"ทหารคือที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส" กำลังพลจาก สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุรถขัดข้องหน้าวัดพุทธภูมิ จ.ยะลา

"ทหารคือที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส" กำลังพลจาก สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุรถขัดข้องหน้าวัดพุทธภูมิ จ.ยะลา 


[จังหวัดยะลา – 27 มีนาคม 2569] – เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักมวลชนและกิจการพิเศษ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (สมศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กำลังปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ได้พบรถยนต์ส่วนบุคคลของสุภาพสตรีมุสลิมรายหนึ่ง เกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิคจนหยุดชะงักอยู่บนถนนหน้าวัดพุทธภูมิ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวะส่งผลให้การจราจรเริ่มติดขัด เนื่องจากผู้ประสบเหตุไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ได้ด้วยตนเอง

ทันทีที่ทราบเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าแสดงตัวและให้การช่วยเหลือในทันที โดยร่วมกันเคลื่อนย้ายรถยนต์คันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุและนำส่งไปยังอู่ซ่อมรถในพื้นที่ใกล้เคียงจนเรียบร้อย




ด้านผู้ประสบเหตุได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ทหารที่เข้ามาให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมชื่นชมในความมีน้ำใจและการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจประชาชน ซึ่งภาพเหตุการณ์ความร่วมมือหน้าวัดพุทธภูมิในครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนความงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และตอกย้ำนิยามที่ว่า “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส” ตามเจตนารมณ์ของ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 อย่างแท้จริง



รวมพลังสื่อสารสร้างสันติสุข พัฒนา “Influencer หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน” ส่งต่อพลังบวก ผสานใจสื่อสารสร้างความเข้าใจ เพื่อความยั่งยืนของ “สังคมพหุวัฒนธรรม” ชายแดนใต้

รวมพลังสื่อสารสร้างสันติสุข พัฒนา “Influencer หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน” ส่งต่อพลังบวก ผสานใจสื่อสารสร้างความเข้าใจ เพื่อความยั่งยืนของ “สังคมพหุวัฒนธรรม” ชายแดนใต้  

 
                                                       
วันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา    พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่รัฐด้านผู้นำทางความคิด (Influencer) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 มีนาคม 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมจากหน่วยงานในโครงสร้าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และเครือข่ายโฆษกชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมจำนวน 110 คน เข้าร่วมกิจกรรม




การจัดอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่รัฐให้สามารถทำหน้าที่เป็นผู้นำทางความคิดในสื่อสังคมออนไลน์ ถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่ รวมถึงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการสื่อสารในยุคดิจิทัลอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การเรียบเรียงเนื้อหา และการผลิตสื่อเชิงสร้างสรรค์ที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ควบคู่กับการเสริมสร้างความรู้ในการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ Facebook, TikTok, Instagram และ YouTube อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถถ่ายทอดเนื้อหาได้ในหลายภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ มลายู และอาหรับ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ตรงกลุ่ม และทันต่อสถานการณ์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดการบิดเบือนข้อมูล และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของภาครัฐในพื้นที่




ด้าน พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า “ขอให้ผู้เข้าร่วมอบรมตั้งใจเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เราทุกคนมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุข ประชาชนมีความรัก ความสามัคคี และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม”




#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ล็อกเป้าไฟป่า! “แม่ทัพภาคที่ 4” สั่งการด่วน กกล.ทอ.ฉก.9 บินตรวจการณ์ชี้เป้าจุดความร้อนใน อ.กาบัง จ.ยะลา พร้อมส่งกำลังทหารพราน 47 ร่วมดับไฟบนสันเขา

ล็อกเป้าไฟป่า! “แม่ทัพภาคที่ 4” สั่งการด่วน กกล.ทอ.ฉก.9 บินตรวจการณ์ชี้เป้าจุดความร้อนใน อ.กาบัง จ.ยะลา พร้อมส่งกำลังทหารพราน 47 ร่วมดับไฟบนสันเขา


พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ยกระดับมาตรการเชิงรุกรับมือวิกฤตภัยแล้งและอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สั่งการใช้ยุทโธปกรณ์ทางอากาศเข้าสนับสนุนภารกิจชี้เป้าไฟป่า เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา

ล่าสุด กองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 ได้ส่งเครื่องบินตรวจการณ์ขึ้นปฏิบัติภารกิจสนับสนุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บนเส้นทางบิน VTSK – กาบัง เพื่อเฝ้าระวังและสแกนพื้นที่เสี่ยงไฟป่าอย่างละเอียด โดยเบื้องต้นพบ “จุดความร้อน” (Hotspot) จำนวน 2 จุดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่:

จุดที่ 1: บริเวณบนสันเขา มีแนวโน้มลุกลามไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

จุดที่ 2: กระจายตัวบนไหล่เขา มีแนวโน้มขยายตัวไปทางทิศเหนือ



จากนั้น ได้มีการประสานไปยัง หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 เพื่อจัดกำลังพลเข้าควบคุมพื้นที่และสกัดกั้นเพลิงไม่ให้ลุกลามเข้าเขตชุมชนทันที ซึ่งถือเป็นการบูรณาการร่วมระหว่างหน่วยทางอากาศและภาคพื้นดินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการเฝ้าระวังและพร้อมเผชิญเหตุอัคคีภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนว่า กองทัพจะใช้ทุกยุทโธปกรณ์ที่มี เพื่อดูแลความสงบสุขและความปลอดภัยอย่างดีที่สุด




เยียวยาไม่ทิ้งกัน! ศอ.บต. โดย จ.นราธิวาส มอบ 5 แสนบาท ครอบครัว อส.ทพ. ดรุณ ดารอเฮง ผู้เสียสละ จากเหตุการณ์ความไม่สงบ

เยียวยาไม่ทิ้งกัน! ศอ.บต. โดย จ.นราธิวาส มอบ 5 แสนบาท ครอบครัว อส.ทพ. ดรุณ ดารอเฮง  ผู้เสียสละ จากเหตุการณ์ความไม่สงบ 


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่บ้านเลขที่ 109/10 หมู่ที่ 5 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ผู้แทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเยียวยา และศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาจังหวัดนราธิวาส ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ทายาทของ อส.ทพ.ดรุณ ดารอเฮง อายุ 40 ปี สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกองร้อยทหารพรานที่ 4813 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ในพื้นที่บ้านโผลง หมู่ที่ 5 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส 




โอกาสนี้ ผู้แทน ศอ.บต. ได้ร่วมพูดคุยให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมถ่ายทอดความห่วงใยจาก เลขาธิการ ศอ.บต. โดยได้มอบข้าวสารและเงินช่วยเหลือในนาม เลขาธิการ ศอ.บต. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ครอบครัว พร้อมทั้งชี้แจงสิทธิประโยชน์ด้านการเยียวยาจากภาครัฐ ที่พึงได้รับตามระเบียบอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ จังหวัดนราธิวาส โดย นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต จำนวน 500,000 บาท แก่ทายาทผู้เสียชีวิต และยังมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ตามระเบียบที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม




นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เหล่ากาชาดจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานจัดหางานจังหวัด และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ร่วมให้การช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสียอย่างต่อเนื่อง




ขอขอบคุณที่มา : ภาพข่าว ศอ.บต.
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

อสม. พร้อมสู้ กอ.รมน. พร้อมช่วย! ผนึกกำลังยกระดับเครือข่ายภาคประชาชน สู้ภัยพิบัติด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสวัสดิภาพที่ยั่งยืนของพี่น้องชาวปัตตานี

อสม. พร้อมสู้ กอ.รมน. พร้อมช่วย! ผนึกกำลังยกระดับเครือข่ายภาคประชาชน สู้ภัยพิบัติด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสวัสดิภาพที่ยั่งยืนของพี่น้องชาวปัตตานี

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี ได้บูรณาการความร่วมมือกับ หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี (ชุดเสริมสร้างความเข้าใจ ฝ่ายพลเรือน), สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี และโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร ​ร่วมกันจัดกิจกรรมเสริมสร้างเครือข่ายความมั่นคงด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภายใต้แคมเปญ "อสม.พร้อมสู้ กอ.รมน.พร้อมช่วย พ้นภัยพิบัติปัตตานี" ณ โรงแรมปาร์คอินทาวน์ ตำบลสะบารัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี




​โดยได้รับเกียรติจาก พันเอก พิเชษฐ์ ชุติเดโช รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดปัตตานี ฝ่ายทหาร เป็นประธานในพิธี เพื่อสร้างเอกภาพในการเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ อสม. จากทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดปัตตานี เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีการฝึกปฏิบัติการกู้ชีพเบื้องต้น การวางแผนบริหารจัดการศูนย์อพยพพักพิง รวมถึงการวิเคราะห์จัดระบบแนวคิดเพื่อสนองตอบต่อนโยบายของรัฐ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำเรื่องการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยพิบัติด้วยแอปพลิเคชัน "พ้นภัย" และ "พร้อมช่วย" เพื่อสนับสนุนและเสริมศักยภาพงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีความรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น



ถือเป็นการเปลี่ยน "พลังมวลชน อสม." ให้เป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และจัดการภัยด้วยการใช้นวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ผ่านการดูแลสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน






ทหารพรานไม่ทิ้งกัน! ลุยติดตั้งรางน้ำฝนช่วยผู้ป่วยติดเตียงรือเสาะ"

ทหารพรานไม่ทิ้งกัน! ลุยติดตั้งรางน้ำฝนช่วยผู้ป่วยติดเตียงรือเสาะ"


เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ร้อยโท สุริยะ ชัยภักดี ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4604 มอบหมายให้ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ร่วมกับชุดช่างของกองร้อยทหารพรานที่ 4604 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ด้วยการติดตั้งรางน้ำฝนให้กับ นายรามิล มลรัตน์ ผู้ป่วยติดเตียงในพระบรมราชานุเคราะห์ ณ บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ที่ 10 ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิต ลดผลกระทบจากสภาพอากาศ และช่วยให้ครอบครัวสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการติดตั้งจนแล้วเสร็จเรียบร้อย




ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความห่วงใยของเจ้าหน้าที่ที่มุ่งมั่นดูแลพี่น้องประชาชนในทุกมิติ โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างความอบอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

เลขาธิการ ศอ.บต. เร่งบูรณะ ศาลเจ้าแม่กวนอิมยะลา หลังถูกขนานนาม “ศาลเจ้า ที่ถูกลืม” หวังดึงนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่

เลขาธิการ ศอ.บต. เร่งบูรณะ ศาลเจ้าแม่กวนอิมยะลา หลังถูกขนานนาม “ศาลเจ้า ที่ถูกลืม” หวังดึงนักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นศูนย์รวมของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ 


หลังจากได้รับการประสานงานจากชาวบ้านในพื้นที่ อ.เมือง จ.ยะลา ว่ามีศาลเจ้าที่เหมือนจะถูกลืม ไม่ได้รับการทำนุบำรุง อยู่ในสภาพทรุดโทรม ในซอยลึกลับ วันนี้ (25 มีนาคม 2569) นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หรือที่ชาวบ้านขนานนามทั่วไปว่า SUPER BOY รีบรุดเดินทางไปยัง ศาลเจ้าแม่กวนอิมหรือที่ชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกขานว่า “ศาลเจ้าหลังโรงเรียนจีน” เลขที่ 3 ถนน 5 ธันวา ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระโพธิสัตว์กวนอิมและองค์เทพทั้งหลาย ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ 




ในเบื้องต้นตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่า หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 68 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ ได้รับความเสียหายอย่างหนักและชาวบ้านผู้มีจิตศรัทธาได้รวบรวมเงินกันปรับปรุงไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังพบว่าหลายจุดยังคงทรุดโทรม โดยเฉพาะบริเวณหลังคาที่ถูกปลวกกัดกิน พร้อมที่จะถล่มลงมาทุกเมื่อ 

ทั้งนี้ เลขาธิการศอ.บต. ได้สั่งบูรณะเป็นการด่วน โดยเฉพาะหลังคาที่ต้องทำการปรับปรุงเป็นอันดับแรก ซึ่งให้ช่างผู้รับเหมาทำการรื้อสร้างหลังคาใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 วัน และทยอยบูรณะศาลเจ้าแม่กวนอิมแห่งนี้ เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในอนาคต 




ด้านนางจิรดา กิจบวรธรรม รองประธานคณะกรรมการศาลเจ้าฯ เป็นตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวขอบคุณ และทิ้งท้ายไว้ว่า วันนี้ศาลเจ้าแห่งนี้ จะไม่ใช่ศาลเจ้าที่ถูกลืมอีกแล้ว


ที่มา: ข่าวศอ.บต.

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More