กอ.รมน.ภาค 4 สน. สดุดีทหารกล้า 5 นาย ผู้เสียสละจากเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส

กอ.รมน.ภาค 4 สน. สดุดีทหารกล้า 5 นาย ผู้เสียสละจากเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แสดงความอาลัยและขอสดุดี ทหารกล้า 5 นาย สังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 กรกฎาคม 2569

กำลังพลผู้เสียชีวิตทั้ง 5 นาย ประกอบด้วย 
จ่าสิบเอก ธีระยุทธ โสมะเกิด
อาสาสมัครทหารพราน วิมล ดาบทอง
อาสาสมัครทหารพราน ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา
อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ
อาสาสมัครทหารพราน ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ

การสูญเสียครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการก่อเหตุรุนแรง แต่ยังคงยืนหยัดปฏิบัติภารกิจด้วยความกล้าหาญและความรับผิดชอบ

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมยืนยันว่าจะดูแลสิทธิและสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียสละและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ประชาชน

การสดุดีทหารกล้าทั้ง 5 นาย ไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อชาติ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงคุณค่าของการเสียสละ ความกล้าหาญ และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาความสงบสุขของประชาชนและผืนแผ่นดินไทย โดยความเสียสละของพวกเขาจะยังคงอยู่ในความทรงจำและได้รับการยกย่องในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวมอย่างสมเกียรติ





.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#สดุดีทหารกล้าปลายด้ามขวาน
#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เจ้าหน้าที่พบรถที่ใช้ก่อเหตุถูกเผาทิ้งในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เจ้าหน้าที่พบรถที่ใช้ก่อเหตุถูกเผาทิ้งในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส


จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้กำลังพลทหารพรานได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 นาย นั้น


ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามเส้นทางหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง โดยจากการตรวจสอบในพื้นที่ สามารถตรวจพบรถยนต์ที่เชื่อว่าใช้ในการก่อเหตุ ถูกคนร้ายนำไปเผาทำลายเพื่ออำพรางพยานหลักฐาน ในพื้นที่ตำบลซากอ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส



ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและพิสูจน์หลักฐานในจุดพบรถอย่างละเอียด พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งจากสถานที่เกิดเหตุและบริเวณที่พบรถ เพื่อนำไปเชื่อมโยงกับการสืบสวนสอบสวนและติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยยังคงบูรณาการกำลังในการติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุ พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน โดยหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป


.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงการณ์ประณามเหตุ คนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 5 ราย

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงการณ์ประณามเหตุ คนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 5 ราย

วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้แถลงการณ์ ขอประณามการก่อเหตุใช้อาวุธปืนและระเบิดโจมตีจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นการกระทำอันอุกอาจ ไร้มนุษยธรรม และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่สัญจรและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ใจกลางชุมชน

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิต 5 นาย ประกอบด้วย จ่าสิบเอก ธีระยุทธ โสมะเกิด , อาสาสมัครทหารพราน วิมล ดาบทอง , อาสาสมัครทหารพราน ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา , อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ และ อาสาสมัครทหารพราน ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งถูกนำส่งรักษาตัวที่ โรงพยาบาลระแงะ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย เด็กชาย ฮาบี๊บ หินะ , นาย มูฮำมัดอาลี อับรู , นาง ฟัรฮะห์ อับรู , นาย มูฮำมัดฮาฟิต หินะ และ เด็กชาย อวาฏิฟ บือราเฮง

การใช้อาวุธสงครามก่อเหตุในเขตเมืองเช่นนี้ ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังสร้างความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจยอมรับได้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับบาดเจ็บทุกนาย และยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน

ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และหากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยและนำพาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

คนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่

คนร้ายก่อเหตุยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ชาวบ้านบาดเจ็บ 2 ราย เร่งติดตามผู้ก่อเหตุและดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่


เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.45 น. ได้เกิดเหตุคนร้ายจำนวน 6 คน แต่งกายชุดดำ ใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน แบบ 4 ประตู สีดำ เป็นพาหนะ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์เข้าใส่ จุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส พื้นที่รับผิดชอบของ กองร้อยทหารพรานที่ 4509


จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลทหารพรานเสียชีวิต จำนวน 5 นาย ทราบชื่อ คือ จ่าสิบเอก ธีระยุทธ โสมะเกิด , อาสาสมัครทหารพราน ซากีรียา เจ๊ะน๊ะ , อาสาสมัครทหารพราน วิมล ดาบทอง , อาสาสมัครทหารพราน ณัฐสิทธิ์ แก้วเสนา และ อาสาสมัครทหารพราน ซอลาฮูดิง ปิ และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อ 1 รายคือ เด็กชาย ฮาบี๊บ หินะ อายุ 10 ขวบ อีกหนึ่งรายยังไม่ทราบชื่อ โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที

ภายหลังการก่อเหตุ คนร้ายได้ขับรถยนต์หลบหนีไปตามเส้นทางหมายเลข 4055 มุ่งหน้าจากตำบลตันหยงมัสไปยังตำบลดุซงญอ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังเข้าปิดกั้นพื้นที่ ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ พร้อมกำชับกำลังทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการเฝ้าระวัง เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รายละเอียดของเหตุการณ์ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริง หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) เร่งขยายผลผู้เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำยึดหลักนิติธรรม

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) เร่งขยายผลผู้เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำยึดหลักนิติธรรม


จากเหตุคนร้ายใช้รถยนต์บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุบริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย นั้น



ล่าสุด วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งบูรณาการกำลังทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายใช้ ระเบิดแสวงเครื่องจำนวน 2 ลูก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ โดยมีถังแก๊สขนาด 4 และ 15 กิโลกรัมเป็นภาชนะบรรจุและจุดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเปรียบเทียบรูปแบบการประกอบระเบิดกับคดีความมั่นคงที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ก่อเหตุ



สำหรับผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุเป็น รถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา โดยคนร้ายใช้ ป้ายทะเบียนปลอม ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทะเบียนของ รถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ สีเทา มีนายประจักษ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งอยู่ที่ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้ครอบครอง แสดงให้เห็นว่าป้ายทะเบียนถูกนำมาสวมเพื่ออำพรางการติดตาม ส่วนรถที่ใช้ก่อเหตุ เป็น รถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา ตรงกับข้อมูลทะเบียนรถ ที่มี นางเพ็ญพักตร์ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ครอบครองซึ่งอยู่ในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และจากตรวจสอบติดตามจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบว่า รถคัน ดังกล่าวถูกขับขี่ผ่านด่านตรวจไพรวัน ในเวลาประมาณ 18 นาฬิกา47 นาที ก่อนเกิดระเบิดไม่นาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ ผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงขยายผลไปยังเครือข่ายผู้จัดหารถ ผู้ดัดแปลงรถ และผู้วางแผนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



จากความเชื่อมโยงดังกล่าว นำไปสู่การสนธิกำลังของหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาสและหน่วยงานความมั่นคงเข้าบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบบ้านเป้าหมายในพื้นที่ตำบลบางปอ อำเภอเมืองนราธิวาส เชิญตัวนายอาลียะห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส พร้อมตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อบันทึกสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนส่งตัวเข้าสู่ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ค่ายจุฬาภรณ์) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวน ขยายผลต่อไป



ทั้งนี้ ภายหลังเหตุการณ์ หน่วยงานด้านความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่ราชการ จุดตรวจ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมกำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีบนพื้นฐานของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส ควบคู่กับการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


กอ.รมน.ภาค 4 สน. เสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ นำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต.

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ นำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จชต.


สำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดโครงการอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน ระเบียบ ขั้นตอน และแนวทางการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 22 - 24 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมบีพี แกรนด์ ทาวเวอร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี พันเอก มานะ ปริญญาศิริ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ภายใต้โครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการอบรม



การอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน ระเบียบ ขั้นตอน และแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักนิติธรรม รวมถึงบริบทของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้เข้ารับการอบรมได้รับความรู้จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมหลักกฎหมาย แนวทางการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ตลอดจนแนวปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ลดข้อผิดพลาด และเสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่



การจัดอบรมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานภายใต้หลักนิติธรรม ควบคู่กับการเคารพสิทธิมนุษยชน อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างสันติสุขและความมั่นคงอย่างยั่งยืนในพื้นที่



.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 (Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 ISOC) meningkatkan pengetahuan undang-undang di kalangan pegawainya untuk diaplikasikan dalam melaksanakan tugas mereka di Wilayah Sempadan Selatan. Pejabat Undang-undang dan Hak Asasi Manusia Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 Hadapan telah menganjurkan program latihan untuk meningkatkan pemahaman tentang hak asasi manusia, peraturan, prosedur dan garis panduan untuk penguatkuasaan undang-undang dari 22-24 Julai 2025, di Hotel BP Grand Tower di Daerah Hat Yai, Wilayah Songkhla. Kolonel Mana Prinyasiri, Pengarah Pejabat Undang-undang dan Hak Asasi Manusia, Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 Hadapan, telah mempengerusikan majlis perasmian tersebut, bersama-sama pegawai dari Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 Hadapan dan kakitangan berkaitan. Latihan ini bertujuan untuk memperkukuhkan pengetahuan tentang undang-undang, prinsip hak asasi manusia, peraturan, prosedur dan garis panduan untuk penguatkuasaan undang-undang, membolehkan pegawai mengaplikasikan pengetahuan ini dengan betul, telus, adil dan selaras dengan kedaulatan undang-undang, serta konteks wilayah sempadan selatan. Peserta menerima pengetahuan daripada penceramah pakar dalam undang-undang dan hak asasi manusia, yang merangkumi prinsip undang-undang, garis panduan untuk melindungi hak dan kebebasan rakyat dan amalan terbaik dalam penguatkuasaan undang-undang. Ini bertujuan untuk meningkatkan kecekapan operasi, mengurangkan kesilapan, dan meningkatkan keyakinan dalam melaksanakan tugas mereka. Latihan ini adalah sebahagian daripada program pembinaan kapasiti untuk kakitangan Pejabat Undang-undang dan Hak Asasi Manusia. Komando Hadapan Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 bertujuan untuk memastikan pegawai beroperasi di bawah kedaulatan undang-undang, digandingkan dengan penghormatan terhadap hak asasi manusia. Ini akan membantu meningkatkan standard penguatkuasaan undang-undang, membina kepercayaan orang ramai, dan menyokong penyelesaian masalah yang lebih berkesan di wilayah sempadan selatan. Ia juga berfungsi sebagai mekanisme penting untuk memacu keamanan dan keselamatan yang mampan di kawasan tersebut. ................................................................. Pusat Perhubungan Awam, Komando Hadapan Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 22 Julai 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan





เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


The Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command (ISOC Region 4 Forward Command) enhances legal knowledge among its officers for application in performing their duties in the Southern Border Provinces. The Legal and Human Rights Office of the Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command organized a training program to enhance understanding of human rights, regulations, procedures, and guidelines for law enforcement from July 22-24, 2025, at the BP Grand Tower Hotel in Hat Yai District, Songkhla Province. Colonel Mana Prinyasiri, Director of the Legal and Human Rights Office, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command, presided over the opening ceremony, along with officers from the Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command and related personnel. The training aimed to strengthen knowledge of law, human rights principles, regulations, procedures, and guidelines for law enforcement, enabling officers to apply this knowledge correctly, transparently, fairly, and in accordance with the rule of law, as well as the context of the southern border provinces. Participants received knowledge from expert speakers in law and human rights, covering legal principles, guidelines for protecting citizens' rights and freedoms, and best practices in law enforcement. This aims to improve operational efficiency, reduce errors, and boost confidence in performing their duties. This training is part of the capacity building program for personnel of the Legal and Human Rights Office. The Forward Command of the Internal Security Operations Command Region 4 aims to ensure that officers operate under the rule of law, coupled with respect for human rights. This will help raise the standard of law enforcement, build public trust, and support more effective problem-solving in the southern border provinces. It also serves as a crucial mechanism for driving sustainable peace and security in the area. ............................................................. Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command July 22, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command


ฉก.ทพ.33 ซ่อมระบบประปาภูเขาให้โรงเรียนนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ 1 อ.บันนังสตา จ.ยะลา แก้ปัญหาน้ำใช้เพื่อเด็กนักเรียน

ฉก.ทพ.33 ซ่อมระบบประปาภูเขาให้โรงเรียนนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ 1 อ.บันนังสตา จ.ยะลา แก้ปัญหาน้ำใช้เพื่อเด็กนักเรียน


เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 กองร้อยทหารพรานที่ 3304 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 นำกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ลงพื้นที่ร่วมกับผู้บริหารและบุคลากร โรงเรียนนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ 1 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ดำเนินการซ่อมแซมและทำความสะอาดระบบท่อส่งน้ำประปาภูเขา เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ



การดำเนินงานครั้งนี้ช่วยฟื้นฟูระบบประปาที่เป็นแหล่งน้ำหลักของโรงเรียน ทำให้นักเรียน ครู และบุคลากรมีน้ำสะอาดเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค ลดผลกระทบต่อการเรียนการสอนและการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังต้องพึ่งพาระบบประปาภูเขาเป็นแหล่งน้ำสำคัญ



การดูแลโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำในสถานศึกษา ซึ่งไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังส่งเสริมสุขอนามัยของเด็กนักเรียน ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ และสะท้อนความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐกับสถานศึกษาในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน






.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Pasukan Petugas 33, Rejimen Renjer, Membaiki Sistem Bekalan Air Pergunungan di Sekolah Nikhom Saeng Ton Eng Phatthana Phak Tai 1, Daerah Bannang Sata, Wilayah Yala, Menyelesaikan Masalah Bekalan Air untuk Pelajar. Pada 21 Julai 2026, Kompeni Renjer ke-3304, Pasukan Petugas 33, bersama pasukan hal ehwal sivilnya, telah bekerjasama dengan pentadbir dan kakitangan Sekolah Nikhom Saeng Ton Eng Phatthana Phak Tai 1 di Mukim Taling Chan, Daerah Bannang Sata, Wilayah Yala, untuk membaiki dan membersihkan sistem bekalan air pergunungan, memulihkan operasinya yang cekap. Operasi ini memulihkan sumber air utama sekolah, memastikan pelajar, guru dan kakitangan mempunyai air bersih yang mencukupi untuk kegunaan harian. Ini mengurangkan kesan terhadap pengajaran, pembelajaran dan kehidupan seharian, terutamanya di kawasan yang sangat bergantung pada sistem air pergunungan. Mengekalkan infrastruktur air di institusi pendidikan bukan sahaja menyelesaikan masalah segera tetapi juga menggalakkan kesihatan dan kebersihan pelajar, mengurangkan risiko kekurangan air, dan mencerminkan kerjasama antara agensi kerajaan dan institusi pendidikan dalam meningkatkan kualiti hidup dan mewujudkan peluang pendidikan untuk belia di wilayah sempadan selatan secara lestari. ................................................................. Pusat Perhubungan Awam Markas Operasi Keselamatan Dalaman Wilayah 4 Hadapan 22 Julai 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan





เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Task Force 33, Ranger Regiment, Repairs Mountain Water Supply System at Nikhom Saeng Ton Eng Phatthana Phak Tai 1 School, Bannang Sata District, Yala Province, Solving Water Supply Problems for Students. On July 21, 2026, the 3304th Ranger Company, Task Force 33, along with its civil affairs team, worked with the administrators and staff of Nikhom Saeng Ton Eng Phatthana Phak Tai 1 School in Taling Chan Subdistrict, Bannang Sata District, Yala Province, to repair and clean the mountain water supply system, restoring its efficient operation. This operation restores the school's main water source, ensuring students, teachers, and staff have sufficient clean water for consumption and daily use. This reduces the impact on teaching, learning, and daily life, especially in an area heavily reliant on mountain water systems. Maintaining water infrastructure in educational institutions not only solves immediate problems but also promotes student health and hygiene, reduces the risk of water shortages, and reflects the cooperation between government agencies and educational institutions in improving the quality of life and creating educational opportunities for youth in the southern border provinces sustainably. ............................................................. Public Relations Center Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters July 22, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command


หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 จับมือส่วนราชการอำเภอยะรัง เดินหน้าโครงการ "รับฟัง ห่วงใย เคียงข้างประชาชน" มอบสิ่งของเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง

หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 จับมือส่วนราชการอำเภอยะรัง เดินหน้าโครงการ "รับฟัง ห่วงใย เคียงข้างประชาชน" มอบสิ่งของเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง


หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 ผสานความร่วมมือกับส่วนราชการอำเภอยะรัง ผู้นำศาสนา และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ดำเนินโครงการ "รับฟัง ห่วงใย เคียงข้างประชาชน" เพื่อเข้าถึงและรับทราบปัญหาของประชาชนในพื้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี อย่างใกล้ชิด



การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นการเข้าพบปะพูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ และรับฟังปัญหาความเดือดร้อนโดยตรงจากครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในชุมชน



ในการนี้ หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 และส่วนราชการอำเภอยะรัง ได้ร่วมกันช่วยเหลือเยียวยาด้วยการมอบสิ่งของอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต พร้อมทั้งมอบรถจักรยานให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตำบลสะนอ และตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี รวมจำนวน 4 ราย สร้างความยินดีและซาบซึ้งในความห่วงใยแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

.............................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า





    


ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More