รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. นำความห่วงใยจาก ผบ.ทบ. และ มทภ.4 เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากการบังคับใช้กฏหมาย ที่ จ.นราธิวาส ย้ำกำชับดูแลสิทธิและสวัสดิการอย่างเต็มที่

รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. นำความห่วงใยจาก ผบ.ทบ. และ มทภ.4 เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากการบังคับใช้กฏหมาย ที่ จ.นราธิวาส ย้ำกำชับดูแลสิทธิและสวัสดิการอย่างเต็มที่


วันนี้ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลตรี เฉลิมพงศ์ คงบัว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เดินทางเข้าเยี่ยม และให้กำลังใจกำลังพล หมวดปฏิบัติการเชิงรุก หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ที่รับบาดเจ็บ จากกรณีเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านตืองอ ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา 



โดย ได้เข้าเยี่ยมและติดตามอาการของ อาสาสมัครทหารพราน พิเชษฐ์ บรรณศรี ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณหัวไหล่ซ้าย บริเวณศรีษะ ช่องท้อง และ อาสาสมัครทหารพราน เกียรติศักดิ์ มณีจันทร์  รับบาดเจ็บบริเวณเอวด้านซ้ายและหลัง ปัจจุบัน กำลังพลทั้ง 2 นาย อยู่ในความดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลอย่างใกล้ชิด และอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว



  พลตรี เฉลิมพงศ์ คงบัว รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้พูดคุย สอบถามอาการ  ตลอดจนนำความห่วงใยจาก พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  และผู้บังคับบัญชา มอบแก่กำลังพล ทั้งกล่าวแสดงความชื่นชมในความกล้าหาญ เสียสละ และทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ



พร้อมกันนี้ ได้มอบกระเช้าเยี่ยมป่วยและเงินบำรุงขวัญให้แก่กำลังพลและครอบครัว ย้ำกองทัพภาคที่ 4  พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเรื่องสิทธิและสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บให้เร็วที่สุด ตลอดจน กล่าวขอบคุณคณะแพทย์และพยาบาลที่ช่วยดูแลกำลังพลเป็นอย่างดี

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
20 ตุลาคม 2569
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มทภ.4 บูรณการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขชายแดนใต้ ประจำปี 2570 พร้อมใช้ 6 นโยบายหลัก สร้างความมั่นคงควบคู่การพัฒนา

น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มทภ.4 บูรณการร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขชายแดนใต้ ประจำปี 2570 พร้อมใช้ 6 นโยบายหลัก สร้างความมั่นคงควบคู่การพัฒนา 



วันนี้ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น.ณ สโมสรนายทหารสัญญาบัตร กองพลทหารราบที่ 15  ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในการประชุมแถลงแผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2570 ร่วมหารือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความเข้าใจ และประสานการปฏิบัติ โดยเฉพาะประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดในการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถนำแนวทางและนโยบายไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย


โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย, นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้แทนจาก ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า, พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9/ ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้/ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรง และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม


โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ในวันนี้ เป็นการประชุมแผนขับเคลื่อนการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ประจำปี 2570 ซึ่งเป็นการชี้แจงแผนการขับเคลื่อนงาน และมอบนโยบายในการปฏิบัติงานให้หน่วยมีความเข้าใจในเจตนารมณ์ เป้าหมาย กรอกการปฏิบัติ และแนวทางการดำเนินงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นำผลปฏิบัติงานและบทเรียนจากปีที่ผ่านมา มาทบทวน ปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ตลอดจนตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง


ซึ่งการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ 2570 นั้น ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงยึดมั่นในยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหัวใจของการปฏิบัติงาน โดยถือ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และสันติสุขคือเป้าหมาย” ใช้การเมืองนำการทหาร มุ่งเน้นการเอาชนะใจประชาชน เสริมสร้างความปลอดภัยแบบมีส่วนร่วม ควบคู่กับความไว้วางใจ นำการพัฒนาและความยุติธรรมมาลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ขณะเดียวกันสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีความท้าทายจากหลายปัจจัย และยังคงมีความเคลื่อนไหวเพื่อสร้างเงื่อนไขทางการเมือง และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร จึงจำเป็นต้องบูรณาการด้านความมั่นคง และการพัฒนาให้สอดคล้องกัน ตามวิสัยทัศน์ ”ประชาชนปลอดภัย สังคมเข้าใจกัน รัฐเป็นที่เชื่อมั่น ความรุนแรงหมดไป จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสันติสุขอย่างยั่งยืน ด้วยยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา“



ทั้งนี้ ได้กำหนดนโยบายสำคัญ 6 ด้าน คือ  1.ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง ยกระดับความสัมพันธ์กับประชาชนทุกเชื้อ ศาสนา และสร้างสังคมพหุวัฒนธรรม  2.อำเภอเข้มแข็ง ปัญหาต้องจบที่พื้นที่ โดยยกระดับศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเป็นกลไกหลักในการบูรณาการงาน 3.ทุกชีวิตมีคุณค่า ทุกพื้นที่ต้องปลอดภัย ปรับระบบการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สู่ความปลอดภัยแบบมีส่วนร่วม 4.เยาวชนคืออนาคต สร้างภูมิคุ้มกัน ไม่สร้างความหวาดระแวง ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนอย่างครอบคลุม พัฒนาทักษะการคิด ส่งเสริมให้เป็นพลังสร้างสันติสุข คิดเป็น แยกแยะเป็น ไม่ถูกชักนำ 5.ความมั่นคงต้องเดินหน้าคู่การพัฒนา บูรณาการพัฒนาทุกมิติ ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ตรงความต้องการของพี่น้องประชาชน และ 6.พื้นที่ชายแดนมั่นคง - เชื่อมโยงเพื่อนบ้านอย่างสร้างสรรค์ จัดการบริหารชายแดนในทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง และการสร้างความสัมพันธ์  โดยใช้กลไกการทำงานให้เป็นระบบ บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและสันติวิธี


นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังได้เน้นย้ำให้ทุกส่วน ปรับแนวทางและวิธีการทำงานให้สอดคล้อง ซึ่งแนวทางการปฏิบัติงานดังกล่าวได้รวบรวมขึ้นจากประสบการณ์ การพูดคุยแลกเปลี่ยน และการพัฒนางานอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา และ น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และหลักการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ (ปปส.) ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งนับเป็นยุทธศาสตร์ และหลักนิยามสากลที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหาวิกฤตของชาติได้จริง โดย ต้องเข้าใจ ก่อนการปฏิบัติ ด้วยการทำความเข้าใจพื้นที่ให้ครอบคลุม ทั้งประชาชน พื้นที่ และสาเหตุปัญหา เข้าถึง ก่อนแก้ไข ด้วยการเข้าถึงประชาชน ด้วยความจริงใจ สร้างความไว้วางใจ เปิดพื้นที่รับฟัง ส่งเสริมการมีส่วนร่วม พัฒนา เพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นที่พึ่งของตนเอง ใช้กฎหมายเพื่อสร้างความยุติธรรมและความชอบธรรม บนพื้นฐานของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่เลือกปฏิบัติ บูรณาการแผนงานเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกภาพ ทำงานเชิงรุก ลดความซับซ้อน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นำไปสู่นโยบายการปฏิบัติที่ชัดเจนและมีความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งยังต้องติดตามความก้าวหน้าของภารกิจ และแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้กระบวนการทำงานสามารถสนับสนุนและขับเคลื่อนภารกิจไปสู่เป้าหมายเดียวกันอย่างมีเอกภาพ


......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
20 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




พร้อมรับมือน้ำท่วม ศอ.บต. แถลงจัดตั้งศูนย์ประสานช่วยเหลือประชาชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผนึกกำลังทหาร ตำรวจ และทุกภาคส่วน บูรณาการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

พร้อมรับมือน้ำท่วม ศอ.บต. แถลงจัดตั้งศูนย์ประสานช่วยเหลือประชาชน  5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผนึกกำลังทหาร ตำรวจ และทุกภาคส่วน บูรณาการช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที


วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ รักษาราชการแทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดตั้งศูนย์บัญชาการประสานการให้ความช่วยเหลือประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปช.ศอ.บต.)
เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกัน เฝ้าระวัง และช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง และเป็นระบบ

                                  

ดร.ชนธัญ แสงพุ่ม เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝนตกหนักสะสมและความเสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองทัพบก ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้ว่าราชการจังหวัด บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด โดยศูนย์บัญชาการประสานการให้ความช่วยเหลือประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูล ประสานความช่วยเหลือ และระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน ครอบคลุมการดำเนินงาน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุ ระยะเผชิญเหตุและให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน และระยะฟื้นฟูเยียวยาหลังน้ำลด โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง



สำหรับการยกระดับประสิทธิภาพการช่วยเหลือประชาชน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เตรียมความพร้อมสายด่วน 1880 เป็นช่องทางรับแจ้งเหตุและประสานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สามารถให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่ประชาชนได้ทันที ไม่เพียงรับเรื่องและส่งต่อข้อมูลเท่านั้น พร้อมมอบหมายผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลงประจำศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละจังหวัด เพื่อประสานการทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือและแจ้งข้อมูลติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกลับไปยังผู้แจ้งเหตุ เพื่อลดความล่าช้าและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน



ขณะเดียวกัน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในการจัดทำแบบจำลอง 3 มิติ เพื่อสนับสนุนการคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วม พร้อมใช้เครือข่ายบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิลงพื้นที่สำรวจและบันทึกพิกัดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากในระดับหมู่บ้าน ตลอดจนให้คำแนะนำการเตรียมความพร้อมแก่ประชาชนถึงครัวเรือน นอกจากนี้ ยังประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าตรวจสอบจุดเสี่ยงจากระบบไฟฟ้าและสายไฟชำรุด เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้าในช่วงเกิดอุทกภัย



ด้านการเตรียมสถานที่พักพิง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับเทศบาลนครยะลา เตรียมเปิดใช้อาคารชางลี ภายในศูนย์ราชการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องอพยพ พร้อมจัดเตรียมพื้นที่จอดรถรองรับได้ 140 คัน และพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ทั้งสุนัขและแมว เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงควบคู่กับการเข้าพักพิงได้ ส่วนสัตว์ขนาดใหญ่ได้ประสานหน่วยงานปศุสัตว์จังหวัดจัดเตรียมแผนอพยพและสำรองอาหารสัตว์ เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน



นอกจากนี้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในการสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์สำหรับการอพยพประชาชน รวมถึงศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการสนับสนุนสถานที่และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ภายใต้แนวทางการทำงานที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
20 ตุลาคม 2569

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมกับฝ่ายปกครอง หนุนเสริมการศึกษาโรงเรียนตาดีกา 27 แห่ง จ.ปัตตานี ผ่านโครงการวิ่งเพื่อการกุศล

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ร่วมกับฝ่ายปกครอง หนุนเสริมการศึกษาโรงเรียนตาดีกา 27 แห่ง จ.ปัตตานี ผ่านโครงการวิ่งเพื่อการกุศล


วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2569 ) เวลา  11.15  น. ว่าที่ร้อยตรี ภัทร  นาคสง่า  นายอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ พลโท ชาคริต อุจะรัตน   แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับแต่งแหน่งใหม่ พร้อมหารือการบูรณาการงานความมั่นคง ควบคู่อำนวยการประสานงานพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชน ที่ห้องรับรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี



โดย ว่าที่ร้อยตรี ภัทร  นาคสง่า  นายอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่าหน่วยงานภาครัฐระดับท้องถิ่น อำเภอ มีภารกิจสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ผ่านกิจกรรมการกุศล และในห้วงนี้ได้มีกำหนดจัดโครงการวิ่งเพื่อการกุศล เพื่อสบทบทุนจัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับโรงเรียนตาดีกา นำร่อง 27 แห่ง ในอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ให้เข้าถึงการศึกษาได้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการออกกำลังกาย และสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่




โอกาสนี้ พลโท ชาคริต อุจะรัตน   แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ระบุว่าโรงเรียนตาดีกาเป็นสถาบันที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมคุณธรรม จริยธรรม และทักษะชีวิตให้แก่เยาวชนในชุมชน อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีและการสื่อสารเข้ามามีบทบาทสำคัญในการศึกษา โรงเรียนตาดีกาหลายแห่งยังคง ขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยี ที่ทันสมัย ทำให้เด็กๆ ขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งข้อมูลและการเรียนรู้ด้านดิจิทัล พร้อมย้ำว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และนับเป็นการสร้างความร่วมมือและความสามัคคีระหว่างหน่วยงาน ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
20 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



มทภ.4 ย้ำทุกภาคส่วนต้องพัฒนาและเยียวยาเยาวชน กลุ่มเปราะบาง ควบคู่การสนับสนุนศักยภาพด้านกีฬาแก่เยาวชนชายแดนใต้ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และต่อยอดสู่นักกีฬาอาชีพในอนาคต

มทภ.4 ย้ำทุกภาคส่วนต้องพัฒนาและเยียวยาเยาวชน กลุ่มเปราะบาง ควบคู่การสนับสนุนศักยภาพด้านกีฬาแก่เยาวชนชายแดนใต้ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และต่อยอดสู่นักกีฬาอาชีพในอนาคต


วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2569 ) เวลา  10.30 น. ที่ห้องรับรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ดร.ไพศาล  อาแซ นำคณะสมาคมการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา ร่วมแสดงความยินดีกับ พลโท ชาคริต อุจะรัตน   แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมหารือการอำนวยการประสานงานเครือข่ายสถานศึกษาเอกชนในจังหวัดยะลา  ขับเคลื่อนนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาให้แก่สถานศึกษาศาสนาอิสลามขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนมุสลิมให้เข้าถึงการศึกษา ควบคู่การปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างถูกหลักศาสนา




ด้านคณะเครือข่ายเยาวชน SEED  THAILAND ภาคใต้ เปิดเผยว่าคณะฯ เป็นเครือข่ายเยาวชนรักษ์บ้านเกิด  คณะศิษย์เก่า และกรรมการดำเนินงานเครือข่ายเยาวชนที่ได้ผ่านการฝึกอบรมตามโครงการ SEED  PROJECT เครือข่ายทางธุรกิจ ได้มีบทบาทส่งเสริมเยาวชนในพื้นที่ จชต. ให้มีทักษะอาชีพ มีงานทำ และมีเป้าหมายชีวิตที่มั่นคง เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกชักจูงเข้าสู่ขบวนการความรุนแรงในพื้นที่ ผ่านการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและองค์กรท้องถิ่น สนับสนุนให้เยาวชนและคนในชุมชนสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนผ่านการทำธุรกิจเพื่อสังคมในระดับชุมชน รวมทั้งปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตอาสาและการช่วยเหลือสังคมในยามเกิดภัยพิบัติ



ขณะเดียวกัน นาย อดุลย์  ยูโซ๊ะ นำคณะชมรมยิงธนูแห่งจังหวัดยะลา ระบุว่าทางชมรฯ ได้ฝึกฝนเยาวชนที่สนใจกีฬายิงธนู พร้อมจัดแข่งขันกีฬายิงธนูในระดับนานาชาติ โดยเสน่ห์ของการยิงธนูแบ่งออกเป็น 2 มิติ คือ มิติด้านกีฬา ที่เน้นความเป็นเลิศ เพื่อต่อยอดไปสู่การแข่งขันระดับเยาวชนและแชมป์ประเทศไทย และ มิติด้านวัฒนธรรมผ่านธนูโบราณ ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์ ความเชื่อ และรูปทรงของธนูที่แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่นและประเทศ ขณะที่นักกีฬาจากชมรมยิงธนูแห่งจังหวัดยะลา ยังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ติด Top 10 ในหลายรุ่น



อย่างไรก็ตาม พลโท ชาคริต อุจะรัตน   แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ย้ำว่าการดูแลและขัดเกลาเด็ก เยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความทรงจำที่ไม่ดีในวัยเด็ก สำคัญยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องสร้างความมั่นใจ ผ่านกลไกความช่วยเหลือเยียวยาให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และต้องพัฒนาควบคู่กันในหลายมิติ ทั้งด้านจิตใจ ปัญญา ทักษะชีวิต เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตท่ามกลางความท้าทายได้อย่างมั่นคง พร้อมกันนี้ได้ชื่นชมและให้กำลังใจแก่นักกีฬาจากชมรมยิงธนูแห่งจังหวัดยะลา ที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ถือเป็นความภาคภูมิใจของวงการกีฬายิงธนูยะลา ขอให้รักษาศักยภาพของนักกีฬาและการพัฒนากีฬาในพื้นที่ต่อเนื่อง ให้นักกีฬาเยาวชนและประชาชนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เพื่อต่อยอดสู่การแข่งขันในระดับประเทศต่อไป

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
20 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า








เครือข่ายภาคสังคม ศาสนา สวัสดิการชุมชนเข้าพบ มทภ.4 หารือการบูรณาการ สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ส่งเสริมศาสนา ควบคู่ดูแลกลุ่มเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เครือข่ายภาคสังคม ศาสนา สวัสดิการชุมชนเข้าพบ มทภ.4  หารือการบูรณาการ สร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ส่งเสริมศาสนา ควบคู่ดูแลกลุ่มเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2569 ) เวลา  08.30 น.  ณ ห้องรับรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี  หน่วยงานด้านศาสนา สังคม และสวัสดิการชุมชน เข้าพบ พลโท ชาคริต อุจะรัตน   แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4  เพื่อหารือการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงให้แก่ชุมชน สังคม ชายแดนใต้ ให้มีคุณภาพขีวิตที่ดีขึ้นลดความเหลื่อมล้ำของสังคม

                           


โดย พระคมกรี เตชวโร เปิดเผยว่า สมาคมเครือข่ายพุทธจิตอาสาเพื่อศาสนาและสังคม 
ขับเคลื่อนการช่วยเหลือพุทธศาสนิกชนที่ยากไร้ กลุ่มเปราะบาง ควบคู่การฟื้นฟูศาสนสถาน ประสานงานกลุ่มชาติพันธุ์โอรังอัสลี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ให้ได้รับสิทธิ์สวัสดิการจากภาครัฐ ส่งเสริมให้เยาวชนได้เข้าถึงการศึกษา นอกจากนี้ได้ส่งเสริมและสืบทอดพระพุทธศาสนา งานประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น สร้างความสามัคคีแก่ประชาชนชายแดนใต้

พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนจากชมรมปกป้องและช่วยเหลือสัตว์เพื่อสังคมและชุมชน นำโดย นายฐากร มลายาสกุลและคณะฯ ระบุว่าทางหน่วยมีหน้าที่ให้ช่วยเหลือสัตว์ป่วย มอบความรู้การเลี้ยงสัตว์แก่ชุมชน เน้นส่งเสริมการเลี้ยงดูอย่างมีความรับผิดชอบ อาทิ การควบคุมโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน, การทำหมันและการควบคุมประชากรและแก้ปัญหาสัตว์จรจัด รวมถึงสร้างจิตสำนึกและความเมตตา

    

ในการนี้ พลโท ชาคริต อุจะรัตน  แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ย้ำในฐานะหน่วยงานรัฐ พร้อมช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง และกลุ่มชาติพันธุ์มานิ หรือ "โอรังอัสลี" ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายเร่งด่วนในการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน โดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับท้องถิ่นลงพื้นที่จัดสรรที่ดินและวางแผนก่อสร้างบ้านพักอาศัย เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต ลดการโยกย้ายถิ่นฐาน และช่วยให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน ควบคู่การผสานแผนความมั่นคงและการพัฒนา โดยให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าไปดูแลความปลอดภัย สนับสนุนเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อสร้างความไว้วางใจระหว่างภาครัฐและประชาชน พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณชมรมปกป้องและช่วยเหลือสัตว์เพื่อสังคมและชุมชน ที่นำวิชาความรู้ มีใจรักบ้านเกิด ในการอุทิศตนทำงานด้วยจิตอาสา นับเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ยืนยัน พร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกกิจกรรมของชมรมฯ เมื่อได้รับการประสาน


......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
20 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า






ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More