


📅 วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 152 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน โดยมอบให้แก่โต๊ะอิหม่ามมัสยิดดารุลอามันซานี (บ้านสันติ 2) อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ซึ่งกำลังป่วยและมีความจำเป็นต้องใช้โลหิตอย่างเร่งด่วน โดยสามารถบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 1,500 ซีซี ณ โรงพยาบาลยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา




✨ การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยในยามวิกฤตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงพลังความร่วมมือและจิตสำนึกแห่งการแบ่งปันของกำลังพล ที่พร้อมเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังคุณค่าของการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นแฟ้น

💛 ทั้งนี้ การบริจาคโลหิตยังได้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสุดซึ้ง






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

สื่อคือพลังแห่งการสร้างสันติสุข! แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพบปะสื่อสงขลา ในกิจกรรม ‘พัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน’ ประจำปี 2569 ชู ‘ข่าวจริง รวดเร็ว แม่นยำ’ ขับเคลื่อนสื่อสารแก้ปัญหาชายแดนใต้

สื่อคือพลังแห่งการสร้างสันติสุข! แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพบปะสื่อสงขลา ในกิจกรรม ‘พัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน’ ประจำปี 2569 ชู ‘ข่าวจริง รวดเร็ว แม่นยำ’ ขับเคลื่อนสื่อสารแก้ปัญหาชายแดนใต้ 


วันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์น แอร์พอร์ต หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 พันเอก วาทยุทธ ชูช่วย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา และคณะผู้บังคับบัญชา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมพบปะสื่อมวลชนในกิจกรรม “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พัฒนาสัมพันธ์สื่อมวลชน” จังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจัดขึ้นโดย ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนทุกแขนงในจังหวัดสงขลาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง อบอุ่น และเปิดกว้างในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น



การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น พบปะ และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสื่อมวลชน ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง รอบด้าน และรวดเร็ว อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการสื่อสารไปยังต่างประเทศ โดยภายในงานมีการพูดคุย ซักถาม และสะท้อนมุมมองการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนอย่างสร้างสรรค์




ด้าน พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวพบปะต่อสื่อมวลชนว่า “การประชาสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือการนำข้อเท็จจริงไปสื่อสารกับพี่น้องประชาชน” พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่มีส่วนสำคัญในการถ่ายทอดความจริง และช่วยให้การทำงานของทุกภาคส่วนดำเนินไปได้ด้วยดี โดยย้ำว่าหน่วยงานมีความพร้อมในการสนับสนุนการทำงานของสื่อในทุกมิติ ทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร การเปิดโอกาสให้เข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อให้สื่อสามารถนำเสนอข่าวได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม พร้อมกันนี้ยังเน้นว่าการทำงานด้านข่าวสารจำเป็นต้องอาศัยความรวดเร็วควบคู่กับความถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งถือเป็นนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยืนยันถึงความตั้งใจของหน่วยงานในการสื่อสารข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไม่สามารถใช้เพียงมาตรการด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการศึกษา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการแก้ไขปัญหาในระยะยาว หากเยาวชนได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม ก็จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยสื่อมวลชนถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความเข้าใจ สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง และเป็นพลังร่วมในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่





#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ชาวไทยมุสลิมยะลา ร่วมสืบสานประเพณี "รายอแน" เดินทางเยี่ยมสุสานบรรพบุรุษ เสริมสร้างสายสัมพันธ์ครอบครัว

ชาวไทยมุสลิมยะลา ร่วมสืบสานประเพณี "รายอแน" เดินทางเยี่ยมสุสานบรรพบุรุษ เสริมสร้างสายสัมพันธ์ครอบครัว


(28 มีนาคม 2569)  บรรยากาศในพื้นที่จังหวัดยะลาวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นวัน "รายอแน" หรือ "รายอหก" ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญที่ชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยตั้งแต่ช่วงเช้า พี่น้องชาวไทยมุสลิมต่างทยอยเดินทางไปยังกูโบร์ (สุสาน) ในชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ เพื่อร่วมรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ
.
ที่กูโบร์บูเก๊ะซีรอ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา มีประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่องภายหลังจากการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดซุบฮิ (ซุโบฮ) โดยกิจกรรมหลักในวันนี้ สมาชิกในครอบครัวจะร่วมกันทำความสะอาดและถากหญ้ารอบบริเวณหลุมฝังศพของญาติพี่น้อง พร้อมทั้งร่วมกันอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน ซิกรุลเลาะห์ และสวดดูอาร์ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าให้แก่ผู้ล่วงลับ นอกจากนี้ ในหลายพื้นที่ยังมีการนำอาหารมาจัดเลี้ยงให้แก่ผู้ที่เดินทางมาเยี่ยมเยียนสุสาน สร้างบรรยากาศแห่งความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ภายในชุมชน




"รายอแน" หรือ "รายอหก" คือวิถีปฏิบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวมุสลิมในพื้นที่ หลังจากสิ้นสุดการเฉลิมฉลองวันรายออิดิ้ลฟิตรี ไปแล้ว 1 วัน ทางศาสนาอิสลามส่งเสริมให้ถือศีลอดสุนนะห์ต่ออีก 6 วัน เพื่อเป็นการเติมเต็มผลบุญตามแบบอย่างท่านศาสดา ซึ่งการปฏิบัติขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เมื่อครบกำหนด 6 วัน ชาวไทยมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองอีกครั้งในวันนี้
.
วันรายอแนถือเป็นวันรวมญาติครั้งสำคัญในรอบปี เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวที่แยกย้ายไปทำงานหรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงต่างประเทศ จะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อร่วมทำกิจกรรมรำลึกถึงบรรพบุรุษและรับประทานอาหารร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นการเสริมสร้างความรักและความผูกพันภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น







ขอขอบคุณภาพ/ข่าว รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์
สทท.ยะลา

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไม่ทิ้งกันในยามสูญเสีย! ผบ.ฉก.ทพ.48 ลงพื้นที่ให้กำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรง

ไม่ทิ้งกันในยามสูญเสีย! ผบ.ฉก.ทพ.48 ลงพื้นที่ให้กำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรง


🎗️ วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. พันเอก ปัญจพล ทรัพย์บวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 พร้อมด้วย คุณอัมพวัน ทรัพย์บวร ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา ฉก.ทพ.48 และคณะนายทหารฝ่ายอำนวยการ ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจครอบครัวของ อาสาสมัครทหารพราน ดรุณ ดารอเฮง สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4813 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบยิงภายในบริเวณบ้านพัก ในพื้นที่บ้านโผลง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

🤝 ในโอกาสนี้ ได้มอบเงินช่วยเหลือและบำรุงขวัญจากสมาคมแม่บ้านทหารบก จำนวน 10,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น พร้อมแสดงความห่วงใยและยืนเคียงข้างครอบครัวผู้สูญเสียอย่างใกล้ชิด




💬 ทั้งนี้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย พร้อมย้ำว่าหน่วยงานจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของกำลังพลและครอบครัวอย่างเต็มกำลัง อีกทั้งกำชับเจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

✨ การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใยและความผูกพันของหน่วยงานที่มีต่อกำลังพลและครอบครัว ย้ำชัดว่า “เราจะไม่ทิ้งกัน” แม้ในวันที่ต้องเผชิญความสูญเสียอย่างยากลำบาก






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

🔴 เจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงตามหมายจับในพื้นที่จังหวัดยะลา

🔴 เจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงตามหมายจับในพื้นที่จังหวัดยะลา


📌 เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. เจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคง  เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย สามารถควบคุมตัว นายซูไฮดี บิลเฮ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ได้ภายในบ้านพักเลขที่ 36/2 ซอยสามหมอ 2 (ตลาดพิมลชัย) ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

📝 ทั้งนี้ การควบคุมตัวดังกล่าวเป็นไปตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในข้อหาร่วมกันช่วยผู้อื่นกระทำความผิด ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

✨ ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกควบคุมไปลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา ก่อนนำส่งตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ และส่งต่อไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหารตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป



✅ การปฏิบัติครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการติดตามผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

🎯 ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น  การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

"ทหารคือที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส" กำลังพลจาก สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุรถขัดข้องหน้าวัดพุทธภูมิ จ.ยะลา

"ทหารคือที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส" กำลังพลจาก สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุรถขัดข้องหน้าวัดพุทธภูมิ จ.ยะลา 


[จังหวัดยะลา – 27 มีนาคม 2569] – เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กำลังปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้พบรถยนต์ส่วนบุคคลของสุภาพสตรีมุสลิมรายหนึ่ง เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคจนหยุดชะงักอยู่บนถนนหน้าวัดพุทธภูมิ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวะส่งผลให้การจราจรเริ่มติดขัด เนื่องจากผู้ประสบเหตุไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ได้ด้วยตนเอง

ทันทีที่ทราบเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าแสดงตัวและให้การช่วยเหลือในทันที โดยร่วมกันเคลื่อนย้ายรถยนต์คันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุและนำส่งไปยังอู่ซ่อมรถในพื้นที่ใกล้เคียงจนเรียบร้อย




ด้านผู้ประสบเหตุได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมชื่นชมในความมีน้ำใจและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจประชาชน ซึ่งภาพเหตุการณ์ความร่วมมือหน้าวัดพุทธภูมิในครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนความงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และตอกย้ำนิยามที่ว่า “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” ตามเจตนารมณ์ของ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 อย่างแท้จริง



รวมพลังสื่อสารสร้างสันติสุข พัฒนา “Influencer หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน” ส่งต่อพลังบวก ผสานใจสื่อสารสร้างความเข้าใจ เพื่อความยั่งยืนของ “สังคมพหุวัฒนธรรม” ชายแดนใต้

รวมพลังสื่อสารสร้างสันติสุข พัฒนา “Influencer หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน” ส่งต่อพลังบวก ผสานใจสื่อสารสร้างความเข้าใจ เพื่อความยั่งยืนของ “สังคมพหุวัฒนธรรม” ชายแดนใต้  

 
                                                       
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา    พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่รัฐด้านผู้นำทางความคิด (Influencer) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 มีนาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานในโครงสร้าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และเครือข่ายโฆษกชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมจำนวน 110 คน เข้าร่วมกิจกรรม




การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่รัฐให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้นำทางความคิดในสื่อสังคมออนไลน์ ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ รวมถึงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารในยุคดิจิทัลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การเรียบเรียงเนื้อหา และการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Facebook, TikTok, Instagram และ YouTube อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้ในหลายภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ มลายู และอาหรับ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ตรงกลุ่ม และทันต่อสถานการณ์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดการบิดเบือนข้อมูล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของภาครัฐในพื้นที่




ด้าน พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า “ขอให้ผู้เข้าร่วมอบรมตั้งใจเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เราทุกคนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุข ประชาชนมีความรัก ความสามัคคี และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม”




#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More