พลเมืองตื่นรู้! แจ้งเบาะแสจนรวบผู้ก่อเหตุรุนแรง ตามหมายจับคดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันคาสถานีรถไฟโคกโพธิ์

พลเมืองตื่นรู้! แจ้งเบาะแสจนรวบผู้ก่อเหตุรุนแรง ตามหมายจับคดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันคาสถานีรถไฟโคกโพธิ์


(วันนี้ 3 พฤษภาคม 2569 ) หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดปัตตานี สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ บังคับใช้กฎหมายเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงได้สำเร็จ ภายหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพี่น้องประชาชน โดยสามารถควบคุมตัวได้บริเวณสถานีรถไฟในพื้นที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่าพบเห็น บุคคลต้องสงสัย ซึ่งต่อมาตรวจสอบยืนยันว่าเป็น นายอับดุลเลาะ ยามา สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ และผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ จ.263/2569 ลงวันที่ 28 เมษายน 2569 ในคดีร่วมกันลอบวางระเบิดบริเวณห้องน้ำภายในสถานีบริการน้ำมัน พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาเข้าตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลโคกโพธิ์ และลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ ก่อนดำเนินการควบคุมตัวตามอำนาจหน้าที่ภายใต้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 อำเภอหนองจิกจังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งได้แจ้งญาติและทำความเข้าใจเป็นที่เรียบร้อย

การปฏิบัติครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่มีส่วนสำคัญในการแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนำไปสู่การเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤษภาคม 2569

🌍🌍 เนื้อข่าวภาษารูมี 👇👇 (แปลโดย : ChatGPT)

🔥 Warganegara prihatin! Maklumat orang awam bawa kepada penahanan suspek kes letupan di stesen minyak berhampiran Stesen Kereta Api Khok Pho

(Hari ini, 3 Mei 2026) Pasukan Operasi Khas Bersama Wilayah Pattani, dengan kerjasama agensi keselamatan di kawasan, berjaya melaksanakan penguatkuasaan undang-undang dengan menahan seorang suspek mengikut waran tangkap berkaitan kes keselamatan, selepas menerima maklumat daripada orang awam. Suspek berjaya ditahan di kawasan stesen kereta api di daerah Khok Pho, wilayah Pattani.

Penahanan ini susulan laporan daripada orang awam yang memaklumkan kehadiran individu mencurigakan. Hasil pemeriksaan mengesahkan individu tersebut ialah Abdulloh Yama, ahli kumpulan pelaku keganasan peringkat operasi, serta suspek yang dikehendaki mengikut waran Mahkamah Wilayah Pattani No. J.263/2569 bertarikh 28 April 2026, dalam kes bersama melakukan pengeboman di kawasan tandas dalam stesen minyak di daerah Mueang Pattani. Kejadian berlaku pada 3 Februari 2026.

Selepas penahanan, pihak berkuasa membawa suspek menjalani pemeriksaan kesihatan di Hospital Khok Pho dan membuat catatan harian di Balai Polis Khok Pho, sebelum meneruskan penahanan mengikut bidang kuasa di bawah Undang-Undang Darurat (Martial Law) di Pusat Soal Siasat Unit Khas Rejimen Renjer ke-43 di daerah Nong Chik, wilayah Pattani. Keluarga suspek turut dimaklumkan dan diberikan penjelasan sewajarnya.

Operasi ini mencerminkan kerjasama erat masyarakat yang memainkan peranan penting dalam menyalurkan maklumat, sekali gus membantu pihak berkuasa menjejaki dan menguatkuasakan undang-undang dengan berkesan, demi meningkatkan keselamatan nyawa dan harta benda penduduk di wilayah selatan.

Sehubungan itu, Komando Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 (Bahagian Hadapan) memohon kerjasama orang ramai untuk terus menyalurkan maklumat atau melaporkan individu mencurigakan yang bergerak di kawasan mereka melalui talian hotline 1341 atau kepada unit keselamatan berdekatan sepanjang masa, 24 jam.


🌍🌍 เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ 👇👇 (แปลโดย : ChatGPT)

🔥 Citizen Alert! Tip-off Leads to Arrest of Suspect in Violence Case at Kok Pho Train Station After Bombing

(May 3, 2026) A joint special operations unit in Pattani Province, in cooperation with local security agencies, successfully apprehended a suspect wanted on an arrest warrant for a security-related offense. The arrest followed a tip-off from the public, and the suspect was apprehended at the train station in Kok Pho District, Pattani Province.

The arrest stemmed from a tip-off that the public had seen a suspicious individual, later identified as Abdulloh Yama, a member of a violent extremist group and a suspect wanted on an arrest warrant issued by the Pattani Provincial Court (Warrant No. J.263/2569, dated April 28, 2026) for his involvement in a bombing at a gas station restroom in Mueang District, Pattani Province, on February 3, 2026.

Following the arrest, the suspect was taken for a medical examination at Kok Pho Hospital and a police report was filed at Kok Pho Police Station. Prior to the detention under the authority of the Martial Law Act at the interrogation center of the 43rd Ranger Regiment Task Force in Nong Chik District, Pattani Province, relatives were notified and given an explanation.

This operation reflects the cooperation of the public, who play a crucial role in providing information that enables authorities to effectively track down and enforce the law, leading to enhanced safety and security for the lives and property of people in the southern border provinces.

The Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters requests the cooperation of the public. If you find any suspicious individuals or information regarding their movements in the area, please report it to the Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters hotline at 1341 or to the task forces in the area, 24 hours a day.

#Commanderof4thArmyRegion
#InternalSecurityOperationsCommandRegion4ForwardHeadquarters
......................................................
Public Relations Center
Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters
May 3, 2026

ผบ.ฉก.ทพ.41 ร่วมเปิดกิจกรรม “กีฬาตาดีกาสัมพันธ์” ต้านภัยยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน สานพลังสามัคคีชุมชน

ผบ.ฉก.ทพ.41 ร่วมเปิดกิจกรรม “กีฬาตาดีกาสัมพันธ์” ต้านภัยยาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน สานพลังสามัคคีชุมชน
 

📌 วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น. พันเอก จตุพร ธานีพัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ร่วมกับ ส่วนราชการ, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมโครงการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติดตาดีกาสัมพันธ์ระดับตำบล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 4 พฤษภาคม 2569 เพื่อส่งเสริมเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลยาเสพติด และกล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์ พร้อมสานสัมพันธ์สร้างความสามัคคีและสายใยอันดีระหว่างโรงเรียน ชุมชน และส่วนราชการ โดยมี นายกิตติภณ  เปรมรัชชานนท์ นายอำเภอรามัน เป็นประธานฯ ณ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดอันนัสรี  บ้านบูเก๊ะลาโมะ หมู่ที่ 6 ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา



ทั้งนี้ กิจกรรมกีฬาตาดีกาสัมพันธ์ระดับตำบล นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการส่งเสริมบทบาทเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านกิจกรรมกีฬาและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในชุมชน สะท้อนพลังความร่วมมือในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ปลูกฝังค่านิยมที่ดี ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมให้ห่างไกลจากยาเสพติด อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างชุมชนเข้มแข็งและสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดนใต้






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤษภาคม 2569

ทหารพราน 42 ร่วมงานกีฬาสีตาดีกา แต่งชุดมลายูร่วมกิจกรรม เติมสีสันแห่งความเข้าใจในชุมชน

ทหารพราน 42 ร่วมงานกีฬาสีตาดีกา แต่งชุดมลายูร่วมกิจกรรม เติมสีสันแห่งความเข้าใจในชุมชน


📆 วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ร้อยโท ไกรวุฒิ บุตรสุด ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4215 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 พร้อมกำลังพล เข้าร่วมกิจกรรม “กีฬาสีตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2569” ร่วมกับส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น คณะครู และเยาวชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี เสริมสร้างความเข้าใจ และเชื่อมโยงความร่วมมือในชุมชน โดยมี นายจอน สุกป่าน นายอำเภอปะนาเระ เป็นประธานในพิธีเปิด



ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการที่ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4215 สวมใส่ “ชุดมลายู” อันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยมุสลิม สะท้อนถึงความเคารพในวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรม และย้ำถึงเจตนารมณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐในการเคียงข้างประชาชนอย่างเข้าใจ เข้าถึง และจริงใจ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ของหน่วยยังร่วมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกตลอดกิจกรรม เพื่อให้งานแห่งรอยยิ้ม ความสามัคคี และความสุขของเยาวชนในพื้นที่ ดำเนินไปอย่างอบอุ่นและราบรื่น





#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤษภาคม 2569

แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจ นาวิกโยธิน บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ นำความห่วงใยจาก ผบ.ทบ. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมให้กำลังใจ นาวิกโยธิน บาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ นำความห่วงใยจาก ผบ.ทบ. เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่



วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ จ่าเอก เจนณรงค์ สามารถ อายุ 28 ปี กำลังพลสังกัดหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดบริเวณศีรษะ จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบนถนนสายหลักหมายเลข 42 บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 1 บ้านปาโฮ๊ะแฮ ตำบลบาโลย อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้รถบรรทุกขนาดเล็กของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ได้รับความเสียหาย และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว



ปัจจุบันจ่าเอก เจนณรงค์ อาการดีขึ้นตามลำดับ และอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวชื่นชมในความกล้าหาญและความเสียสละ พร้อมนำความปรารถนาดี ความห่วงใยจากผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้บังคับบัญชา มายังเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมมอบสิ่งของเยี่ยมและเงินช่วยเหลือเบื้องต้น อีกทั้งยังได้กำชับให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดูแลในเรื่องของสิทธิและสวัสดิการอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569

แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดกิจกรรม 'ศึกวาสุกรีไฟท์' ปัตตานี ชูมวยไทยรากหญ้า กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวชายแดนใต้สุดคึกคัก

แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดกิจกรรม 'ศึกวาสุกรีไฟท์' ปัตตานี ชูมวยไทยรากหญ้า กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวชายแดนใต้สุดคึกคัก


วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.00 น. ณ หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการยกระดับกิจกรรมดั้งเดิมของชุมชน ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural-Based Sport Tourism) ภายใต้รายการ KATPRO On The Beach “ศึกวาสุกรีไฟท์ รากหญ้ามวยไทย” โดยมี นาง พาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ดร.สุปราณี คุปตาสา ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาคิ๊กบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย และประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก


ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้คือความภาคภูมิใจของชาวสายบุรีที่ได้ร่วมใจกันหยิบยก "ต้นทุนทางวัฒนธรรม" มาเจียระไนใหม่ให้เปล่งประกายกว่าที่เคย เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านแรงขับเคลื่อนสำคัญระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เล็งเห็นคุณค่าของ "มวยไทยรากหญ้า" และผลักดันให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของศิลปะป้องกันตัวประจำชาติ โดยใช้กีฬาเป็นแรงดึงดูดการท่องเที่ยวแบบ Sport Tourism เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินในพื้นที่ชายแดนใต้ ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและงดงามซึ่งสะท้อนถึงความเหนียวแน่นของสังคมพหุวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน อีกทั้งการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตาของการแสดงโดรนแปรอักษรจำนวน 500 ลำ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่เปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกคนที่มาร่วมงานอย่างน่าประทับใจ



พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ต้องการสนับสนุนนักมวยไทยในระดับรากหญ้า โดยเฉพาะเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้มีเวทีแสดงศักยภาพและพัฒนาฝีมือสู่ระดับอาชีพ ทั้งยังเป็นการปกป้องและสืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ ตามแนวทางของนักมวยระดับโลกอย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” (ร้อยเอก สมบัติ บัญชาเมฆ) ที่เป็นตัวอย่างในการอนุรักษ์มวยไทย


ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันที่จะส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อสะท้อนความงดงามของวัฒนธรรมท้องถิ่น และขับเคลื่อนมิติการท่องเที่ยวให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งมุ่งเน้นการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป





.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤษภาคม 2569

“ถอดบทเรียน 6 เดือนชายแดนใต้“ แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดสัมมนา ชูทุกเสียงจากพื้นที่ คือเข็มทิศที่ขับเคลื่อนสันติสุขสู่ความยั่งยืน

“ถอดบทเรียน 6 เดือนชายแดนใต้“ แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดสัมมนา ชูทุกเสียงจากพื้นที่ คือเข็มทิศที่ขับเคลื่อนสันติสุขสู่ความยั่งยืน


วันนี้ (2 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.00 น. ที่ โรงแรม บีพี สมิหลา บีซ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสัมมนาปรับแนวทางการปฏิบัติงานรอบ 6 เดือน ประจำปีงบประมาณ 2569 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมี พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุม



โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำว่า “ทุกเสียงจากพื้นที่มีคุณค่า” พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมกันระดมความคิดและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลจากการแถลงของแต่ละกลุ่ม ถือเป็น “เข็มทิศสำคัญ” ให้ผู้บังคับบัญชาและหน่วยที่เกี่ยวข้อง นำไปวิเคราะห์ ต่อยอด และกำหนดทิศทางการทำงานในระยะต่อไป ให้สอดคล้องกับนโยบายการบูรณาการอย่างแท้จริงของ พลโท นรธิป โพยนอก ที่มุ่งเชื่อมพลังทุกภาคส่วน สร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้


การสัมมนาครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยน แต่คือ “การสร้างพลังเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ครอบคลุมทั้งงานข่าว ยุทธการ และงานมวลชน เปิดพื้นที่ให้สะท้อนปัญหาจริงจากหน้างาน และร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไขอย่างตรงจุด

เป้าหมายสำคัญ คือการยกระดับการปฏิบัติงานผ่านการทบทวนและปรับปรุง “8 ภารกิจหลัก” และกิจเฉพาะของแต่ละหน่วย ให้มีความชัดเจน ทันสถานการณ์ และตอบโจทย์พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง เพื่อขับเคลื่อนงานความมั่นคงในห้วง 6 เดือนหลัง ให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม “จากการแก้ปัญหาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” และเดินหน้าสู่เป้าหมายสูงสุดร่วมกัน คือสันติสุขที่มั่นคงบนพื้นฐานของความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน





.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569

ฉก.ทพ.46 เดินหน้าโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” มอบไก่พันธุ์พื้นเมือง สร้างอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน

ฉก.ทพ.46 เดินหน้าโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” มอบไก่พันธุ์พื้นเมือง สร้างอาชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้ประชาชน


หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 โดย ร้อยเอก ธานัท งามระหงษ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4612 พร้อมกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนและพัฒนาสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่บ้านลาเมาะใน หมู่ที่ 5 ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พร้อมขับเคลื่อนโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” มอบไก่พันธุ์พื้นเมืองให้แก่ครัวเรือนในชุมชน เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ปีกไว้บริโภคและจำหน่าย สร้างอาชีพเสริม ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง


กิจกรรมครั้งนี้สร้างความประทับใจแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ด้านประชาชนได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ลงพื้นที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และร่วมส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม 
 ………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ทหารพราน 46 เร่งช่วยเหลือประชาชน ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งตกข้างทาง ส่งผู้บาดเจ็บถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

ทหารพราน 46 เร่งช่วยเหลือประชาชน ประสบอุบัติเหตุรถเก๋งตกข้างทาง ส่งผู้บาดเจ็บถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย


📍วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 4604 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 นำโดย ร้อยเอก วีรยุทธ์ ปาละแม ผู้บังคับกองร้อยฯ เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนจากเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักตกข้างทาง บริเวณบ่อขยะเทศบาลรือเสาะ บ้านสโลว์ หมู่ 7 ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย



🤝 เจ้าหน้าที่ได้เร่งประสานหน่วยกู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสพร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และช่วยให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกเรียบร้อย
“ทุกนาทีของความช่วยเหลือ คือความห่วงใยจากเจ้าหน้าที่ถึงพี่น้องประชาชน”
………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานประกอบการเกาะพะงัน พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังบุกตรวจสถานประกอบการเกาะพะงัน พบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวนมาก




วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 12:30 น.  พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่  4/ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายภาค 4 ได้สั่งการให้ กองบังคับการควบคุมการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ และปราบปรามภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ โดยบูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเกาะพะงัน เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเกาะพะงัน เข้าดำเนินการจับกุมผู้ประกอบการผิดกฎหมายกับ บริษัท อาร์กิ คิดส์ จำกัด ในพื้นที่ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งประกอบกิจการ สถานรับเลี้ยง ดูแลเด็ก พร้อมมีบริการสนามเด็กเล่น

จากการตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตพบว่า ขออนุญาตประกอบกิจการจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี (พมจ.สฎ.) โดยระบุในเอกสารว่า "รับเลี้ยงเด็กอายุ 2 - 5 ปี จำนวน 18 คน"  



และจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีเด็กและเยาวชนสัญชาติอิสราเอลจำนวน 89 คน มีอายุตั้งแต่ 2 -12 ปี และยังพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 40 คน (วิ่งหลบหนีไปอีกหลายราย)  และสัญชาติอื่นอีก 12 คน ซี่งแยกความผิดได้จำนวน 9 ราย
1. นางประทุมทิพย์ อยู่อินทร์ (อายุ 61ปี) สัญชาติไทย อยู่บ้านเลขที่ 178 หมู่ที่ 7 ตำบลชนแดน อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหา “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน,เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง,เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ คุ้มครองเด็ก ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต”

2. MR.AIDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"



3. MR.NDIN KISHIPOOR อายุ 45 ปี สัญชาติ อิหร่าน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่จ้าง, เป็นเจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ หรือกฎกระทรวง หรือระเบียบที่ออกตามความใน พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
ฯ และจัดตั้งโรงเรียนเอกชนนอกระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต"

4. MR. ASHLEY KATE ALLEN อายุ 30 ปี สัญชาติ อเมริกัน กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีในอนุญาตทำงาน”

5. MR.TRISTAN KYLE FERGUSON HUNTER อายุ 31  ปี สัญชาติแอฟริกา ได้กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

6. MS.MONIQUE VASCO DA CRUZ อายุ 30 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคคลต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"


7. MS.NALEDI MASANA MHLONGO อายุ 25 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

8. MS.FATIMA NOUREDINE อายุ 36 ปี สัญชาติ ฝรั่งเศส กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง"

9.  MS.NATALIE SANDRA HUNTER อายุ 53 ปี สัญชาติ แอฟริกาใต้ กระทำความผิดในข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวผู้ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่แจ้งให้ทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้าง และลักษณะงานหลักที่ทำให้นายทะเบียนทราบ ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่วันที่เข้าทำงานกับนายจ้าง" ทั้งหมดได้กระทำผิดในฐานเป็นบุคคลต่างด้าวทำงางานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน"

ทั้งนี้ทุกขั้นตอนเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้สูญหาย พ.ศ.2565 มาตรา 22 เรียบร้อย ส่งตัวผู้ถูกจับให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงันดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา มีการร้องเรียนทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลเข้ามาประกอบกิจการในลักษณะที่ฝ่าฝืนกฎหมาย อันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว 



โดยทาง กองทัพภาคที่ 4 ได้ให้ความสำคัญทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารสนับสนุนในการจับกุมผู้กระทำความผิดร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างเด็ดขาดตรงไปตรงมา หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิด สามารถแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤษภาคม 2569

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More