หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการสัญจร อำเภอยะหริ่ง บูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการสัญจร อำเภอยะหริ่ง บูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่


วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแรต อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี นายอำเภอยะหริ่ง ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุม "หัวหน้าส่วนราชการสัญจร" ประจำเดือน โดยการจัดประชุมในรูปแบบสัญจรครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ผ่านการลงพื้นที่รับฟังปัญหา ติดตามความคืบหน้า และผลักดันโครงการต่างๆ ของหน่วยงานในระดับท้องถิ่น ให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที



หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 โดยเสนาธิการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 พร้อมด้วยผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4216 เข้าร่วมเป็นผู้แทนหน่วย เพื่อประสานความร่วมมือและหารือข้อราชการร่วมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และหัวหน้าส่วนราชการจากทุกภาคส่วนอย่างพร้อมเพรียง



บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างใกล้ชิด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก ทบทวนแผนงาน และกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง หน่วยงานความมั่นคง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ให้มีความปลอดภัยและเติบโตอย่างยั่งยืน

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
7 สิงหาคม 2569

#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า







หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม น้อมถวายเป็นพระราชกุศล

หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม น้อมถวายเป็นพระราชกุศล


วันที่ 6 สิงหาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข โดย ชุดสันติสุขที่ 104 และ ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ 112 ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการอำเภอหนองจิก หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอหนองจิกที่ 10 เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2569 และวันแม่แห่งชาติ


โอกาสนี้ นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานในพิธี พร้อมนำส่วนราชการและจิตอาสาร่วมทำความสะอาดพื้นที่ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้าแฝก และปล่อยพันธุ์ปลา เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น้อมถวายเป็นพระราชกุศล และแสดงออกถึงความจงรักภักดี พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ


กิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ สระเก็บน้ำหน้าค่ายลูกเสือเดชานุชิต หมู่ที่ 7 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาสิ่งแวดล้อม และสร้างจิตสำนึกในการทำความดีเพื่อส่วนรวม อันเป็นการสืบสานกิจกรรมจิตอาสาให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนอย่างยั่งยืน



......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
7 สิงหาคม 2569

#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

คนร้ายลอบยิงอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต ภรรยาบาดเจ็บ ในพื้นที่สายบุรี เจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ

คนร้ายลอบยิงอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิต ภรรยาบาดเจ็บ ในพื้นที่สายบุรี เจ้าหน้าที่เร่งติดตามผู้ก่อเหตุ


เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 20.50 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงนายรียะ อาแว อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านบาเลาะ ตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี บริเวณบ้านพัก ส่งผลให้นายรียะ อาแว เสียชีวิต ส่วนภรรยาได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี เพื่อเข้ารับการรักษา
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจสอบและปิดกั้นพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอประณามการใช้ความรุนแรงที่มุ่งทำร้ายประชาชน ซึ่งเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายและหลักมนุษยธรรม ส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่หรือสายตรง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 สิงหาคม 2569

7 สิงหาคม "วันรพี" น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์

7 สิงหาคม "วันรพี"
น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์




วันรพี ตรงกับวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักนิติศาสตร์และทรงวางระบบแบบแผนศาลยุติธรรม รวมถึงทรงจัดตั้งโรงเรียนกฎหมายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอันเป็นประโยชน์ใหญ่ยิ่งแก่ประเทศชาติ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 14 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยประสูติจากเจ้าจอมมารดาตลับ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2417 ทรงเข้าศึกษา ในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ แล้วเสด็จไปศึกษาต่อ ณ โรงเรียนมัธยมกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 3 ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมแล้ว ทรงสอบเรียนต่อกฎหมายที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้ด้วยพระชนมายุเพียงแค่ 14 ชันษา ได้ศึกษาต่อ จนจบหลักสูตรปริญญาตรีด้านกฎหมาย ชั้นเกียรตินิยม โดยใช้เวลาศึกษาเพียงแค่ 3 ปี ด้วยพระชันษาเพียง 20 พรรษา
เมื่อปี พ.ศ. 2439 ทรงเข้ารับราชการในกรมเลขานุการ ทรงปฏิบัติงานเป็นที่พอพระราชหฤทัยในสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมชนกนาถ เป็นอย่างยิ่ง พระภารกิจของพระองคืนับได้ว่าเป็นภาระที่หนักยิ่ง ทรงเสียสละทุกอย่าง คิดถึงแต่งานเป็นใหญ่ ทรงยึดหลักที่ว่า “คนทุกคนต้องเคารพเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จะทำอะไรต้องคิดถึง คนอื่น” ทรงยึดหลักความยุติธรรม และหลักที่ว่า “My life is service” คือ ชีวิตของข้าพเจ้าเกิดมาเพื่อรับใช้ประเทศชาติ
ปี พ.ศ. 2462 ทรงประชวรด้วยโรควัณโรคที่พระวักกะ (ไต) ไปรักษาพระองค์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พระอาการ ก็ไม่ทุเลา และพระองค์ได้สิ้นพระชนม์ ในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 รวมพระชนมายุได้ 47 พรรษา
ในวันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี วงการนักกฎหมายได้ถือเอาวันที่พระองค์สิ้นพระชนม์ เป็นวันรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านที่มีต่อวงการกฎหมายไทย โดยใช้ชื่อว่า “วันรพี” ขนานนามพระองค์ว่า “พระบิดาและปฐมาจารย์แห่งนักกฎหมายไทย” โดยจะมีการจัดกิจกรรมวันรพี วางพวงมาลาถวายราชสักการะเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่อนุสาวรีย์พระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ หน้าสำนักงานศาลยุติธรรม ศาลที่เป็นสถานที่ราชการทั่วประเทศ และคณะนิติศาสตร์ของทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยมีการจัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507

รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีพระราชทานดินฝังศพ “อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ” ผู้เสียชีวิตเหตุบูเก๊ะซามี อย่างสมเกียรติที่นราธิวาส

รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีพระราชทานดินฝังศพ “อส.ทพ.ซอลาฮูดิง ปิ” ผู้เสียชีวิตเหตุบูเก๊ะซามี อย่างสมเกียรติที่นราธิวาส


วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ กูโบร์มัสยิดอัลยามียะห์ บ้านโคกมาแจ ตำบลลุโบะบือซา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีพระราชทานดินฝังศพ อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยโศกเศร้า โดยมี นายไชยะ เจ๊ะแหล้ ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้นำศาสนา ข้าราชการ กำลังพล และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง



สืบเนื่องจากกรณี อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ เสียชีวิตจากเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (ไปป์บอมบ์) ใส่เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นำมาซึ่งความสูญเสียและความโศกเศร้าแก่ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยิ่ง



ในการนี้ได้ประกอบพิธีพระราชทานดินฝังศพตามราชประเพณี โดยวางกระทงข้าวตอกดอกไม้และดินพระราชทานเหนือหลุมฝังศพ พร้อมถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่ามกลางเสียงแตรเดี่ยวบรรเลงเพลงนอนและเพลงเคารพ บรรยากาศเป็นไปอย่างสงบ สมเกียรติ และเปี่ยมด้วยความอาลัย


   

การพระราชทานดินฝังศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานแก่ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อเป็นเกียรติยศสูงสุด และเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย นอกจากนี้ ยังเป็นการเชิดชูเกียรติผู้เสียชีวิตให้เป็นที่ประจักษ์ในคุณงามความดี ความเสียสละ และความกล้าหาญ ที่ได้อุทิศชีวิตเพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนและความมั่นคงของประเทศ อันจะยังคงอยู่ในความทรงจำและความภาคภูมิใจของสังคมสืบไป



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของอาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ พร้อมยืนยันจะดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มกำลัง และมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างความปลอดภัยและสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนสืบไป

......................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 สิงหาคม 2569



ปลูกฝังคุณธรรม สร้างผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่! ศูนย์ยวพัฒน์ฯ เดินหน้าถ่ายทอดความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง สร้างเครือข่ายเยาวชนชายแดนใต้

ปลูกฝังคุณธรรม สร้างผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่! ศูนย์ยวพัฒน์ฯ เดินหน้าถ่ายทอดความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง สร้างเครือข่ายเยาวชนชายแดนใต้


วันนี้ (6 สิงหาคม 2569) เวลา 09.30 น. ณ โรงเรียนศิริราษฎร์สามัคคี อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี พลเอก ศรุต นาควัชระ ผู้อำนวยการศูนย์ยวพัฒน์ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ครูฝึก นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) และนักเรียนแกนนำ ภายใต้โครงการ “เยาวชนอาสา วิทยากรคุณธรรม” เพื่อปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และเสริมสร้างจิตสำนึกที่ดีแก่เยาวชน ให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและถ่ายทอดต่อสู่ผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ



การบรรยายมุ่งถ่ายทอดแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นเงื่อนไขสำคัญ 2 ประการ คือ “ความรู้” และ “คุณธรรม” พร้อมย้ำว่า คุณธรรมเป็นรากฐานของการตัดสินใจที่ถูกต้อง ทำให้เยาวชนสามารถแยกแยะสิ่งที่ควรกระทำและควรละเว้น มีความรับผิดชอบ เคารพกฎระเบียบ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างสงบสุข



จากนั้น ในช่วงบ่าย ได้จัดกิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้จาก นักเรียนรุ่นพี่และนักศึกษาวิชาทหาร ที่ผ่านการอบรม ไปสู่ นักเรียนรุ่นน้อง ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ภายใต้แนวคิด “โดยเยาวชน เพื่อเยาวชน” เพื่อเสริมสร้างทักษะการเป็นวิทยากร ถ่ายทอดคุณธรรม จริยธรรม และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้ขยายผลสู่เยาวชนในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง





โครงการ “เยาวชนอาสา วิทยากรคุณธรรม” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่มุ่งสร้างและพัฒนาเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เติบโตเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกที่รับผิดชอบต่อสังคม ผ่านกระบวนการเรียนรู้และการถ่ายทอดองค์ความรู้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ภายใต้แนวคิด “โดยเยาวชน เพื่อเยาวชน” ซึ่งไม่เพียงเป็นการส่งต่อองค์ความรู้ แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายเยาวชนต้นแบบที่พร้อมเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนสังคม สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความมั่นคง สันติสุข และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต


......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 สิงหาคม 2569


กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมแว่นท็อปเจริญ เดินหน้าโครงการ “แว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้” มอบโอกาสการมองเห็นแก่ประชาชน อ.เบตง จ.ยะลา จำนวน 500 อัน

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมแว่นท็อปเจริญ เดินหน้าโครงการ “แว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้”  มอบโอกาสการมองเห็นแก่ประชาชน อ.เบตง จ.ยะลา จำนวน 500 อัน


วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมวิทยาลัยการอาชีพเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือห้างแว่นท็อปเจริญ จัดโครงการ “แว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้” ปีที่ 4 ในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยมี พลตรี ฤทธิรณ ศรีภักดี รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย คุณบุญส่ง ไตรภูธร ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) นายณัฏฐ์พัชร์ ธรรมศักดิ์ ผู้ประสานงานโครงการ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่อำเภอเบตง เข้าร่วมกิจกรรม



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และบริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้จัดโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านการมองเห็นของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดโอกาสเข้าถึงบริการตรวจวัดสายตาอย่างทั่วถึง ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างปี 2566–2570 ซึ่งตั้งเป้าให้บริการประชาชนไม่น้อยกว่า 10,000 คน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย 




สำหรับในพื้นที่จังหวัดยะลาครั้งนี้ จัดขึ้น ในพื้นที่อำเภอเบตง ตรวจวัดสายตา ประกอบแว่นตา จำนวน 500 อัน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการตรวจวัดสายตาและรับแว่นตาที่เหมาะสมกับค่าสายตา ช่วยเพิ่มโอกาสในการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษา และการประกอบอาชีพ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันช่วยส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพสายตาของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 สิงหาคม 2569

#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More