“กอ.รมน. เดินหน้าขับเคลื่อนความมั่นคง” รอง ผอ.สขว.กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมประชุมหน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลตรี อัฑฒเศรษฐ์ เต็มมีศรี รองผู้อำนวยการสำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VTC) หน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ครั้งที่ 4 / 2569 โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก / เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานการประชุม เพื่อดำเนินการชี้แจงการปฏิบัติ และการประสานที่สำคัญ
โอกาสนี้ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีประเด็นด้านความมั่นคงที่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน โดยเฉพาะสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนก ภายหลังมีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดตกในพื้นที่ชายแดน ขณะเจ้าหน้าที่ทหารไทยกำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ดำเนินการตอบโต้ตามกฎการปะทะอย่างเหมาะสม ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายลง โดยกำลังพลทุกนายยังคงปลอดภัย และหน่วยงานความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
ด้าน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สรุปภาพรวมสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ โดยได้มีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด
พร้อมกันนี้ ยังได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา และการสร้างความเข้าใจในระดับพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ และนำไปสู่เป้าหมายสำคัญ คือการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ทั้งนี้ พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้นำข้อสั่งการของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ไปขับเคลื่อนการปฏิบัติ โดยเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ในห้วงปี 2569 ถึง 2570 อย่างเป็นระบบ
สำหรับแนวทางในปี 2570 ที่มีแผนการปรับลดกำลังทหารจากนอกพื้นที่ของ กองทัพภาคที่ 4 นั้น มิได้หมายถึงการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมด หรือการมอบหมายภารกิจด้านความมั่นคงให้กับ กองอาสารักษาดินแดน เพียงหน่วยงานเดียวแต่อย่างใด แต่เป็นการปรับกำลังให้สอดคล้องกับสถานการณ์และระดับความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ในลำดับขั้นตอนของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการวางแผน ประเมินผล เพื่อให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการดูแลความมั่นคง ปลอดภัยในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรี ที่เน้นย้ำให้หน่วยงานด้านการข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มความเข้มข้นในการติดตามสถานการณ์ ควบคู่กับแนวคิดในการจัดทำรั้วชายแดน ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็นเรื่องเร่งด่วน โดยจะต้องมีการหารือและวางแผนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศมาเลเซีย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสอดคล้องกับความร่วมมือระหว่างประเทศ ในส่วนนี้ เลขาธิการ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร มีกำหนดประชุมร่วมกับ กองทัพบก และผู้บัญชาการทหารบกอีกครั้ง เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม
อีกทั้ง ยังได้เน้นย้ำถึงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การสอบเข้าเป็นนักเรียนนายร้อยของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดน ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นนายทหาร และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกองทัพในอนาคต อันเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษา ควบคู่กับการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพจากคนในพื้นที่
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครออนไลน์ถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569
สมัครได้ทาง : www.crma.ac.th หรือ https://admission.crma.ac.th
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : 090-2167670 และ Line @crma-admission
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า













0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น