เดินหน้านโยบายรัฐบาล แม่ทัพภาคที่ 4 จับมือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมแถลงรวบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 400 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 72 ล้านบาท เตรียมขยายผลทลายเครือข่ายใหญ่

เดินหน้านโยบายรัฐบาล แม่ทัพภาคที่ 4 จับมือผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมแถลงรวบผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์ 400 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 72 ล้านบาท เตรียมขยายผลทลายเครือข่ายใหญ่


วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.30 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และ พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาไอซ์รายใหญ่ ยึดของกลางน้ำหนักกว่า 400 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 72,000,000 บาท
สืบเนื่องจากนโยบายของ พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เน้นย้ำการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลำเลียงยาไอซ์จำนวนมากมาพักไว้ที่ตำบลตาเซะ จังหวัดยะลา เมื่อเข้าตรวจสอบพบยาไอซ์ 400 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 72,000,000 บาท บรรจุอยู่ในกระสอบจำนวน 16 กระสอบ ซุกซ่อนอยู่บริเวณริมถนนเลียบคลองชลประทาน หมู่ที่ 4 ตำบลตาเซะ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา



เจ้าหน้าที่ได้วางแผนซ้อนแผน โดยทำทีเป็นผู้นำยาไปส่งที่อำเภอสุไหงโก-ลก ตามคำสั่งของเครือข่าย จนกระทั่งผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ปรากฏตัวเพื่อรับมอบยา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที ก่อนขยายผลตรวจค้นบ้านพักของ1ในผู้ต้องหาสามารถยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง
พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ในการกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตามนโยบายรัฐบาล ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลตรวจสอบทรัพย์สินและติดตามจับกุมตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังต่อไป



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงมุ่งมั่นบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังและกดดันกลุ่มผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่และมุ่งหวังให้ปัญหายาเสพติดหมดสิ้นไปจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความปลอดภัยและความสุขอย่างยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



“ฝึกจริง เพื่อความมั่นคงและสันติสุข” แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามและการตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยในพื้นที่ จชต. ประจำปี 2569

“ฝึกจริง เพื่อความมั่นคงและสันติสุข” แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามและการตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยในพื้นที่ จชต. ประจำปี 2569


วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 16.00 น. ที่กองอำนวยการฝึกและตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองร้อย กรมทหารราบที่ 153 ตำบลระแว้ง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังการบรรยายสรุปผลการฝึกภาคสนาม และการตรวจสอบการฝึกเป็นหน่วยกองร้อยของกรมทหารราบที่ 153 ในพื้นที่ จชต.



การฝึกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กำลังพลสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจในสถานการณ์จริง เสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความพร้อมในทุกมิติ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยและสร้างสันติสุขให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พันเอก สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 152 / ผู้บังคับศูนย์ฝึกทางยุทธวิธี พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำลังพลผู้เข้ารับการฝึกร่วมให้การต้อนรับ และร่วมประชุม




โอกาสนี้ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า การฝึกภาคกองร้อยครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้กำลังพลได้ฝึกปฏิบัติในภูมิประเทศจริง และสร้างประสบการณ์ตรงในพื้นที่จริง โดยเฉพาะการปฏิบัติงานด้านยุทธวิธีทางการทหาร เพื่อเสริมสร้างความคุ้นเคยและความพร้อมก่อนลงปฏิบัติภารกิจ เนื่องจากกำลังพลส่วนใหญ่ที่เข้ารับการฝึกนั้น ในห้วงต่อไปมีแผนที่จะต้องจัดกำลังออกปฏิบัติงานในพื้นที่
ทั้งนี้ การฝึกดังกล่าวจะช่วยให้กำลังพลได้เห็นภาพรวมของการปฏิบัติงานในมิติต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรม เข้าใจบริบทพื้นที่ และสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น




พร้อมกันนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ในการดูแลพื้นที่นั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้กำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มข้น เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ รวมถึงดูแลความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ด้วย
ขอยืนยันว่าทหารทุกนายมีความพร้อมและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างดีที่สุด



ศาลปัตตานีสั่งจำคุก 1 ปี 4 เดือน 2 จำเลยคดีอั่งยี่ โยงเหตุขโมยกล้อง CCTV อ.หนองจิก จ.ปัตตานี

ศาลปัตตานีสั่งจำคุก 1 ปี 4 เดือน 2 จำเลยคดีอั่งยี่ โยงเหตุขโมยกล้อง CCTV อ.หนองจิก จ.ปัตตานี


วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2569) ศาลจังหวัดปัตตานีอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น (คดีหมายเลขดำที่ อ. 868/2568) ในคดีความผิดฐานอั่งยี่ ซึ่งเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์คนร้ายลักลอบขโมยกล้องวงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา
โดยศาลมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก นายฮาบีบุลเลาะห์ หะยีสาเมาะ (จำเลยที่ 1) และนายอาดัม หะยีวามิส (จำเลยที่ 2) เป็นเวลา 2 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำเลยทั้งสองได้ให้การรับสารภาพในระหว่างกระบวนการซักถาม ประกอบกับคำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ศาลจึงพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี 4 เดือน
ทั้งนี้ ภายหลังรับทราบคำพิพากษา จำเลยทั้งสองรายได้รับการประกันตัวเพื่อเตรียมต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจง! งานข่าวได้ผล ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีกราย จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อ 3 ก.พ.69

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจง! งานข่าวได้ผล ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีกราย จากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อ 3 ก.พ. 69


จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางวัตถุระเบิดในห้องน้ำสถานีบริการน้ำมัน ปตท.จำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นั้น

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สามารถนำไปสู่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยแล้วจำนวน 3 ราย จากงานด้านการข่าวและผลการซักถามเพิ่มเติมจากผู้ต้องสงสัย พร้อมทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง พบรถยนต์ต้องสงสัยที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุหรือให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุ และจากการสืบสวนขยายผลพบความเชื่อมโยงไปยังบุคคลต้องสงสัย ทราบชื่อ นายซุลกิฟลี (สงวนนามสกุล)

ต่อมา วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลดังกล่าว พร้อมตรวจยึดรถยนต์กะบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ตอนเดียว สีเทา ทะเบียน ผพ 7937 สงขลา ที่คาดว่าใช้ในการก่อเหตุ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยได้ทำการลงบันทึกประจำวัน ณ สถานีตำรวจภูธรตุยง จากนั้นนำตัวเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหนองจิก อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ก่อนส่งเข้าควบคุมตัวเพื่อซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง  อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ทั้งนี้ การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลเพิ่มเติมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่าย เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น  การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ปัตตานีผนึกพลังวัฒนธรรม เดินสาย “โขนสัญจร” สืบสานมรดกชาติ สร้างโอกาส สร้างสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้

ปัตตานีผนึกพลังวัฒนธรรม เดินสาย “โขนสัญจร” สืบสานมรดกชาติ สร้างโอกาส สร้างสรรค์สังคมพหุวัฒนธรรม จังหวัดชายแดนภาคใต้


วันที่ 16–27 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี ชมรมโขนเยาวชนชายแดนใต้ ร่วมกับโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศิลปะการแสดงโขนสัญจร ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์ และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในสังคมพหุวัฒนธรรม ภายใต้โครงการสำคัญ : โครงการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวทุกด้านด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมหลักที่ 1 กิจกรรมเยาวชนโขนชายแดนใต้ ณ สถานศึกษาในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 15 แห่ง



โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.จุลชาติ อรัณยะนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนนาฏศิลป์ไทย โขนยักษ์ และนายฉัตรชัย ฉิมประสิทธิ์ ครูโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่อง “โขน” พร้อมสาธิตการแสดงโขนเบื้องต้น โดยนักเรียนหลักสูตรห้องเรียนสุนทรียศาสตร์ โรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ สร้างความเข้าใจในคุณค่าและความงดงามของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม


ดร.ต่วนปาตีฮะ หัวเมือง ผู้อำนวยการโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” กล่าวว่า โรงเรียนให้ความสำคัญกับการส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนตามความถนัดและความสนใจของแต่ละบุคคล โดยเชื่อมั่นว่า “เด็กทุกคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน หากได้รับโอกาสและพื้นที่ในการพัฒนาอย่างเหมาะสม จะสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ” การสนับสนุนกิจกรรมโขนสัญจรครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย หากยังเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้อำนวยการโรงเรียนยังเน้นย้ำว่า การสร้างโอกาสทางการเรียนรู้ผ่านศิลปะการแสดง เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้มีความกล้าแสดงออก มีวินัย ความรับผิดชอบ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน




ในการนี้ นายฐปนัท วงศ์ศานติบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสืบสานศิลปะการแสดงโขน อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ปลูกจิตสำนึกให้สังคมร่วมกันอนุรักษ์ เกิดความรัก ความหวงแหน และเห็นคุณค่าศิลปะไทย ตลอดจนประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดปัตตานีให้เป็นที่รับรู้ทั้งในและนอกพื้นที่ อันจะนำไปสู่การต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมี นางสาวสถาพร ไชยผลอินทร์ นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ นางสาวณัฐรดา ศรีนาเคน นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการ และนายมูพัสสีริน ฆอมียอ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ร่วมอำนวยความสะดวกและกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมตลอดโครงการ





กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขัดขวางรอมฎอนสันติสุข ยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา พื้นที่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อ 23 ก.พ.69

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขัดขวางรอมฎอนสันติสุข ยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา พื้นที่ ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อ 23 ก.พ.69


จากกรณีใช้อาวุธปืนยิงรถพ่วงบรรทุกไม้ยางพาราบริเวณบ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 20.55 น. ทีผ่านมานั้น

จากเหตุการณ์ดังกล่าวมุ่งหวังทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประนามกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ก่อเหตุในลักษณะของการมุ่งสร้างความหวาดกลัว กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ และส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและระบบคมนาคมในพื้นที่อย่างชัดเจน แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วไป




การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงความพยายามบ่อนทำลายบรรยากาศความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ และสร้างเงื่อนไขให้เกิดความหวาดระแวงในสังคม ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อผู้ประกอบการหรือเจ้าของทรัพย์สินโดยตรงเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรในบริเวณดังกล่าว ที่อาจตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ ที่ทุกภาคส่วนกำลังร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน

การก่อเหตุในลักษณะนี้ไม่อาจยอมรับได้ในทุกกรณี เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือ สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และกระทบต่อภาพรวมของความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างต้องการเพียงการดำรงชีวิตอย่างสงบสุข ปลอดภัย และมีโอกาสในการประกอบอาชีพโดยปราศจากความหวาดกลัวใด ๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นในห้วงเดือนรอมฎอน ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิม อันเป็นช่วงเวลาแห่งศรัทธา ความเมตตา และการสร้างสันติสุข การใช้ความรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวยิ่งสะท้อนถึงการไม่เคารพต่อหลักศาสนาและความต้องการของประชาชนที่มุ่งหวังความสงบเรียบร้อย


ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งรัดสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป

#รอมฎอนวัดใจ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขับเคลื่อนงานความมั่นคงและสันติสุข จชต. พร้อมกำชับแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน

ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขับเคลื่อนงานความมั่นคงและสันติสุข จชต. พร้อมกำชับแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน


วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปีงบประมาณ 2569 เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานสำคัญ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงและการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการประชุมมี พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. ตลอดจนผู้บังคับบัญชา หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และภาคพลเรือน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง




ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวชื่นชมหน่วยขึ้นตรงจำนวน 16 หน่วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพล พร้อมจัดพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบเกียรติบัตรแก่หน่วยงานด้านการข่าวและหน่วยปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น โดยเน้นย้ำว่าความสำเร็จของทุกภารกิจเกิดจากความร่วมมือและความทุ่มเทของกำลังพลทุกฝ่าย แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวขอบคุณหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่จนเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าภารกิจที่ยังไม่แล้วเสร็จด้วยความมุ่งมั่น มีความรอบคอบ และปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน ขอให้มีการวางแผนการปฏิบัติงานอย่างรัดกุม เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างเรียบร้อย

จากนั้น ที่ประชุมได้รับฟังการชี้แจงสถานการณ์และแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงแผนการดำเนินงานในช่วงเดือนรอมฎอน โดยสำนักอำนวยการข่าวกรองได้บรรยายสรุปภาพรวมสถานการณ์ ขณะที่สำนักมวลชนและกิจการพิเศษได้รายงานการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับประชาชน อาทิ การจัดกิจกรรมละศีลอดร่วมกับชุมชน เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความร่วมมือ พร้อมเน้นการสื่อสารเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ หน่วยในพื้นที่ได้รายงานการเตรียมความพร้อมด้านการข่าว การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การสร้างการรับรู้แก่ประชาชน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงและสนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติสุขให้เกิดความต่อเนื่อง




ในช่วงท้าย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการสำรวจ ตรวจสอบ และรายงานสถานการณ์สำคัญในพื้นที่ พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนางานข่าวให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติทางยุทธการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดูแลสภาพแวดล้อมเส้นทางคมนาคมให้มีความปลอดภัย โดยเฉพาะในห้วงเดือนรอมฎอน ได้กำชับให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานอย่างรอบคอบ อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พี่น้องไทยมุสลิมสามารถประกอบศาสนกิจและถือศีลอดได้อย่างสงบสุข ปลอดภัย และเป็นไปตามวิถีแห่งศรัทธา ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำว่าการทำให้พื้นที่เกิดความปลอดภัยอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินการควบคู่ทั้งมิติด้านความมั่นคง การเมือง และการพัฒนาสังคม เพื่อร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถบรรทุกไม้ยางพาราในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงรถบรรทุกไม้ยางพาราในพื้นที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ


📌 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 20.55 น. คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่รถพ่วงบรรทุกไม้ยางพารา หมายเลขทะเบียน 80-9620 ยะลา ของบริษัทกัมพลพาราวู้ด สาขาสะบ้าย้อย ขณะกำลังเดินทางไปส่งไม้ยางพาราในพื้นที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยใช้เส้นทางถนนทางหลวงหมายเลข 410 เมื่อถึงบริเวณบ้านบูโล๊ะสะนีแย หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นประมาณ 10 นัด ทางด้านซ้ายของรถ

📌 ภายหลังผู้ขับขี่ได้ขับรถต่อไปประมาณ 300 เมตร ก่อนหยุดตรวจสอบ พบว่าตัวถังรถและยางรถได้รับความเสียหาย จำนวน 7 เส้น รถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ประสานเพื่อนร่วมงานให้นำรถอีกคันมาช่วยเหลือ และนำรถจอดไว้ในจุดที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ



❇️ หน่วยในพื้นที่ได้เข้าปิดกั้นพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันผลกระทบต่อประชาชน พร้อมทั้งเตรียมเข้าตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ สาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และจะเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

✅ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มุ่งสร้างสถานการณ์ กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน  ซึ่งเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิม เป็นเดือนแห่งศรัทธา ความเมตตา การให้อภัย และการทำความดี เพื่อเสริมสร้างความสงบทางจิตใจและความสามัคคีในสังคม การก่อเหตุรุนแรงในช่วงเวลาอันสำคัญเช่นนี้ นอกจากจะสร้างความหวาดกลัวแล้ว ยังเป็นการบั่นทอนบรรยากาศแห่งสันติสุขที่ทุกคนปรารถนา ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือมีเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความสงบสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More