ปัตตานีผนึกพลังวัฒนธรรม เดินสาย “โขนสัญจร” สืบสานมรดกชาติ สร้างโอกาส สร้างสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัตตานีผนึกพลังวัฒนธรรม เดินสาย “โขนสัญจร” สืบสานมรดกชาติ สร้างโอกาส สร้างสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้


วันที่ 16–27 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชมรมโขนเยาวชนชายแดนใต้ ร่วมกับโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปะการแสดงโขนสัญจร ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในสังคมพหุวัฒนธรรม ภายใต้โครงการสำคัญ : โครงการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวทุกด้านด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมหลักที่ 1 กิจกรรมเยาวชนโขนชายแดนใต้ ณ สถานศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 15 แห่ง



โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนนาฏศิลป์ไทย โขนยักษ์ และนายฉัตรชัย ฉิมประสิทธิ์ ครูโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่อง “โขน” พร้อมสาธิตการแสดงโขนเบื้องต้น โดยนักเรียนหลักสูตรห้องเรียนสุนทรียศาสตร์ โรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ สร้างความเข้าใจในคุณค่าและความงดงามของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม


ดร.ต่วนปาตีฮะ หัวเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” กล่าวว่า โรงเรียนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล โดยเชื่อมั่นว่า “เด็กทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากได้รับโอกาสและพื้นที่ในการพัฒนาอย่างเหมาะสม จะสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ” การสนับสนุนกิจกรรมโขนสัญจรครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย หากยังเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้อำนวยการโรงเรียนยังเน้นย้ำว่า การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ผ่านศิลปะการแสดง เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้มีความกล้าแสดงออก มีวินัย ความรับผิดชอบ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน




ในการนี้ นายฐปนัท วงศ์ศานติบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสืบสานศิลปะการแสดงโขน อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ปลูกจิตสำนึกให้สังคมร่วมกันอนุรักษ์ เกิดความรัก ความหวงแหน และเห็นคุณค่าศิลปะไทย ตลอดจนประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดปัตตานีให้เป็นที่รับรู้ทั้งในและนอกพื้นที่ อันจะนำไปสู่การต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมี นางสาวสถาพร ไชยผลอินทร์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ นางสาวณัฐรดา ศรีนาเคน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายมูพัสสีริน ฆอมียอ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ร่วมอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมตลอดโครงการ





กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขัดขวางรอมฎอนสันติสุข ยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา พื้นที่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อ 23 ก.พ.69

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขัดขวางรอมฎอนสันติสุข ยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา พื้นที่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อ 23 ก.พ.69


จากกรณีใช้อาวุธปืนยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพาราบริเวณบ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.55 น. ทีผ่านมานั้น

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมุ่งหวังทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประนามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ก่อเหตุในลักษณะของการมุ่งสร้างความหวาดกลัว กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและระบบคมนาคมในพื้นที่อย่างชัดเจน แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป




การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามบ่อนทำลายบรรยากาศความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และสร้างเงื่อนไขให้เกิดความหวาดระแวงในสังคม ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อผู้ประกอบการหรือเจ้าของทรัพย์สินโดยตรงเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรในบริเวณดังกล่าว ที่อาจตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ ที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน

การก่อเหตุในลักษณะนี้ไม่อาจยอมรับได้ในทุกกรณี เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และกระทบต่อภาพรวมของความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างต้องการเพียงการดำรงชีวิตอย่างสงบสุข ปลอดภัย และมีโอกาสในการประกอบอาชีพโดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นในห้วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิม อันเป็นช่วงเวลาแห่งศรัทธา ความเมตตา และการสร้างสันติสุข การใช้ความรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวยิ่งสะท้อนถึงการไม่เคารพต่อหลักศาสนาและความต้องการของประชาชนที่มุ่งหวังความสงบเรียบร้อย


ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

#รอมฎอนวัดใจ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขับเคลื่อนงานความมั่นคงและสันติสุข จชต. พร้อมกำชับแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขับเคลื่อนงานความมั่นคงและสันติสุข จชต. พร้อมกำชับแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน


วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปีงบประมาณ 2569 เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานสำคัญ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงและการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการประชุมมี พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ตลอดจนผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และภาคพลเรือน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง




ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวชื่นชมหน่วยขึ้นตรงจำนวน 16 หน่วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพล พร้อมจัดพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานด้านการข่าวและหน่วยปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จของทุกภารกิจเกิดจากความร่วมมือและความทุ่มเทของกำลังพลทุกฝ่าย แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวขอบคุณหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่จนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าภารกิจที่ยังไม่แล้วเสร็จด้วยความมุ่งมั่น มีความรอบคอบ และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน ขอให้มีการวางแผนการปฏิบัติงานอย่างรัดกุม เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างเรียบร้อย

จากนั้น ที่ประชุมได้รับฟังการชี้แจงสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงแผนการดำเนินงานในช่วงเดือนรอมฎอน โดยสำนักอำนวยการข่าวกรองได้บรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ ขณะที่สำนักมวลชนและกิจการพิเศษได้รายงานการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน อาทิ การจัดกิจกรรมละศีลอดร่วมกับชุมชน เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความร่วมมือ พร้อมเน้นการสื่อสารเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หน่วยในพื้นที่ได้รายงานการเตรียมความพร้อมด้านการข่าว การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การสร้างการรับรู้แก่ประชาชน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงและสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขให้เกิดความต่อเนื่อง




ในช่วงท้าย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการสำรวจ ตรวจสอบ และรายงานสถานการณ์สำคัญในพื้นที่ พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนางานข่าวให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติทางยุทธการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดูแลสภาพแวดล้อมเส้นทางคมนาคมให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน ได้กำชับให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานอย่างรอบคอบ อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พี่น้องไทยมุสลิมสามารถประกอบศาสนกิจและถือศีลอดได้อย่างสงบสุข ปลอดภัย และเป็นไปตามวิถีแห่งศรัทธา ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าการทำให้พื้นที่เกิดความปลอดภัยอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ทั้งมิติด้านความมั่นคง การเมือง และการพัฒนาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถบรรทุกไม้ยางพาราในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถบรรทุกไม้ยางพาราในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ


📌 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.55 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่รถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา หมายเลขทะเบียน 80-9620 ยะลา ของบริษัทกัมพลพาราวู้ด สาขาสะบ้าย้อย ขณะกำลังเดินทางไปส่งไม้ยางพาราในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 410 เมื่อถึงบริเวณบ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 10 นัด ทางด้านซ้ายของรถ

📌 ภายหลังผู้ขับขี่ได้ขับรถต่อไปประมาณ 300 เมตร ก่อนหยุดตรวจสอบ พบว่าตัวถังรถและยางรถได้รับความเสียหาย จำนวน 7 เส้น รถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ประสานเพื่อนร่วมงานให้นำรถอีกคันมาช่วยเหลือ และนำรถจอดไว้ในจุดที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ



❇️ หน่วยในพื้นที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเตรียมเข้าตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ สาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

✅ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์ กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน  ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิม เป็นเดือนแห่งศรัทธา ความเมตตา การให้อภัย และการทำความดี เพื่อเสริมสร้างความสงบทางจิตใจและความสามัคคีในสังคม การก่อเหตุรุนแรงในช่วงเวลาอันสำคัญเช่นนี้ นอกจากจะสร้างความหวาดกลัวแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนบรรยากาศแห่งสันติสุขที่ทุกคนปรารถนา ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ทหารพราน 42 จับมือชาวบ้านปิยามุมัง ทำน้ำยาล้างจานใช้เอง ช่วยลดรายจ่ายตามวิถีพอเพียง ปัตตานี

ทหารพราน 42 จับมือชาวบ้านปิยามุมัง ทำน้ำยาล้างจานใช้เอง ช่วยลดรายจ่ายตามวิถีพอเพียง
ปัตตานี 


เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ตำบลปิยามุมัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 โดยร้อยโท โอรส พูลสวัสดิ์ ทำการแทน ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4203 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ร่วมกับชุดสันติสุขที่ 107 ปลัดประจำตำบล และผู้ดูแลศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง นำพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการดำเนินชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน




สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการลงมือปฏิบัติจริง โดยเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้และฝึกสอนวิธีการผลิตน้ำยาล้างจานและน้ำยาปรับผ้านุ่มไว้ใช้เองในครัวเรือน ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นที่ต้องซื้อหาอยู่เป็นประจำ การสอนให้ชาวบ้านผลิตเองได้จึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการประหยัดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังเป็นการสร้างเวทีแห่งการเรียนรู้ร่วมกันที่ช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์และความสามัคคีให้เกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด




บรรยากาศตลอดการจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 และภาคีเครือข่าย ในการเข้าถึงมวลชนและมุ่งพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป้าหมายในการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนและภาคภูมิใจ






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

“ทหารพราน 44” ร่วมต้อนรับเดือนรอมฎอน บริการประชาชน แจกอินทผลัม–น้ำดื่ม เสริมสายใยรัฐกับชุมชน

“ทหารพราน 44” ร่วมต้อนรับเดือนรอมฎอน บริการประชาชน แจกอินทผลัม–น้ำดื่ม เสริมสายใยรัฐกับชุมชน


หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนที่สัญจรผ่านด่านตรวจหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เนื่องในโอกาสต้อนรับเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1447 โดยได้จัดเตรียมอินทผลัมและน้ำดื่มแจกจ่ายแก่พี่น้องชาวไทยมุสลิม เพื่อนำไปรับประทานละศีลอดตามหลักศาสนาอิสลาม

การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติศาสนกิจของพี่น้องประชาชนในห้วงเดือนอันประเสริฐ พร้อมทั้งแสดงออกถึงความห่วงใย และความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม




บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น เรียบง่าย และเป็นกันเอง สะท้อนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่ อันเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เพื่อความสงบเรียบร้อยและสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More