เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานสัมมนาปรับแนวทางปฏิบัติงานรอบ 6 เดือน มุ่งทบทวนกิจสำคัญ 8 ด้าน เสริมแกร่งความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้

เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานสัมมนาปรับแนวทางปฏิบัติงานรอบ 6 เดือน มุ่งทบทวนกิจสำคัญ 8 ด้าน เสริมแกร่งความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้


วันนี้ (30 เมษายน 2569) เวลา 11.00 น. ณ โรงแรม บีพี สมิหลา บีซ โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พลตรี เฉลิมพงค์  คงบัว เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในการประชุมสัมมนาปรับแนวทางการปฏิบัติงานรอบ 6 เดือน ประจำปีงบประมาณ 2569 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมี ผู้แทนส่วนราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วมประชุม 


โอกาสนี้ พลตรี เฉลิมพงค์  คงบัว เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ข้อมูลจากการแถลงผลสัมมนาของกลุ่มต่างๆ มีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อผู้บังคับบัญชาและหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปวิเคราะห์และกำหนดแนวทางการทำงานในห้วงต่อไปให้สอดคล้องกับนโยบายของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่เน้นย้ำการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด



สำหรับการจัดการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 เมษายน - 2 พฤษภาคม 2569 โดยมีเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 160 นาย กิจกรรมประกอบด้วยการบรรยายพิเศษด้านงานข่าว ยุทธการ และงานมวลชน รวมถึงการระดมความคิดเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและข้อขัดข้องจากการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ โดยเป้าหมายสำคัญของผลลัพธ์จากการสัมมนาครั้งนี้ คือการนำข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับ ไปใช้ในการทบทวนและปรับปรุงกิจสำคัญ 8 ด้าน พร้อมทั้งรายการกิจเฉพาะย่อยของแต่ละหน่วยปฏิบัติ ให้มีความครอบคลุม ชัดเจน และสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน เพื่อให้การขับเคลื่อนงานความมั่นคงในห้วง 6 เดือนหลัง บรรลุตามเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

………………………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 เมษายน 2569



ยกระดับ “ตาเนาะปูเต๊ะโมเดล” สู่หมู่บ้านสันติสุข เตรียมเปิดพื้นที่เจรจาสร้างความเข้าใจ ครั้งที่ 3

ยกระดับ “ตาเนาะปูเต๊ะโมเดล” สู่หมู่บ้านสันติสุข เตรียมเปิดพื้นที่เจรจาสร้างความเข้าใจ ครั้งที่ 3


เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตำรวจตรี เสกสันต์ ชูรังสฤษฎิ์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนคณะทำงานที่ 8 การยุติธรรมและสันติวิธี ภายใต้การดำเนินงานในกิจกรรมที่ 14 เรื่องการพัฒนาระบบลดแนวคิดรุนแรง ทั้งในเรือนจำและนอกเรือนจำ และการสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วน โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมในการจัดพื้นที่เจรจา “ตาเนาะปูเต๊ะโมเดล” ครั้งที่ 3 ณ ตำบลตาเนาะปูเต๊ะ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา



สำหรับ “ตาเนาะปูเต๊ะ โมเดล” คือต้นแบบการจัดการความขัดแย้งที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนพื้นที่สีแดงสู่หมู่บ้านสันติสุข โดยอาศัยกลไกความร่วมมือของผู้นำ 4 เสาหลักในพื้นที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ในการร่วมกันจัดทำ “ธรรมนูญหมู่บ้าน” เพื่อนำหลักศาสนาและกติกาชุมชนมาใช้สร้างความเข้มแข็งจากภายใน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดเงื่อนไขความรุนแรงและแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมทางเลือกที่เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้ดูแลและแก้ไขปัญหาร่วมกันเองอย่างยั่งยืน



การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อติดตามความคืบหน้าและวางแนวทางการดำเนินงานของคณะทำงาน ให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายด้านการยุติธรรมและสันติวิธีในพื้นที่เป้าหมายได้ตามแผนงานที่กำหนด พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจที่ตรงกันแก่ทุกภาคส่วนในการเตรียมพื้นที่เจรจา เพื่อมุ่งสู่การสร้างสันติสุขที่เป็นรูปธรรมในระดับชุมชนต่อไป
.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 เมษายน 2569




ร.152 จัดพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพลอย่างสมเกียรติ ส่ง "นักสู้ตัวจริง" คืนสู่ภูมิลำเนา

ร.152 จัดพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพลอย่างสมเกียรติ ส่ง "นักสู้ตัวจริง" คืนสู่ภูมิลำเนา


วันนี้ ( 30 เมษายน 2569 ) เวลา 09.00 น. ณ ศาลาพินประเสริฐ ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก ธานี เกียรติสาร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 152 เป็นประธานพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพล ของทหารกองประจำการ ซึ่งปลดประจำการเป็นทหารกองหนุน จากหน่วยขึ้นตรงกรมทหารราบที่ 152 ทั้งหมดสามกองพัน คือ กองพันทหารราบที่ 1 , กองพันทหารราบที่ 2 และ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 152 ในการนี้ มอบเกียรติบัตรและใบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่ตัวแทนทหารกองประจำการที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น มีวินัย และมีความประพฤติเรียบร้อยตลอดระยะเวลาที่รับราชการ




โดย ผู้แทนทหารปลดกองประจำการ ได้กล่าวแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังคับบัญชาที่ดูแลประดุจครอบครัว พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าแม้จะปลดประจำการเป็นทหารกองหนุนในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นี้ แต่จะยังคงยึดมั่นในคำสัตย์ปฏิญาณต่อธงชัยเฉลิมพลอย่างมิเสื่อมคลาย โดยจะนำระเบียบวินัยและประสบการณ์ไปใช้ประกอบอาชีพสุจริต เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม และพร้อมเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวังภัยเพื่อรักษาเกียรติยศของหน่วยและสร้างความสงบสุขให้กับประเทศชาติตลอดไป
ในการนี้ พันเอก ธานี เกียรติสาร ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 152 ได้กล่าวชื่นชมความเสียสละของ นักสู้ตัวจริง ที่ปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์เอกราชและสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการอุทิศตนในภารกิจเสี่ยงภัย ณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมย้ำเตือนกำลังพลว่าการปลดประจำการในวันนี้เป็นเพียงการเปลี่ยนบทบาท แต่หน้าที่ในการป้องกันประเทศยังคงอยู่ โดยขอให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ นำประสบการณ์และระเบียบวินัยไปใช้พัฒนาตนเอง สังคม และร่วมเป็นหูเป็นตาให้ภาครัฐในการเฝ้าระวังภัยคุกคามทุกรูปแบบ เพื่อความมั่นคงของชาติสืบไป


ภายในพิธีเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและตื้นตันใจ ของทั้งเหล่าผู้บังคับบัญชาและกำลังพลที่ร่วมร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีมอบเกียรติบัตร ทหารทุกนายได้ร่วมกันทำพิธีอำลาธงชัยเฉลิมพล ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของหน่วยทหาร ก่อนจะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ "ทหารกองหนุน" ที่มีคุณภาพของชาติต่อไป

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 เมษายน 2569


ลอบยิง ตชด. พื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

ลอบยิง ตชด. พื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ทำให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย


วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 17.10 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงกำลังพล ชุดปฏิบัติการ สังกัดหมวดเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 4413 หน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่บ้านจาเราะแป หมู่ที่ 3 ตำบลธารโต อำเภอธารโต จังหวัดยะลา
ส่งผลให้ สิบตำรวจโท ธีระพัฒน์ แก่นทอง ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งโรงพยาบาลธารโต เพื่อให้การรักษาอย่างเร่งด่วน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งหวังทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ และยังคงพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะนี้หน่วยงานความมั่นคงอยู่ระหว่างเข้าควบคุมพื้นที่และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสร้างสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน
………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานประชุมหารือคณะที่ปรึกษา ร่วมมือภาครัฐ-เอกชน-ผู้นำศาสนา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานประชุมหารือคณะที่ปรึกษา ร่วมมือภาครัฐ-เอกชน-ผู้นำศาสนา เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้


วันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในการประชุมหารือคณะที่ปรึกษา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้นำศาสนา และหน่วยขึ้นตรงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม




การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์จากคณะที่ปรึกษา ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในพื้นที่ โดยในที่ประชุมได้มีการสรุปสถานการณ์ความมั่นคง ซึ่งพบว่าสถิติการเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในปีปัจจุบันมีจำนวนลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกฝ่ายและยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและพัฒนาสถานศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อผลักดันให้สถานศึกษามีรากฐานวิชาการที่เข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักพหุวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว




ทั้งนี้ ความร่วมมือจากคณะที่ปรึกษา คือกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาตรงจุดและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะนำข้อเสนอแนะและองค์ความรู้จากการประชุมหารือครั้งนี้ ไปบูรณาการแผนงานให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตพหุวัฒนธรรม เพื่อเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องต่อไป

………………………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569



"รู้หรือไม่? ประเทศไทยเรามีมัสยิดมากเป็นอันดับที่ 30 ของโลก!

"รู้หรือไม่? ประเทศไทยเรามีมัสยิดมากเป็นอันดับที่ 30 ของโลก! 🇹🇭✨



มัสยิดไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรมที่สวยงาม แต่คือ 'ศูนย์รวมจิตใจ' และพื้นที่แห่งการสร้างความดีของพี่น้องมุสลิมไทย ในขณะที่พี่ใหญ่อย่างอินโดนีเซียครองอันดับ 1 ของโลกที่มีมัสยิดมากที่สุดถึงกว่า 8 แสนแห่ง! 🕌
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พลังแห่งศรัทธาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติคือสิ่งที่มีค่าที่สุด"

………………………………………………..

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

‘ผนึกพลัง–บูรณาการ–ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน’ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เร่งเครื่อง IWG รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแก้ปัญหา จชต. จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

‘ผนึกพลัง–บูรณาการ–ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน’ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เร่งเครื่อง IWG รวมพลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนแก้ปัญหา จชต. จากระดับนโยบายสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 


วันนี้ 29 เมษายน 2569 พลตรี อนุชา โนนคู่เขตโขง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนายุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานการสัมมนาทบทวน ติดตาม และประเมินผลการบูรณาการแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569 ภายใต้กลไกการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Integration Working Groups: IWG) ระหว่างวันที่ 27–29 เมษายน 2569 ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยมี อาจารย์วาริน นาราวิทย์ ที่ปรึกษาส่วนพัฒนายุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโครงสร้าง เข้าร่วมสัมมนา รวมทั้งสิ้น 120 คน



การจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นนโยบายสำคัญที่มุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และการสื่อสารสาธารณะ ซึ่งไม่สามารถดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้เพียงลำพัง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างมีเอกภาพและต่อเนื่อง

สำหรับวัตถุประสงค์ของการสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อทบทวนและวิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมกำหนดแนวทางขับเคลื่อนเชิงยุทธศาสตร์ การติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะกิจงานเร่งด่วน พร้อมวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค เพื่อกำหนดแนวทางในระยะต่อไป และการรวบรวมข้อเสนอแนะและแนวคิดเชิงนโยบาย เพื่อนำไปพัฒนากลไกการขับเคลื่อนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน 



ทั้งนี้ ในห้วงการประชุม ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน โดยศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนที่เกี่ยวข้อง ร่วมสะท้อนแนวทางการพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและเสริมสร้างศักยภาพอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ ในช่วงกิจกรรมภาคปฏิบัติ ได้มีการจัดกิจกรรมกลุ่มย่อย (Workshop) เพื่อระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึก โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์วาริน ร่วมบรรยายและให้ข้อเสนอแนะในประเด็นด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน อันเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางขับเคลื่อนในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ พลตรี อนุชา โนนคู่เขตโขง กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยผลลัพธ์สำคัญ ได้แก่ การจัดทำแผนบูรณาการที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ การกำหนดโครงการและกิจกรรมที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง รวมถึงการปรับรูปแบบการทำงานสู่การบูรณาการอย่างแท้จริง ในมิติด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน ได้กำหนดกิจงานเร่งด่วน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารีจิตอาสา เพื่อปลูกฝังวินัยและความเป็นผู้นำ การพัฒนาทักษะภาษา ทั้งภาษาไทย ภาษามลายูถิ่น และภาษาสากล เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการประกอบอาชีพ โดยทั้ง 3 กิจงานนี้ ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด มุ่ง “ชิงพื้นที่ใจเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงบวก“ เพื่อให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและยั่งยืน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในระยะยาว



นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนา “พื้นที่ปลอดภัยทางความคิด” ผ่านระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ การส่งเสริมกิจกรรมเยาวชน การใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ และการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมในระยะยาว ทั้งนี้ พลตรี อนุชา ย้ำว่า ความสำเร็จในระยะต่อไปจะต้องเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่สามารถสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกได้อย่างแท้จริง

………………………………………………..

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569


#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิง ส.ต.ท.อิมรอนฯ ที่ยะลา เผยผลซักถามขยายผลคุมตัวผู้ต้องสงสัยส่งดำเนินคดี 3 ราย ย้ำปฏิบัติงานตามกรอบกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงความคืบหน้าคดีลอบยิง ส.ต.ท.อิมรอนฯ ที่ยะลา เผยผลซักถามขยายผลคุมตัวผู้ต้องสงสัยส่งดำเนินคดี 3 ราย ย้ำปฏิบัติงานตามกรอบกฎหมายและสิทธิมนุษยชน


ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี (29 เมษายน 2569) – พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ก่อเหตุในคดีลอบยิง สิบตำรวจโท อิมรอน สะมะรี เสียชีวิต ณ บ้านพักเลขที่ 5/6 หมู่ที่ 2 ตำบลลำใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้บูรณาการกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่และรวบรวมวัตถุพยาน จนนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 4 ราย เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามและขยายผล ณ ศูนย์ซักถามฯ มีรายละเอียดผลการปฏิบัติ ดังนี้:

1.นายมูหะมะยูโซะ (สงวนนามสกุล): ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ให้การช่วยเหลือสนับสนุน ทั้งด้านเสบียง อาวุธปืน และเครื่องกระสุน ให้แก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยได้รับคำสั่งจาก นายนัสรูเลาะห์ (สงวนนามสกุล) สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เสียชีวิตจากการปะทะเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

2. นายรอมะ (สงวนนามสกุล): ให้การยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้อำนวยความสะดวกด้านที่พักพิงแก่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่

3. นายรีดวน (สงวนนามสกุล): แม้จะให้การปฏิเสธในชั้นซักถาม แต่จากพยานหลักฐานที่มีความเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

4. นายอัฟฟัน (สงวนนามสกุล): จากการซักถามเจ้าตัวยอมรับว่าเคยเกี่ยวข้องกับเหตุปล้นรถขนส่งพัสดุเพื่อนำไปประกอบระเบิดเมื่อปี 2564 แต่สำหรับเหตุการณ์ลอบยิงในครั้งนี้ พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดี เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาเรียบร้อยแล้ว




ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องสงสัยดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมจำนวน 3 ราย คือ นายมูหะมะยูโซะ, นายรอมะ และนายรีดวน (สงวนนามสกุล) และได้ดำเนินการปล่อยตัวกลับภูมิลำเนา เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอจำนวน 1 ราย คือ นายอัฟฟัน (สงวนนามสกุล)



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่าการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อเร่งนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นเบาะแส บุคคลต้องสงสัย หรือข้อมูลที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันเหตุร้าย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อทำให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ

……………………………………………

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 เมษายน 2569



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

 


ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More