แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมประชุม HLC ไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 39 ร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการชายแดน
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการระดับสูง (High Level Committee : HLC) ไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 39 โดยมี พลเอก อุกฤษฏ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลเอก ตัน สรี ดาโต๊ะ เซอรี ฮาจี มาเล็ค ราชัค บิน สุไลมาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพมาเลเซีย เป็นประธานร่วมการประชุม โดย HLC เป็นเวทีความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับสูงระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ มีหน้าที่กำหนดนโยบาย ทบทวนผลการดำเนินงาน และกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านความมั่นคง การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน และการพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างไทยกับมาเลเซีย
ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานของ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนไทย–มาเลเซีย และ คณะกรรมการด้านการฝึกร่วม/ผสม ไทย–มาเลเซีย (Joint Combined Exercise Committee : JCEC) ซึ่งรับผิดชอบการวางแผนและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการฝึกระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ พร้อมกำหนดแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป
สำหรับ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) ที่ประชุมได้มอบหมายให้เร่งพัฒนากลไกการแลกเปลี่ยนข่าวสารด้านความมั่นคง เพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนร่วม ยกระดับการคัดกรองบุคคลผ่านแดน ศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบตรวจสอบบุคคลให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการและคณะทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปัจจุบัน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยว เพื่อการบริหารจัดการชายแดนอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืน
ส่วน คณะกรรมการด้านการฝึกร่วม/ผสม ไทย–มาเลเซีย (Joint Combined Exercise Committee : JCEC) ได้รับมอบหมายให้บูรณาการการฝึกร่วม/ผสม ไทย–มาเลเซีย (Joint Combined Exercise Thailand–Malaysia : JCEx THAMAL) ซึ่งเป็นการฝึกประจำระหว่างกองทัพไทยและกองทัพมาเลเซีย เข้ากับการฝึกด้าน การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาสาธารณภัย (Humanitarian Assistance and Disaster Relief : HADR) ร่วมกับ คณะทำงานด้านการจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management Working Group : DMWVG) โดยมุ่งเน้นการฝึกจำลองสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ การพัฒนาความพร้อมของกำลังพล การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการใช้ทรัพยากรของทั้งสองประเทศร่วมกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและการช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
โอกาสนี้ ฝ่ายไทยได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่ให้การสนับสนุนในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้จะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและมาเลเซียให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน การป้องกันและรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายแดน อันจะนำไปสู่ความมั่นคง ความปลอดภัย และเสถียรภาพที่ยั่งยืนของทั้งสองประเทศในระยะยาว
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 สิงหาคม 2569

























































