จนท.บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย ในพื้นที่ตำบลเฉลิม จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) และในพื้นที่ ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส คือ นายอนัส (สงวนนามสกุล) เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ขยายผลการสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย บริเวณบ้านบูเก๊ะซามี (บ้านย่อยบ้านตลาดตันหยงมัส) หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยนำตัวลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรระแงะ และดำเนินการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลระแงะ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัว นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) ส่งเข้ารับการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในส่วนของนายอนัส (สงวนนามสกุล) ได้นำตัวส่งเข้ารับการซักถาม ณ หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากพยานหลักฐานและข้อมูลการสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคง โดยผู้ถูกควบคุมตัวยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกประการ และการเข้าสู่กระบวนการซักถามมิได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด หากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพในทุกขั้นตอน พร้อมประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัว และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ภายใต้การตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสบุคคลหรือการกระทำอันอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ใกล้บ้าน ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และจะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย ในพื้นที่ตำบลเฉลิม จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) และในพื้นที่ ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส คือ นายอนัส (สงวนนามสกุล) เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ขยายผลการสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย บริเวณบ้านบูเก๊ะซามี (บ้านย่อยบ้านตลาดตันหยงมัส) หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยนำตัวลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรระแงะ และดำเนินการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลระแงะ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัว นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) ส่งเข้ารับการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในส่วนของนายอนัส (สงวนนามสกุล) ได้นำตัวส่งเข้ารับการซักถาม ณ หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากพยานหลักฐานและข้อมูลการสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคง โดยผู้ถูกควบคุมตัวยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกประการ และการเข้าสู่กระบวนการซักถามมิได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด หากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพในทุกขั้นตอน พร้อมประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัว และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ภายใต้การตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสบุคคลหรือการกระทำอันอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ใกล้บ้าน ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และจะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้





























































