ยะลาเปิดมหกรรมวิชาการ “YALA EDU-FEST 2026” รวมพลังยกระดับการศึกษา ภายใต้แนวคิด “Grow Together #เติบโตไปด้วยกัน”

ยะลาเปิดมหกรรมวิชาการ “YALA EDU-FEST 2026” รวมพลังยกระดับการศึกษา ภายใต้แนวคิด “Grow Together #เติบโตไปด้วยกัน”


วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (5 ธันวาคม 2550) และหอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดยะลา ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาและภาคีเครือข่าย จัดมหกรรมวิชาการและนวัตกรรมการศึกษา “YALA EDU-FEST 2026 (ครั้งที่ 2)” ภายใต้แนวคิด “Grow Together #เติบโตไปด้วยกัน” ระหว่างวันที่ 5–6 สิงหาคม 2569 เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอนวัตกรรมทางการศึกษา และยกระดับคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลา โดยมี นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายวีรพัฒน์ บุญหริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายสมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา ดร.ระเด่น สะมะแอ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ผู้บริหาสถานศึกษา  บุคลากรทางการศึกษา  ครู นักเรียน นักศึกษา และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาจากทุกสังกัดเข้าร่วม



นายสมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนด้านการศึกษา เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นำเสนอนวัตกรรม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนทุกคน



ด้าน นายตติยภัทร์ ปิติเศรษฐพันธุ์ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า YALA EDU-FEST 2026 เป็นการขับเคลื่อนนโยบาย “All for Education” ของกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ และสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่เข้มแข็ง พร้อมทั้งย้ำว่า จังหวัดยะลามีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาการศึกษา ภายใต้แนวคิด “Grow Together” ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และสอดคล้องกับนโยบาย Thailand Zero Dropout ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา



ภายในงานมีกิจกรรมทางวิชาการและนิทรรศการที่หลากหลาย อาทิ เวทีแสดงผลงานและนวัตกรรมของนักเรียน การแสดงดนตรี ลิเกฮูลู และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน กิจกรรม “ปฐมวัยสร้างสรรค์” ตลาดนัดนักเรียน “Learn เพลิน & Play” นิทรรศการนวัตกรรมทางการศึกษา การนำเสนอผลงาน Best Practice การส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้ การแข่งขันทักษะทางวิชาการ ตลอดจนการนำเสนอผลการติดตามเยาวชนนอกระบบให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของจังหวัดยะลาให้เติบโตอย่างยั่งยืน




......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
5 สิงหาคม 2569

ความคืบหน้าเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.ตากใบ ยืนยัน ผกร.เสียชีวิต 2 ราย คือ นายอับดุลมูคลีส และ นายสะหมา

ความคืบหน้าเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.ตากใบ ยืนยัน ผกร.เสียชีวิต 2 ราย คือ นายอับดุลมูคลีส และ นายสะหมาน


จากกรณีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปฏิบัติการติดตามผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด และเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ รวบรวมพยานหลักฐาน และสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายผู้ก่อเหตุ และนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

ระหว่างการเข้าปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ จึงเกิดการปะทะกัน ส่งผลให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้นจำนวน 2 กระบอก ทราบชื่อคือ นายอับดุลมูคลีส (สงวนนามสกุล) และ นายสะหมาน (สงวนนามสกุล)
จากการตรวจสอบยืนยัน พบว่าบุคคลทั้งสองเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่อำเภอตากใบ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ก่อนหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ และถูกเจ้าหน้าที่ติดตามบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปฏิบัติการในครั้งนี้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งสืบสวนขยายผล ติดตามผู้ร่วมก่อเหตุที่ยังหลบหนี เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า ผู้ใดให้การช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการนำพาหลบหนี ซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือจัดหาเสบียงอาหาร อาจเข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
………………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
5 สิงหาคม 2569

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขยายผลเหตุยิงตำรวจตากใบ นำสู่ปฏิบัติการสุคิริน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขยายผลเหตุยิงตำรวจตากใบ นำสู่ปฏิบัติการสุคิริน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย



จากการสืบสวนขยายผลกรณีเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ซึ่งภายหลังการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์และการรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ พบข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งวันนี้ ( 5 สิงหาคม 2569) ได้มีการสนธิกำลังของหน่วยงานความมั่นคง นำไปสู่ปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส
โดยระหว่างการเข้าปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อน ส่งผลให้เกิดการตอบโต้ตามสถานการณ์ เป็นเหตุให้ผู้เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์อัตลักษณ์อย่างละเอียด เพื่อความถูกต้องและรอบคอบในทุกขั้นตอน

เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมที่ยังหลบหนีอยู่ โดยยึดหลักกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ที่อาจให้การสนับสนุน ให้ที่พักพิง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ให้ทบทวนบทบาทของตนเอง และยุติการกระทำที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมทั้งขอให้เข้ามาแสดงตัวหรือมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
5 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ทหารพราน 41 ร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ สืบสานภาษาไทย เติมรอยยิ้มให้น้องๆ ในวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ

ทหารพราน 41 ร่วมส่งเสริมการเรียนรู้ สืบสานภาษาไทย เติมรอยยิ้มให้น้องๆ ในวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ


 วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 08.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 โดย ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4107 พร้อมด้วยกำลังพล ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4107 ร่วมกับ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกำปงบือแน, คณะครูและนักเรียน จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติขึ้น เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงประวัติ บทกลอน ตลอดจนวรรณคดีต่างๆ ของพระสุนทรโวหาร (สุนทรภู่) อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการอนุรักษ์และสืบสานภาษาไทยให้คงอยู่สืบไป



โอกาสนี้ ทางหน่วยได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้วยการมอบน้ำผลไม้ให้กับนักเรียน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สร้างรอยยิ้ม และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ครู นักเรียน และชุมชนในพื้นที่ ณ โรงเรียนบ้านกำปงบือแน บ้านกำปงบือแน หมู่ที่ 6 ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
5 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ยะลาเปิดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลา 2569” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้เกษตรกร ยกระดับสินค้าเด่นชายแดนใต้

ยะลาเปิดงาน “มหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลา 2569” กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้เกษตรกร ยกระดับสินค้าเด่นชายแดนใต้


วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 15.00 น. ณ บริเวณสนามโรงพิธีช้างเผือก เทศบาลนครยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลา ประจำปี 2569 ซึ่งจังหวัดยะลากำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 6 สิงหาคม 2569 โดยมีนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก



การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชน ได้นำผลไม้คุณภาพ ผลผลิตด้านปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์ OTOP และสินค้าคุณภาพของจังหวัดยะลา มาจัดแสดงและจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิต พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ศักยภาพของสินค้าและของดีเมืองยะลาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง



ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจหลากหลาย ทั้งการจัดแสดงและจำหน่ายผลไม้ตามฤดูกาลและสินค้าท้องถิ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยว การออกร้านของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนกิจกรรมบนเวที การแสดงศิลปวัฒนธรรม และความบันเทิง เพื่อสร้างสีสัน ดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้เกิดความคึกคักในพื้นที่



ทั้งนี้ การจัดงานมหกรรมผลไม้และของดีเมืองยะลา ประจำปี 2569 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการสนับสนุนภาคการเกษตร ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตในพื้นที่ อันเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงและความยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง



......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 สิงหาคม 2569

ศปป.5 กอ.รมน. จัดโครงการเวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข ประจำปี 2569 หนุนสร้างความเข้าใจอันดีและขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน

ศปป.5 กอ.รมน. จัดโครงการเวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข ประจำปี 2569 หนุนสร้างความเข้าใจอันดีและขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน


วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมพระนิกรบดี ด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จัดโครงการเวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 4-6 สิงหาคม 2569 พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำคณะสื่อมวลชนส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) กว่า 30 คน ลงพื้นที่สงขลาและปัตตานี โดยมี พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมบรรยายในเวทีสานเสวนาครั้งนี้



ด้าน พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยสถานการณ์ภาพรวมว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุยังคงพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อลดความเชื่อมั่นต่อรัฐ พร้อมย้ำว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้นำกรอบแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ระยะที่ 2 ห้วงปี 2566 – 2570 และปรับเปลี่ยนให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยเน้นทุกภาคส่วนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมบูรณาการในทุกมิติ เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้ตรงความต้องการและสร้างความเชื่อมั่นแก่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง


ด้านตัวแทนสื่อมวลชนกล่าวว่าชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ทหาร ที่มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ สามารถแก้ไขปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันในฐานะสื่อมวลชน ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และขอเป็นกระบอกเสียงด้วยการนำเสนอผลงานในทุกภารกิจ ทุกกิจกรรมที่หน่วยงานความมั่นคง ภายใต้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและกองทัพ และกำชับรู้สึกอบอุ่นใจ ที่ทุกหน่วยงานพยายาม ส่งเสริม พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่พี่น้องประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้



ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้สื่อมวลชนรับทราบสถานการณ์จริงและการปฏิบัติงานของหน่วยงานความมั่นคง ควบคู่ไปกับการติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิต การสร้างอาชีพ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร และสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจอันดี เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องสู่สาธารณชน และหนุนเสริมความร่วมมือระหว่างสื่อมวลชน ภาครัฐ และประชาชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 สิงหาคม 2569

กกล.ตร.จชต. แถลงผลการบังคับใช้กฎหมาย กรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

กกล.ตร.จชต. แถลงผลการบังคับใช้กฎหมาย กรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส


( 4 สิงหาคม 2569 ) จากเหตุความรุนแรงในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี, พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ได้มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มในการควบคุมพื้นที่ปฏิบัติการเชิงรุกกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีการปฏิบัติการเชิงรุกในพื้นที่ป่าภูเขา เนื่องจากพบว่าเป็นพื้นที่หลบหนี ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งจากการกดดัน คนร้ายได้หลบหนีไปยังพื้นที่อื่น จนนำมาสู่ การบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้

ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยันว่าเป็นกลุ่มที่ลงมาปฏิบัติการ จากพื้นที่ภูเขา โดยตำรวจภูธรภาค 9 ได้ปฏิบัติตามนโยบายการควบคุมพื้นที่ และการป้องกันปราบปรามยาเสพติด
โดยเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 11.48 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรตากใบ จำนวน 6 นาย ใช้รถยนต์ จำนวน 2 คัน พร้อม ตรวจค้นเป้าหมายยาเสพติด ในพื้นที่ ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจได้เดินทางกลับโดยใช้เส้นทางลัดภายในสวนปาล์ม เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีคนนั่งอยู่ข้างกระท่อมและมีรถยนต์กระบะสีขาวจอดรอบริเวณถนนในลักษณะผิดสังเกต เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยมีผู้อาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเกิดความสงสัยตามสัญชาตญาณ จึงได้หยุดรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 3 นาย จึงได้เดินเข้าไปตรวจสอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 3 นาย ลงจากรถเพื่อมาสังเกตการณ์และคุ้มกันอยู่บนถนนด้านหน้ากระท่อม


จากนั้นหัวหน้าชุดได้เดินอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อมระหว่างตรวจสอบได้ยินเสียงดังมาจากข้างในกระท่อม จึงได้สอบถามและจะเข้าไปตรวจสอบ ขณะเดียวกัน คนร้าย จำนวน 2 ราย ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงออกมาจากกระท่อม โดยกระสุนถูก ดาบตำรวจวิทยา ชายพรมแก้ว ซึ่งยืนคุ้มกันอยู่บนถนน เสียชีวิต จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีอ้อมไปทางด้านหลังกระท่อม จนมาพบกับ ร้อยตำรวจโทกิตติพงษ์ ศรีขำ หัวหน้าชุด และ จ่าสิบตำรวจอัมราน ฮะ จึงเกิดการยิงปะทะกันในระยะประชิด เป็นเหตุให้ จ่าสิบตำรวจอัมรานฯ ถูกกระสุนปืนของคนร้ายเสียชีวิต โดยร้อยตำรวจโทกิตติพงษ์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงต่อสู้กับคนร้าย ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย ต่อมาคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางป่าพรุด้านหลัง และคนร้ายที่อยู่ในที่เกิดเหตุอีกส่วนหนึ่งได้หลบหนีเข้าไปในป่าพรุด้านหลังสวนปาล์ม จึงได้ขอสนับสนุนกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ ต่อมาได้สนธิกำลัง ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ปิดล้อมป่าพรุด้านหลังที่เกิดเหตุ จากปฏิบัติการดังกล่าว ได้ควบคุมตัวผู้ที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จำนวน 4 พร้อมของกลาง อาวุธปืน HK ซึ่งถอดประกอบอยู่ พร้อมแม็กกาซีนอีกจำนวนหนึ่ง ผลการตรวจสถานที่เกิดเหตุ พบของกลาง ดังนี้
1. ปลอกกระสุนปืนเล็กกล ขนาด 5.56 มม. จำนวน 18 ปลอก
2. ปลอกกระสุนปืนออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 21 ปลอก
3. ปลอกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .32 จำนวน 1 ปลอก
4. อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก


จากการตรวจสอบพบว่า ปลอกกระสุนปืนของกลาง มีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และเป็นกลุ่มคนร้ายที่เชื่อมโยงกันกับกลุ่มที่ก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
และคนร้ายอีกกลุ่มได้หลบหนีไปรักษาตัวในพื้นที่ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ติดตามไปบังคับใช้กฎหมาย พบพยานหลักฐานผ้ากอซ คราบเลือด และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล จากการซักถามเจ้าของบ้านรับว่า มีคนร้าย 2 ราย มารักษาตัว สืบสวนทราบว่า คนร้ายทั้ง 2 ราย คือ
1. นายอับดุลมูคลีส สงวนนามสกุล ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณนิ้วมือด้านขวา
2. นายสะหมาน สงวนนามสกุล ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณด้านหลัง แขนขวา และข้อเท้า จำนวน 3 จุด
และหลังจากนั้นได้มีคนมารับและพาหลบหนีไปยังพื้นที่อำเภอจะแนะ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการบังคับใช้กฎหมายอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าคนร้าย ยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงและอยู่ระหว่างติดตามจับกุม
จากการสืบสวนทราบว่า มีผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ จำนวน 14 ราย ซึ่งควบคุมตัว เข้าสู่กระบวนการซักถาม จำนวน 11 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี จำนวน 3 ราย สอบสวนได้ความว่า จากการปิดล้อมกดดันของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ อำเภอจะแนะ และอำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้คนร้ายหลบหนีมาพักอยู่บริเวณที่เกิดเหตุก่อน 2 วัน ซึ่งกระท่อมที่คนร้ายมาหลบซ่อน โดยปกติไม่มีคนอยู่อาศัย
จากเหตุการณ์นี้ ขอสดุดีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรตากใบ ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและมีจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เน้นย้ำให้มีการปรับยุทธวิธีให้เหมาะกับสถานการณ์และพื้นที่ และจะสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติม ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานต่อไป และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนหากพบเห็น หรือมีเบาะแส ของคนร้าย สามารถแจ้งไปยัง สถานีตำรวจใกล้บ้านท่าน และทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับผู้ให้ที่ให้ที่พักพิง และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่ให้การช่วยเหลือจะมีความผิด และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 สิงหาคม 2569

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More