เชื่อมใจทุกศรัทธา! แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางเข้านมัสการเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา ย้ำความมุ่งมั่นดูแลประชาชนทุกกลุ่ม"

เชื่อมใจทุกศรัทธา! แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางเข้านมัสการเจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา ย้ำความมุ่งมั่นดูแลประชาชนทุกกลุ่ม"

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) เวลา 17.20 น. ณ วัดประชุมชลธารา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางไปนมัสการพระธรรมวัชรจริยาจารย์ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เพื่อแสดงความเคารพและสานความสัมพันธ์อันดีกับผู้นำศาสนาในพื้นที่ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี เทพพิทักษ์ นิมิตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตลอดจนกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ


โอกาสนี้ พลโท ชาคริต อุจะรัตน ได้เข้านมัสการพระธรรมวัชรจริยาจารย์และสนทนาธรรม พร้อมถวายไทยธรรมแด่เจ้าอาวาส เพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเดียวกัน หัวหน้าส่วนราชการและผู้นำในพื้นที่ได้ร่วมมอบดอกไม้และกระเช้า เพื่อแสดงการต้อนรับและแสดงความยินดีแก่แม่ทัพภาคที่ 4 ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งและเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



ทั้งนี้ การเข้าพบผู้นำศาสนาในครั้งนี้ สะท้อนถึงความสำคัญของการสานความร่วมมือระหว่างฝ่ายความมั่นคง ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นในการปฏิบัติภารกิจร่วมกัน อันจะนำไปสู่การดูแลความปลอดภัยและความสันติสุขแก่พี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

สดุดีวีรบุรุษชายแดนใต้! แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมครอบครัว อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมดูแลไม่ทอดทิ้งผู้เสียสละเพื่อความสงบสุขของประชาชน

สดุดีวีรบุรุษชายแดนใต้! แม่ทัพภาคที่ 4 เยี่ยมครอบครัว อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมดูแลไม่ทอดทิ้งผู้เสียสละเพื่อความสงบสุขของประชาชน

วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พลโท ชาคริต อุตะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตำบลสากอ อำเภอสุไหงปาดี  จังหวัดนราธิวาส เยี่ยมและให้กำลังใจครอบครัว อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ พลปืนเล็ก สังกัดกองร้อยทหารพรานที่ 4515 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายซุ่มยิง ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ ณ บ้านกูจิงลือปะ ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวจากการสูญเสียกำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่



โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้พูดคุย สอบถามความเป็นอยู่ และให้กำลังใจครอบครัวด้วยความห่วงใย พร้อมรับฟังปัญหาและความต้องการของครอบครัวภายหลังการสูญเสีย โอกาสนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือและถุงยังชีพให้แก่ครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเป็นขวัญกำลังใจ พร้อมกำชับหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ติดตามดูแลและให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่อเนื่อง


แม้กำลังพลจะเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่ความห่วงใยของผู้บังคับบัญชายังคงมีต่อครอบครัว โดยกองทัพพร้อมดูแลและให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ทอดทิ้งครอบครัวของผู้เสียสละ พร้อมร่วมรำลึกถึงความกล้าหาญและความเสียสละของ อส.ทพ.ซุกรันด์ ลาเต๊ะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสงบสุขของประชาชน

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




หัวใจและศรัทธา แม่ทัพภาคที่ 4 พบปะคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส พร้อมใช้มิติศาสนา เป็นเข็มทิศขับเคลื่อนการสร้างสันติสุขในพื้นที่

หัวใจและศรัทธา แม่ทัพภาคที่ 4 พบปะคณะกรรมการอิสลาม จ.นราธิวาส พร้อมใช้มิติศาสนา เป็นเข็มทิศขับเคลื่อนการสร้างสันติสุขในพื้นที่


วันที่ 6 ตุลาคม 2569 พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเข้าพบ นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ณ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมืองนราธิวาส


การพบปะครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีความคุ้นเคยและเคยร่วมงานกันมาก่อน ซึ่งนับเป็นพื้นฐานสำคัญในการสานต่อความร่วมมือและประสานการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่




ในโอกาสนี้ นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวแสดงความยินดีต่อ พลโท ชาคริต ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมร่วมกล่าวดุอาร์ (ขอพร) เพื่อความเป็นสิริมงคล และแสดงเจตนารมณ์ที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ เพื่อสร้างความสงบสุขและสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้




ด้าน พลโท ชาคริต กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำศาสนา ซึ่งมีบทบาทสำคัญและใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ยึดมั่นในหลักศาสนาอิสลาม โดยมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นหนึ่งในสถาบันสำคัญที่มีบทบาทในการยึดเหนี่ยวจิตใจและส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักศาสนา “จึงต้องมาพบปะและขอคำแนะนำจากผู้นำศาสนา เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงาน และส่งเสริมสนับสนุนบทบาทของผู้นำศาสนาในการสร้างความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือในสังคม”



แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้นำศาสนาถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และเป็นพลังสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจในพื้นที่ จึงต้องการรับฟังมุมมองและข้อเสนอแนะจากผู้นำศาสนา เพื่อนำมิติทางศาสนามาเป็น “เข็มทิศ” ในการขับเคลื่อนงานด้านการสร้างสันติสุข เนื่องจากศาสนาถือเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมสนับสนุนและประสานความร่วมมือกับผู้นำศาสนาและทุกภาคส่วนในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยจะน้อมนำแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นหลักในการปฏิบัติงาน เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขและสันติสุขที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

น้อมนำยุทธศาสตร์ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’: ผบ.ฉก.ยะลา เข้าคารวะแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมรับมอบนโยบายความมั่นคงชายแดนใต้

น้อมนำยุทธศาสตร์ ‘เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา’: ผบ.ฉก.ยะลา เข้าคารวะแม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมรับมอบนโยบายความมั่นคงชายแดนใต้


พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ พลตรี สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจยะลา ในโอกาสเข้าเยี่ยมพบปะและหารือ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 และรับมอบแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดรับกับนโยบายของกองทัพภาคที่ 4



ในการพบปะครั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้บัญชาการหน่วยเฉพาะกิจยะลา โดยการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”  และให้หน่วยเฉพาะกิจระดับจังหวัดทำหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการของแต่ละพื้นที่ สามารถประสานและบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


พร้อมกันนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ตลอดจนกล่าวให้กำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน


ทั้งนี้ การพบปะดังกล่าวนับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้บังคับบัญชาและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

ความมั่นคง เคียงคู่พัฒนา แม่ทัพภาคที่ 4 รับคณะ ศอ.บต. เยี่ยมคารวะ หารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือ เพื่อสันติสุขชายแดนใต้

ความมั่นคง เคียงคู่พัฒนา แม่ทัพภาคที่ 4 รับคณะ ศอ.บต. เยี่ยมคารวะ หารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือ เพื่อสันติสุขชายแดนใต้


วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) เวลา 13.50 น. พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมคณะผู้บริหาร ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี



ในการพบปะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนการบูรณาการและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงกับ ศอ.บต. เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน


พลโท ชาคริต อุจะรัตน ได้มอบแนวทางการทำงานโดยยึดหลักพระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” พร้อมเน้นการสร้างความรักและความผูกพันของประชาชนที่มีต่อถิ่นฐานบ้านเกิด ตลอดจนการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยยึดหลัก “การเมืองนำการทหาร” โดยให้ประชาชนอยู่ข้างหน้า และมีหน่วยงานภาครัฐหนุนหลัง พร้อมสนับสนุนทุกความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานด้านความมั่นคงควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและยั่งยืน



ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 และคณะผู้บริหาร ศอ.บต. ต่างยืนยันถึงความพร้อมในการประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงและสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน


.....................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า






รมว.กลาโหม บูรณาการทุกภาคส่วน เตรียมรับมืออุทกภัยภาคใต้ทุกจังหวัด ย้ำ “ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ” มองภาพเดียวกัน เชื่อมโยงการทำงานทุกระดับ พร้อมช่วยประชาชนก่อนเกิดภัย

รมว.กลาโหม บูรณาการทุกภาคส่วน เตรียมรับมืออุทกภัยภาคใต้ทุกจังหวัด ย้ำ “ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ” มองภาพเดียวกัน เชื่อมโยงการทำงานทุกระดับ พร้อมช่วยประชาชนก่อนเกิดภัย


6 ตุลาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงกลาโหม กองทัพ และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด ทั้งการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย การเตรียมกำลังและทรัพยากรช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการเยียวยาฟื้นฟู โดยนำบทเรียนจากอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 มาใช้ประกอบการวางแผนป้องกันล่วงหน้า


จุดแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำหน้าควน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากนายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 กรมชลประทาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำหลากในปี 2569

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมประชุม ณ มณฑลทหารบกที่ 42 โดยมีผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานฝ่ายทหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์และหารือแนวทางเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในภาพรวมของภาคใต้


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้ทุกหน่วยงาน “มองภาพสถานการณ์บนกระดานเดียวกัน” โดยนำข้อมูลด้านสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน การบริหารจัดการน้ำ พื้นที่เสี่ยงภัย และศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดแบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานที่มีเขตการปฏิบัติงานแตกต่างกัน เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าแต่ละพื้นที่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบหลัก หน่วยงานใดสนับสนุน และสามารถประสานการปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์


ในการประชุม ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานแนวโน้มสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำรายงานระบบติดตามสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่วนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาได้ชี้แจงการเตรียมความพร้อมและกลไกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด (EOC) ซึ่งมีหน่วยงานฝ่ายทหารร่วมสนับสนุนการปฏิบัติ


ด้าน นายตระกูล โทรธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งร่วมคณะลงพื้นที่ ได้ร่วมการหารือในมิติการบริหารจัดการภาพรวมของกระทรวงมหาดไทย ทั้งกลไกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับจังหวัดและพื้นที่ ตลอดจนประเด็นด้านการบริหารทรัพยากรและการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางสนับสนุนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และระเบียบที่กำหนด โดยมุ่งให้การประสานงานระหว่างกระทรวงมหาดไทยและฝ่ายทหารสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่ พลเอก นรธิป โพยนอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมของหน่วยทหารทุกระดับ ทั้งกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทันที โดยไม่ต้องรอ ให้เกิดสถานการณ์ก่อนจึงเริ่มเตรียมการ



ด้าน พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร ได้นำเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงกลไกบัญชาการและการประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับจังหวัด รวมถึงแนวทางการแบ่งพื้นที่ประสานการปฏิบัติในภาคใต้ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดและเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ โดยข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ และจะนำไปประสานกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ก่อนนำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป


เสนาธิการทหารยังได้กล่าวถึงบทเรียนสำคัญจากอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 ที่ต้องนำมาปรับปรุงการเตรียมความพร้อมใน 3 ด้าน ได้แก่ การพยากรณ์และประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน การสื่อสารแจ้งเตือนและช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง และการเตรียมมาตรการเยียวยาฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเกิดภัยจนถึงระยะฟื้นฟู


ส่วน พลโท ณัฐวุฒิ ภาสุวาณิชพงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ได้ชี้แจงการเตรียมความพร้อมของกองทัพบกผ่านกลไกศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ซึ่งมีการจัดกำลังรองรับสถานการณ์ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกองร้อย กองพัน ไปจนถึงมณฑลทหารบก โดยมีชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) และกำลังพลประสานงาน ทำหน้าที่เชื่อมโยงการปฏิบัติกับหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถระดมกำลังและทรัพยากรสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า “ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ” พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะการเตรียมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสงขลา แต่เป็นการวางแผนในภาพรวมของภาคใต้ทุกจังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร โดยใช้กลไกการทำงานที่มีอยู่ของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค เชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมของหน่วยทหารในแต่ละระดับ เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน


นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการดูแลช่วยเหลือประชาชน รวมถึงมาตรการด้านการประกันภัยพิบัติ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและรับผิดชอบโดยตรง โดยนำศักยภาพของกองทัพทั้งกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ มาเสริมการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการหารือคือการทำให้ทุกหน่วยงานมีข้อมูลสถานการณ์ร่วมกัน มีพื้นที่รับผิดชอบและกลไกประสานงานที่ชัดเจน สามารถเตรียมความพร้อมและระดมทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นเอกภาพ โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัยพิบัติก่อนจึงเริ่มวางแผน เพื่อให้สามารถลดความสูญเสียและนำความช่วยเหลือไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

......................................................
สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More