"กลุ่มองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติฯ (มวลชนเสื้อเขียวปัตตานี)" ผนึกกำลังพัฒนาวัด-มัสยิด พร้อมมอบถุงยังชีพเยียวยาผู้พิการในพื้นที่

"กลุ่มองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติฯ (มวลชนเสื้อเขียวปัตตานี)" ผนึกกำลังพัฒนาวัด-มัสยิด พร้อมมอบถุงยังชีพเยียวยาผู้พิการในพื้นที่


เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดปัตตานี (มวลชนกลุ่มเสื้อเขียว) นำโดย นางปัทมา มะแซ ประธานองค์กรฯ พร้อมด้วยสมาชิกคณะทำงานกลุ่มมวลชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผนึกกำลังร่วมกับผู้นำชุมชน หน่วยกำลังในพื้นที่ และประชาชนจิตอาสา ลงพื้นที่ปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาภูมิทัศน์ศาสนสถาน ภายใต้โครงการ "ทำความดีด้วยหัวใจ" ณ พื้นที่อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี

โดยกลุ่มมวลชนเสื้อเขียวและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ ทั้งภายในและบริเวณโดยรอบ มัสยิดบ้านปาแดกือมูติง และ วัดกะพ้อวนาราม หมู่ที่ 8 ตำบลกะรุบี เพื่อให้ศาสนสถานอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนมีความสะอาด สวยงาม และพร้อมสำหรับประกอบศาสนกิจของพี่น้องทั้งสองศาสนา



นอกจากนี้ ทางกลุ่มมวลชนเสื้อเขียวปัตตานี ยังได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้ โดยได้เข้าเยี่ยม นางวาตี ปิกะ ผู้ป่วยพิการประเภท 3 ณ บ้านเลขที่ 43/1 หมู่ที่ 8 ตำบลกะรุบี เพื่อมอบถุงยังชีพและปัจจัยช่วยเหลือ เป็นการส่งต่อความห่วงใยและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติฯ ในโครงการ "ทำความดีด้วยหัวใจ" ได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การหมุนเวียนจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาศาสนสถานให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับชุมชน และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มมวลชนกับประชาชนในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เดินหน้ายุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน เชิงรุก! กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บูรณาการการศึกษาไทย-พุทธ-มุสลิม ผ่าน Integration Working Groups กลุ่มที่ 6 พร้อมสรุปผลการปฏิบัติรอบ 6 เดือน

เดินหน้ายุทธศาสตร์ด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน เชิงรุก! กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า บูรณาการการศึกษาไทย-พุทธ-มุสลิม ผ่าน Integration Working Groups กลุ่มที่ 6  พร้อมสรุปผลการปฏิบัติรอบ 6 เดือน 


วันนี้ (1 เมษายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานการศึกษาเอกชน จังหวัดปัตตานี พลตรี อนุชา โนนคู่เขตโขง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนายุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในการประชุม คณะทำงานบูรณาการด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน (IWG 6) เร่งขับเคลื่อนศาลงานสำคัญเร่งด่วนประจำปี 2569 เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานและวางกรอบยุทธศาสตร์เชิงรุก มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตเยาวชนควบคู่การสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนจาก ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข และผู้แทนหน่วยงานการศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุมทั้งในพื้นที่และผ่านระบบออนไลน์ 



 
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ได้มีการชี้แจงความเป็นมาและสรุปผลการดำเนินงานของคณะทำงาน IWG 6 ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอ “3 กิจงานสำคัญเร่งด่วน” ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อเป็นกลไกหลักในการยกระดับคุณภาพชีวิตและโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือแนวทางบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม และหนุนเสริมเป้าหมายการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน 

 
ทั้งนี้ การดำเนินงานของคณะทำงานบูรณาการ (IWG 6) ด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษา เสริมสร้างโอกาส และพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด อันจะนำไปสู่การลดเงื่อนไขของความรุนแรง  โดยมุ่งหวังให้เกิดการสานต่อ สันติสุข พัฒนาทุกมิติ สร้างสันติสุข อย่าง ยั่งยืนในพื้นที่ ตามแผนปฏิบัติการที่กำหนดไว้

ประกาศ!! การขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ครั้งที่ 84

ประกาศ!! การขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ครั้งที่ 84


✍️ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้จัดการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นประธานฯ ณ ห้องประชุมวิตรวาทการ ชั้น 3 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลโทนรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นภายในภาค 4 เป็นผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เข้าร่วมประชุมฯ
📌 โดยการประชุมดังกล่าวได้พิจารณาขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ครั้งที่ 84 ดังนี้
1. ให้ขยายระยะเวลาการประกาศจากการฉุกเฉินในพื้นที่ 17 อำเภอ ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ 20 เมษายน 2569 - 19 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมพื้นที่ และเป็นมาตรการในการป้องกัน ปรามปราบ ระงับ ยับยั้งสถานการณ์ให้ยุติลงโดยเร็ว รวมทั้ง ยังคงเป็นประโยชน์ ต่อการดูแลรักษาความสงบและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่มากที่สุด
2. ให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง สามารถปฏิบัติงานป้องกัน ระงับ และยับยั้ง เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอสุไหงโก-ลกฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
👉 ปัจจุบันพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 จำนวน 17 อำเภอ และจะประกาศเพิ่มเติม อำเภอสุไหงโก-ลก อีก 1 อำเภอ ในวันที่ 20 เมษายน 2569 รวม เป็น 18 อำเภอ ซึ่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ฝ่าย พลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่บรรจุปฏิบัติงานในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยจะมีอำนาจตามมาตรา 11 ในการจับกุมและควบคุมตัวได้ไม่เกินกว่า 30 วัน โดยการร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจตามมาตรา 12, ออกคำสั่งเรียกให้บุคคลมารายงานตัว, ส่งมอบเอกสารหรือหลักฐาน, ยึดหรืออายัดอาวุธ สินค้า หรือวัตถุอื่นใดที่เกี่ยวกับการก่อเหตุในพื้นที่, ตรวจค้นโดยไม่ผ่านการพิจารณาของศาล, สั่งการให้คนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักร, ออกคำสั่งควบคุมสินค้าและการใช้กำลังทหาร เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจระงับเหตุการณ์ร้ายแรง

หน่วยบินทหารบกอโณทัย ร่วมกับ หน่วยรบพิเศษ - ทีมแพทย์ จัดซ้อมแผนปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้ง

หน่วยบินทหารบกอโณทัย ร่วมกับ หน่วยรบพิเศษ - ทีมแพทย์ จัดซ้อมแผนปฏิบัติการบรรเทาสาธารณภัยรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนในช่วงฤดูแล้ง


ปัตตานี – เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ กองร้อยลาดตระเวนระยะไกล กองพลทหารราบที่ 15 (ร้อย.ลว.ไกล พล.ร.15) ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี หน่วยบินทหาร บก.อโณทัย ยกระดับความพร้อมขั้นสูงสุด จัดฝึกซ้อมแผนบรรเทาสาธารณภัยเชิงรุกบูรณาการร่วมกับ หมวดลาดตระเวนระยะไกลป่าภูเขา และศูนย์แพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออัคคีภัยและภัยแล้งในพื้นที่ทุรกันดาร

การปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้มุ่งเน้นการเอาชนะอุปสรรคทางภูมิศาสตร์ที่เป็นแนวเขาสูงชันและกระแสลมแปรปรวน โดยกำลังพลของ หน่วยบินทหาร บก.อโณทัย ยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมการเข้าถึงจุดวิกฤตอย่างแม่นยำ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าทุกภารกิจจะสามารถปกป้องผืนป่าและชีวิตของประชาชนได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์




หัวใจหลักของการฝึกครั้งนี้เน้นการผสานขีดความสามารถระหว่างภาคพื้นดินและอากาศ โดยมีการฝึกค้นหาแหล่งน้ำและการนำทางในป่าลึกโดยชุดลาดตระเวนระยะไกล เพื่อทำหน้าที่ชี้เป้าให้หน่วยบินเข้าจัดการเปลวเพลิงด้วยอุปกรณ์ Bambi Bucket (ถุงบรรจุน้ำใต้ท้องเฮลิคอปเตอร์) อย่างตรงจุด นอกจากนี้ยังรวมถึงการฝึกเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (MEDEVAC) ซึ่งถือเป็นนาทีชีวิตในการเปลี่ยนอากาศยานให้เป็นห้องฉุกเฉินลอยฟ้า เพื่อส่งต่อผู้บาดเจ็บจากพื้นที่เข้าถึงยากไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด



การฝึกซ้อมที่เข้มข้นแม้ในวันหยุดพักผ่อน สะท้อนถึงคำมั่นสัญญาที่ว่า “ยุทโธปกรณ์กองทัพบกเพื่อประชาชน” ซึ่งไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อภารกิจป้องกันประเทศเท่านั้น แต่ยังพร้อมปรับเปลี่ยนเป็นเครื่องมือบรรเทาทุกข์ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัย อุทกภัย หรือเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน โดยกองทัพบกยืนยันความพร้อมที่จะเคียงข้างพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมปฏิบัติหน้าที่เข้าช่วยเหลือทันทีที่เกิดเหตุ เพื่อความผาสุกและความมั่นคงของส่วนรวมอย่างยั่งยืน





"ฅ.ตานี พร้อมรับมือภัยพิบัติ" กอ.รมน.จังหวัดปัตตานี เปิดแคมเปญ ยกระดับขีดความสามารถนำร่อง อสม. ตำบลละหาร ด้วยเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน "พ้นภัย" & "พร้อมช่วย"

"ฅ.ตานี พร้อมรับมือภัยพิบัติ" กอ.รมน.จังหวัดปัตตานี เปิดแคมเปญ ยกระดับขีดความสามารถนำร่อง อสม. ตำบลละหาร ด้วยเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน "พ้นภัย" & "พร้อมช่วย"


📢 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี โดย พันเอก พิเชษฐ์ ชุติเดโช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการมวลชนฯ ขับเคลื่อนกิจกรรมสร้างเครือข่ายความมั่นคงด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้แนวคิด "ฅ.ตานี พร้อมรับมือภัยพิบัติ" โดยบูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี, ศูนย์ปฎิบัติการอำเภอสายบุรี, โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี, สำนักงานสาธารณสุขอำเภอสายบุรี, องค์การบริหารส่วนตำบลละหาร, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขาพตำบลละหาร, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44, กองร้อยทหารพรานที่ 4405 และโรงเรียนบ้านช่องแมว เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และทักษะการรับมือกับสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ ณ โรงเรียนบ้านช่องแมว ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี



📌 ในการนี้ นายวิรัตน์ บุญจันทร์ นายอำเภอสายบุรี / ผู้อำนวยการศูนย์ปฎิบัติการอำเภอสายบุรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ (กอปภ.อ.) ได้ร่วมพบปะให้กำลังใจ อสม. เครือข่ายภาคประชาชน และผู้ใหญ่บ้านทั้ง 5 หมู่บ้านในตำบลละหาร อีกทั้งได้บรรยายบทบาทหน้าที่ของส่วนงานที่เกี่ยวข้องเมื่อเกิดภัยพิบัติในพื้นที่




📌 โดยกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งเน้นการฝึกทักษะการรับมืออุทกภัย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) พร้อมทั้งมีการฝึกปฏิบัติการใช้แอปพลิเคชัน "พ้นภัย" และ "พร้อมช่วย" รวมถึงการจัดระบบความคิดเพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในสภาวะวิกฤต ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์ด้านมวลชนสัมพันธ์ที่สำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนเป้าหมายที่มีสถิติความเสียหายจากอุทกภัยสูงที่สุดในจังหวัดปัตตานี เพื่อติดอาวุธทางปัญญาและทักษะชีวิต ลดความสูญเสีย และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐในมิติด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย






"ส่งต่อความห่วงใย“ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดโครงการ "ฮารีรายอสัมพันธ์" มอบของขวัญจากใจแม่ทัพภาคที่ 4 เสริมพลังเครือข่ายมวลชน "ทำดีมีอาชีพ" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสันติสุขชายแดนใต้

"ส่งต่อความห่วงใย“ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดโครงการ "ฮารีรายอสัมพันธ์" มอบของขวัญจากใจแม่ทัพภาคที่ 4 เสริมพลังเครือข่ายมวลชน "ทำดีมีอาชีพ" ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสันติสุขชายแดนใต้


วันที่ 1 เมษายน 2569 เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมวังแก้ว ชั้น 1 โรงแรมยะลาแกรนด์พาเลซ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานมอบของขวัญจากใจแม่ทัพภาคที่ 4 สู่เครือข่ายมวลชนทำดีมีอาชีพ ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่สมาชิกเครือข่ายนำไปใช้ประโยชน์ และเป็นการสื่อสารถึงความห่วงใยของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่มีต่อเครือข่ายมวลชนกลุ่มทำดีมีอาชีพ โดยมี นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายอภิหนึ่ง เลขะสม ผู้อำนวยการกลุ่มทำดีมีอาชีพ หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกกลุ่มทำดีมีอาชีพในพื้นที่ร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง




นายอภิหนึ่ง เลขะสม ผู้อำนวยการกลุ่มทำดีมีอาชีพจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า สำนักงานองค์กรทำดีมีอาชีพฯ จัดโครงการฮารีรายอสัมพันธ์ฯ ในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมความสำคัญของวันฮารีรายอ ซึ่งเป็นวาระแห่งความสุขและการเชื่อมความสัมพันธ์ในชุมชนหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน โดยมุ่งเน้นการสร้างขวัญกำลังใจและกระตุ้นแรงจูงใจในการทำงานให้แก่บุคลากร ตลอดจนเสริมสร้างจิตสำนึกและวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติงานสู่ความเป็นเลิศ ภายในงานมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ "ศาสนากับสังคมพหุวัฒนธรรม" เพื่อเสริมสร้างทัศนคติการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และพิธีมอบของขวัญฮารีรายอจากแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อเป็นกำลังใจในการขับเคลื่อนงานจิตอาสาและพัฒนาพื้นที่สืบไป




พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กล่าวชื่นชมพี่น้องไทยมุสลิมที่ปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอนด้วยความเพียรและอดทนจนบรรลุผลในการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของวันฮารีรายอที่เป็นวาระแห่งการเฉลิมฉลองและการให้อภัย ซึ่งสอดคล้องกับการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างมีความสุข ทั้งนี้มุ่งหวังให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นพลังใจสำคัญในการกระตุ้นให้เครือข่ายมวลชนมีกำลังในการขับเคลื่อนงานอาสา เพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน




นอกจากนี้ ภายในงานกลุ่มทำดีมีอาชีพในแต่ละพื้นที่ได้นำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ กลุ่มไม้กวาดทำมือ, กลุ่มโรงสีข้าวตราทำดีมีอาชีพ, กลุ่มผ้าทอกือลอง, กลุ่มผ้ามัดย้อมตัดเย็บปัตตานี, กลุ่มดอกไม้ลวดกำมะหยี่, กลุ่ม Fluky Design, กลุ่ม 26 ไน อีโคปริ้นท์ และกลุ่มย้อมสีธรรมชาติหมักโคลนดีบุกตาชี ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นกลุ่มอาชีพที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมของเครือข่ายทำดีมีอาชีพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้




ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More