รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงความคืบหน้าเหตุยิงตำรวจตากใบเสียชีวิต จับกุมส่งดำเนินคดี 9 ราย เสียชีวิต 2 ราย หลบหนี 1 ราย

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงความคืบหน้าเหตุยิงตำรวจตากใบเสียชีวิต จับกุมส่งดำเนินคดี 9 ราย เสียชีวิต 2 ราย หลบหนี 1 ราย



วันนี้ (22 สิงหาคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรตากใบ ขณะเข้าปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมายคดียาเสพติดในพื้นที่บ้านบึงฉลาม ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตจำนวน 2 นาย ประกอบด้วย จ่าสิบตำรวจ อัมราน ฮะ และ ดาบตำรวจ วิทยา ชายพรมแก้ว ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถระบุตัว บุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย จำนวน 16 ราย โดยสามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม จำนวน 13 ราย มีผู้เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายสะหมาน (สงวนนามสกุล) และนายอับดุลมูคลีส (สงวนนามสกุล) และมีผู้ที่อยู่ในระหว่างการหลบหนี จำนวน 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายอิสเฮาะ (สงวนนามสกุล)


จากจำนวนผู้ที่เข้าสู่กระบวนการซักถามจำนวน 13 ราย ปัจจุบันปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายมาหาดี (สงวนนามสกุล) ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569 , นายอาลีฟ (สงวนนามสกุล) , นางสาวญาริญะฮ (สงวนนามสกุล) ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 และนายฮาเซ็ง (สงวนนามสกุล) ปล่อยตัวเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ส่วนบุคคลที่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยออกหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว จำนวน 7 ราย ประกอบด้วย นายมูฮัมหมัดซัมซา (สงวนนามสกุล) , นายซอบรี (สงวนนามสกุล) , นายอับดุลฮากิม (สงวนนามสกุล) , นายหากีม (สงวนนามสกุล) , นายสุไลดี (สงวนนามสกุล) , นายอิสเฮาะ (สงวนนามสกุล) และนายมูหัมหมัดบูรดิน (สงวนนามสกุล) และอยู่ระหว่างการแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินการขอศาลออกหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพิ่มเติมอีก จำนวน 2 ราย คือ นายมะรอซี (สงวนนามสกุล) และนางสาวไซยานี (สงวนนามสกุล)


สรุปภาพรวมมีผู้ถูกควบคุมตัว เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว 9 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามผู้หลบหนี พร้อมขยายผลตรวจสอบผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนหรืออำนวยความสะดวกในการก่อเหตุ รวมถึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย


รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอนเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัวตามหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์มาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนำผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ทันที หรือโทรแจ้งเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการปกปิดเป็นความลับ



.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More