ชาวบันนังสตารวมใจละหมาดฮายัต - เปิดสภาสันติสุขวาระพิเศษ ร่วมเสนอแนวทาง "หยุดความรุนแรง" หลังระเบิดสถานีบริการน้ำมันกระทบอาชีพและความเชื่อมั่น

ชาวบันนังสตารวมใจละหมาดฮายัต - เปิดสภาสันติสุขวาระพิเศษ ร่วมเสนอแนวทาง "หยุดความรุนแรง" หลังระเบิดสถานีบริการน้ำมันกระทบอาชีพและความเชื่อมั่น


เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 1 พร้อมด้วยส่วนราชการ, ผู้นำศาสนา และกลุ่มพลังมวลชนกว่า 150 คน รวมตัวจัดกิจกรรม “รณรงค์รวมพลังต่อต้านความรุนแรง” พร้อมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีละหมาดฮายัตและดุอาร์ขอพรบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน เพื่อขอให้พื้นที่เกิดความสันติสุข โดยประชาชนและผู้นำศาสนาต่างพร้อมใจกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของคนในชุมชนอย่างมาก




ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีละหมาดฮายัต ได้มีการเปิดเวที ประชุมสภาสันติสุขตำบลบันนังสตา (วาระพิเศษ) ณ ที่ว่าการอำเภอบันนังสตา โดยมี นายอีบราเฮง นิเซ็ง กำนันตำบลบันนังสตา เป็นประธานการประชุม เพื่อร่วมหารือและเสนอแนวทางออกร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง, ส่วนราชการในพื้นที่, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เพื่อสะท้อนความรู้สึกและความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมกันวางมาตรการระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาสันติสุขตำบล (วาระพิเศษ) มีความเห็นร่วมกันว่า เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่มิติความมั่นคงเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะความหวาดระแวงในการออกไปประกอบอาชีพ และความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่ภาคธุรกิจในพื้นที่เริ่มซบเซาเนื่องจากประชาชนขาดความเชื่อมั่น ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออกและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริงคือความสันติสุขและความปลอดภัย เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้โดยปราศจากความหวาดระแวงสืบไป








#แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เดินหน้าเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัย และเยียวยา ดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เดินหน้าเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัย และเยียวยา ดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน



วันนี้ (19 มกราคม 2569) เวลา 10.40 น. ที่ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนคณะผู้บังคับบัญชา ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมประชุม




 
โอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้นำหรือเสาหลักของครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกระแสห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ ในหลายกรณีผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เนื่องจากมีความพิการหรือบาดเจ็บรุนแรง อาทิ กรณีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่สามีซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องผ่าตัดสมอง และมีความเสี่ยงสูงที่จะพิการ ส่งผลให้ครอบครัวขาดเสาหลักในการหารายได้

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ระบุว่า จึงเห็นควรให้มีการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ เพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือในระยะยาว และนำข้อมูลดังกล่าวถวายรายงานแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป



ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นเร่งด่วนหลายประเด็นในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะประเด็น การจัดทำ “รั้วชายแดนแบบปกติ และแบบอิเล็กทรอนิกส์” ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอตากใบ ซึ่งมีลำน้ำกั้นไม่ได้กว้างมาก ทำให้ผู้กลุ่มผู้ก่อเหตุแรง ที่มีสามารถข้ามไป–มาได้สะดวก หากมีระบบรั้วป้องกันที่ทันสมัย จะช่วยให้การตรวจสอบ ควบคุม และบังคับใช้กฎหมายในการเข้า–ออกพื้นที่เป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น

ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เสนอแนวทางดังกล่าวให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว และหากสามารถเร่งรัดได้ จะเกิดประโยชน์ต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง ส่วนประเด็นการบริหารพื้นที่ตอนกลางและพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ ขณะนี้มีการวางแผนปรับโครงสร้างการปฏิบัติงานใหม่ โดยใช้กำลัง อส. เป็นชุดคุ้มครองตำบล และปรับให้ขึ้นตรงกับ ศปก.อำเภอ เพื่อเสริมภารกิจด้านการสร้างความเข้าใจ เนื่องจาก อส. เป็นคนในพื้นที่ รู้บริบทชุมชน 


สำหรับในเขตเมือง จะมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดในปั๊มน้ำมันเป็นเหตุที่ผู้ก่อเหตุเตรียมการล่วงหน้ากว่า 1 เดือน และเกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมวันเด็กที่มีพี่น้องประชาชนและเด็ก ๆ ในพื้นที่ ร่วมกว่า 100,000 คน ได้ร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ สะท้อนถึงการวางแผนที่ซับซ้อนและเจตนาสร้างสถานการณ์เชิงจิตวิทยา จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเชิงรุกและบูรณาการทุกหน่วยความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต


#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนชายแดนใต้เพื่อเป็นพลังใจสำคัญ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนชายแดนใต้เพื่อเป็นพลังใจสำคัญ


วันนี้ (19 มกราคม 2569) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ กำลังพลทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

การเชิญสิ่งของพระราชทาน ณ จังหวัดนราธิวาส ในช่วงเช้า พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน 75 ชุด มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568, 16 ตุลาคม 2568 และ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสให้การต้อนรับ และแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ต่อมา เวลา 08.45 น. องคมนตรีได้เดินทางไปยังกองร้อยทหารพรานที่ 4506 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานอีกจำนวน 86 ชุด มอบแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมร่วมพูดคุยให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17, 23 กันยายน 2568, 5, 7 ตุลาคม 2568 และ 10 มกราคม 2569

การเยี่ยมให้กำลังใจ ณ จังหวัดยะลา เวลา 09.50 น. องคมนตรีเดินทางถึงหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนภาคใต้ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาและผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้การต้อนรับ ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน 58 ชุด มอบแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมร่วมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568, 28 ธันวาคม 2568 และ 10 มกราคม 2569



ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ องคมนตรีได้อัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน ซึ่งต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระเมตตาและทรงมีความห่วงใยในการปฏิบัติงาน ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ การได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้เปรียบเสมือนพลังใจสำคัญให้แก่เจ้าหน้าที่ในการมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสันติสุขของจังหวัดชายแดนภาคใต้สืบไป

"เราต้องการสันติสุข" ชาวดุซงญอ อำเภอจะแนะ ร่วมกันละหมาดฮายัตและดุอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขและต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

"เราต้องการสันติสุข" ชาวดุซงญอ อำเภอจะแนะ ร่วมกันละหมาดฮายัตและดุอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขและต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส


เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หมู่ที่ 1 บ้านดุซงญอ ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ร่วมกับ ส่วนราชการอำเภอจะแนะ, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, มวลชนในพื้นที่ และประชาชนตำบลดุซงญอ ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัตและดุอาร์ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮฺ ซ.บ.) เพื่อขอให้เกิดความสงบสุขและปราศจากความรุนแรงในพื้นที่ ตลอดจนร่วมเดินรณรงค์ปฏิเสธความรุนแรงด้วยสันติวิธี




โดยมี ผู้นำศาสนา, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำท้องที่, คณะครู, นักเรียน, เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมแสดงจุดยืนในการปฏิเสธความรุนแรง จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาดุซงญอ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย โดยมี นายอภินันท์ ชาจิตตะ นายอำเภอจะแนะ เป็นประธานในพิธี




ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงพลังความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ตำบลดุซงญอ และอำเภอจะแนะ ในการร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องสันติสุข ปลูกฝังแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพความหลากหลาย และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน โดยย้ำจุดยืนการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างบรรยากาศแห่งความสงบสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาสสืบไป





#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ฉก.สันติสุข เดินหน้าป้องกันเยาวชน จัดกิจกรรม “ครูช่วยสอน” สร้างภูมิคุ้มกันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา

ฉก.สันติสุข เดินหน้าป้องกันเยาวชน จัดกิจกรรม “ครูช่วยสอน” สร้างภูมิคุ้มกันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา


🔰 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข โดยชุดสันติสุขที่ 403 ร่วมกับ ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ 442 สมาชิกอาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลมาโมง และกองร้อยทหารราบที่ 1923 หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 3 จัดกิจกรรม “ครูช่วยสอน” ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้แก่เยาวชน ลดความเสี่ยงจากการทดลองและการใช้สารเสพติดในรูปแบบใหม่


🔰  กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการขับเคลื่อน “ฮูกุมปากัต (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี)” ในดีที่ 7 “หลุดพ้นอาชญากรรม” ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก และการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งรูปแบบ On Ground และ On Print ภายในสถานศึกษา ณ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) นูรูลฮีดายะห์ หมู่ที่ 7 บ้านไอร์ปูลง ตำบลมาโมง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

🔰 ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุขให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน ผ่านการปลูกฝังความรู้ ควบคู่คุณธรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างสังคมปลอดภัย เสริมสร้างอนาคตที่เข้มแข็งให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง





#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่

กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ 



วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ บริเวณลานสนามบินค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชา, ข้าราชการทหาร หัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยต่าง ๆ ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน


โดยก่อนพิธี มีการแสดง จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย การแสดงของนักศึกษาวิชาทหาร จากวิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช, การแสดงชุดปฏิบัติการรบ จาก กรมทหารราบที่ 15, กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และ การแสดงเครื่องบินรบของกองทัพอากาศ แบบ กริพเพน (Gripen) แสดงขีดความสามารถทางอากาศยานและการป้องกันประเทศ, โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมชมการแสดงเป็นจำนวนมาก


จากนั้น เวลา 16.00 น. เป็นพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยพลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตรวจพลสวนสนาม พร้อมทั้งนำกล่าวปฏิญาณตนในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จากนั้นเป็นการสวนสนามของหน่วยทหาร นำโดย พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงศ์ ผู้บังคับการ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 เป็นผู้บังคับกองผสม จัดกองพันสวนสนาม จำนวน 4 กองพัน ประกอบด้วย 
กองพันสวนสนามที่ 1 จาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15 
กองพันสวนสนามที่ 2 จาก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 
กองพันสวนสนามที่ 3 จาก กองพันทหารสื่อสารที่ 24 กองทัพภาคที่ 4 
กองพันสวนสนามที่ 4 จาก มณฑลทหารบกที่ 41 


สำหรับวันกองทัพไทย ถือเป็นวันสำคัญของคนไทย เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณถึงวีรกรรมความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีได้รับชัยชนะ ประกาศอิสรภาพ มีเอกราชในราชอาณาจักรจนเป็นผืนแผ่นดินไทยมาจวบจนทุกวันนี้ โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือ “วันยุทธหัตถี” โดยกิจกรรมที่กระทำในวันกองทัพไทย คือ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ซึ่งเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับทหารทุกคน






#วันกองทัพไทย69
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่4

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569



เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 15.00 น. มณฑลทหารบกที่ 46 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 ณ ลานพื้นแข็ง กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบล บ่อทอง อำเภอ หนองจิก จังหวัด ปัตตานี โดยมี พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธี


พิธีดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย งดงามตามแบบธรรมเนียมทหาร โดยมี พันเอก สิทธิศักดิ์ เจนบรรจง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 152 ทำหน้าที่ผู้บังคับกองผสม โดยมีกำลังพลสวนสนาม จาก 5 กองพัน รวมทั้งสิ้น 858 นาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความสง่างามและศักดิ์สิทธิ์ กำลังพลเปล่งเสียงคำปฏิญาณตนอย่างหนักแน่น แสดงถึงความเสียสละ ความมุ่งมั่น และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
ก่อนเข้าสู่พิธีการสำคัญ มีการแสดงทางทหารจำนวน 2 ชุด ได้แก่ การแสดงศิลปะป้องกันตัวมวยไทย และ การสาธิตการยิงปืนฉับพลัน เพื่อแสดงถึงทักษะ ความพร้อม และขีดความสามารถของกำลังพล สร้างความสนใจและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน


ภายในงานประกอบด้วยพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล การอ่านโอวาทผู้บัญชาการทหารสูงสุด และการเดินสวนสนาม แสดงถึงความพร้อมเพรียง ระเบียบวินัย และความเข้มแข็งของกำลังพล



พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลเป็นพิธีสำคัญที่กองทัพไทยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวันกองทัพไทย เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของทหารไทยในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อธำรงไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของประเทศ โดยมีธงชัยเฉลิมพลเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของกำลังพลทุกนาย




ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More