จนท.บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย

จนท.บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย ในพื้นที่ตำบลเฉลิม จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) และในพื้นที่ ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส คือ นายอนัส (สงวนนามสกุล) เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ขยายผลการสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย บริเวณบ้านบูเก๊ะซามี (บ้านย่อยบ้านตลาดตันหยงมัส) หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส



ภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยนำตัวลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรระแงะ และดำเนินการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลระแงะ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัว นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) ส่งเข้ารับการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในส่วนของนายอนัส (สงวนนามสกุล) ได้นำตัวส่งเข้ารับการซักถาม ณ หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกฎหมายต่อไป



ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากพยานหลักฐานและข้อมูลการสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคง โดยผู้ถูกควบคุมตัวยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกประการ และการเข้าสู่กระบวนการซักถามมิได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด หากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



นอกจากนี้ ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพในทุกขั้นตอน พร้อมประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัว และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ภายใต้การตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสบุคคลหรือการกระทำอันอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ใกล้บ้าน ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และจะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



.............................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

"พุทธธรรม นำสันติสุข" รองแม่ทัพภาคที่ 4 นำกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 สน. เวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2569 ด้าน พระเทพวชิรนายก นำธรรมชวนคิด ทุกสิ่งล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

"พุทธธรรม นำสันติสุข" รองแม่ทัพภาคที่ 4 นำกำลังพล กอ.รมน.ภาค 4 สน. เวียนเทียน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2569 ด้าน พระเทพวชิรนายก นำธรรมชวนคิด ทุกสิ่งล้วน เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป


วันนี้ (29 กรกฎาคม 2569) เวลา 18.30 น. ที่ เขาพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร ตำบลขูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชา ประจำปี 2569 เพื่อร่วมกันสืบสานวิถีพุทธศาสนิกชน ร่วมกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกทั้งส่งเสริมความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตของกำพลและครอบครัว โดยมี พระเทพวชิรนายก เจ้าคณะจังหวัดยะลา / เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ตลอดจนกำลังพลและครอบครัวเข้าร่วมในพิธี



โอกาสนี้ พระเทพวชิรนายก เจ้าคณะจังหวัดยะลา / เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ได้แสดงโอวาทธรรม โดยกล่าวถึงความสำคัญของวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” อันเป็นการประกาศพระธรรมคำสอนครั้งแรก พร้อมแสดงหลักอริยสัจ 4 และทางสายกลาง อันเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นวันที่พระอัญญาโกณฑัญญะบรรลุธรรม เกิดพระสงฆ์องค์แรก ทำให้พระรัตนตรัยครบสมบูรณ์ จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ ฟังธรรม รักษาศีล และเวียนเทียน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระรัตนตรัย และน้อมนำหลักธรรมไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นพุทธบูชา และยังทำความเข้าใจสัจธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เมื่อเข้าใจความจริงของธรรมชาติ จิตใจก็จะปล่อยวาง ดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา และพบกับความสันติสุขที่แท้จริง








.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจความพร้อมรบกองพันผสม จ.ชุมพร ก่อนฝึกภาคสนาม ยกระดับศักยภาพกำลังพลปี 2569

แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจความพร้อมรบกองพันผสม จ.ชุมพร ก่อนฝึกภาคสนาม ยกระดับศักยภาพกำลังพลปี 2569


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.30 น. พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีตรวจสภาพความพร้อมรบ ก่อนการฝึกเป็นหน่วยกองพันผสม (พัน.ผสม) ประจำปี 2569 ณ ลานพื้นแข็ง หน้าศาลาค่ายเขตอุดมศักดิ์ ตำบลวังใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เพื่อประเมินความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ก่อนเข้าสู่การฝึกภาคสนามตามแผนของกองทัพบก



การตรวจความพร้อมครอบคลุมทั้ง กำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ และระบบการสื่อสาร ในระดับบุคคลและระดับหน่วย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกองค์ประกอบมีความพร้อมสูงสุด สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที



พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับกำลังพลทุกนายให้ยึดถือมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมทบทวนองค์ความรู้และหน้าที่ของตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การฝึกเป็นไปตามมาตรฐาน เกิดความชำนาญ และสามารถนำประสบการณ์จากการฝึกไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติภารกิจจริงได้อย่างมีประสิทธิผล



การฝึกครั้งนี้ คือการเสริมสร้างความพร้อมในการทำงานแบบ "กองพันผสม" ซึ่งเป็นการบูรณาการกำลังและขีดความสามารถจากหลายเหล่าทัพและหลายสาขางานให้สามารถปฏิบัติร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการบัญชาการ การสื่อสาร การส่งกำลังบำรุง และการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิบัติภารกิจในปัจจุบัน



การตรวจความพร้อมก่อนการฝึกจึงไม่ใช่เพียงการประเมินความพร้อมของกำลังพลและอุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานการฝึก สร้างความเชื่อมั่นในความพร้อมของหน่วย และเตรียมกำลังพลให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมืออาชีพ เพื่อดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์









.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดสัมมนาเจ้าหน้าที่ด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการสนับสนุนภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดสัมมนาเจ้าหน้าที่ด้านส่งกำลังบำรุง ประจำปี 2569 มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการสนับสนุนภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


วันนี้ (29 กรกฎาคม 2569) เวลา 09.00 น.ที่ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลตรี กฤศ ศรีเดชาสินธุ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านส่งกำลังบำรุง ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 2569 โดยมี พันเอก ชาญชัย กายเพ็ชร์ ผู้อำนวยการสำนักส่งกำลังบำรุง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า คณะวิทยากร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากหน่วยต่าง ๆ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง


การจัดสัมมนาครั้งนี้เป็นการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านส่งกำลังบำรุง ให้สามารถปฏิบัติงานตามระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางของหน่วยได้อย่างถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นเวทีรับฟังปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


ภายในการการสัมมนามีกิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายให้ความรู้จากสำนักอำนวยการต่าง ๆ ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และวิทยากรจากสำนักส่งกำลังบำรุง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมทั้งจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแบ่งกลุ่ม เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำเสนอแนวทางการพัฒนาระบบส่งกำลังบำรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการบริหารจัดการและควบคุมวงรอบการส่งกำลังบำรุง


ด้าน พลตรี กฤศ ศรีเดชาสินธุ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การส่งกำลังบำรุงถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของทุกหน่วย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีบริบทและสถานการณ์ด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่อื่น จึงจำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว และสอดคล้องกับระเบียบที่กำหนด พร้อมขอให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาใช้โอกาสนี้ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปพัฒนาระบบส่งกำลังบำรุงให้มีความทันสมัย สามารถสนับสนุนภารกิจของหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลต่อการเสริมสร้างความมั่นคงและความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป






.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

เยาวชนใต้รวมพลังใน ”SEED Thailand รุ่นที่ 6“ แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ เน้นพัฒนาคนเป็นรากฐาน สร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่สืบสานวัฒนธรรมและความสามัคคี

เยาวชนใต้รวมพลังใน ”SEED Thailand รุ่นที่ 6“ แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมสร้างแรงบันดาลใจ เน้นพัฒนาคนเป็นรากฐาน สร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่สืบสานวัฒนธรรมและความสามัคคี


วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ณ โรงแรมเซาเทิร์น แอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 และคณะผู้บังคับบัญชา เข้าร่วมพบปะ ให้โอวาทและสร้างแรงบันดาลใจแก่เครือข่ายเยาวชน SEED Thailand ในการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ SEED Project รุ่นที่ 6 ระดับภูมิภาคใต้ ภายใต้หัวข้อ “My Culture, Hometown and Heritage” โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 29 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมเซาเทิร์น แอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเครือข่ายเยาวชน SEED Thailand ภายใต้การดูแลของมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม ร่วมกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มีเยาวชนจากหลากหลายพื้นที่ในภาคใต้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง




การจัดโครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงจากชุมชนและแหล่งเรียนรู้ในพื้นที่ ตลอดจนปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดี และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ


โอกาสนี้ พลโท นรธิป โพยนอก ได้กล่าวให้โอวาทแก่เยาวชน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนา “คน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นแบบอย่างที่ดีแก่รุ่นต่อไป และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมไทยให้เกิดความสงบสุขและความเจริญอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ ยังได้เน้นถึงความสำคัญของความร่วมมือ ความสัมพันธ์อันดี และการทำงานเป็นเครือข่าย ซึ่งจะช่วยเสริมพลังในการพัฒนาชุมชน โดยไม่แบ่งแยกศาสนา เชื้อชาติ หรือความแตกต่างใด ๆ พร้อมฝากข้อคิดให้เยาวชนใช้โอกาสจากโครงการนี้ในการเรียนรู้ เปิดมุมมอง และพัฒนาตนเอง เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต


ด้าน นางสาวนูรอัยนี ไชยเพส เยาวชน SEED Thailand รุ่นที่ 6 จากโรงเรียนดารุสสาลาม จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โครงการ SEED Thailand เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกศาสนาได้ทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมกันสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน ซึ่งทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างมีคุณค่า


“พวกเราคือเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ และเป็นต้นกล้าแห่งสันติสุข ที่จะร่วมกันสร้างสังคมที่ดีให้เกิดขึ้นในอนาคต” นางสาวนูรอัยนี กล่าว

ทั้งนี้ โครงการ SEED Project รุ่นที่ 6 นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการพัฒนาเยาวชนภาคใต้ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในรากเหง้าวัฒนธรรมของตนเอง ควบคู่กับการเสริมสร้างความสามัคคี และการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติ



.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 กรกฎาคม 2569

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More