ผนึกกำลัง แก้ภัยยาเสพติด! แม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ จชต.

ผนึกกำลัง แก้ภัยยาเสพติด! แม่ทัพภาคที่ 4 ประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ จชต. 


วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุม JOC กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานการประชุมชี้แจงและหารือแนวทางการบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี เฉลิมชัย สุทธินวล รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายนันทพงษ์ สุวรรณรัตน์ อดีตรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม



การประชุมครั้งนี้เป็นการหารือเบื้องต้นเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติด และพิจารณาแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกับปัญหาด้านความมั่นคงและสังคม โดยที่ประชุมได้รับฟังการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการทบทวนบทบาทภารกิจด้านการอำนวยการ การสกัดกั้น และการป้องกันในระดับพื้นที่ ทั้งการประสานงานด้านการข่าว การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชน ตลอดจนการบำบัดฟื้นฟูผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการทำงานร่วมกันให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและนโยบายของรัฐบาล



ทั้งนี้ นายรัชพล ปาละกูล ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ได้ชี้แจงภาพรวมสถานการณ์และลักษณะปัญหายาเสพติดที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ทั้งการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนในพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง การเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงผ่านระบบโลจิสติกส์ในจังหวัดสงขลา การลำเลียงทางทะเลในจังหวัดสตูล ตลอดจนปัญหาการแพร่ระบาดและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาการจัดภารกิจและความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้เหมาะสม 



ขณะที่ นายนันทพงษ์ สุวรรณรัตน์ ได้เสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับพื้นที่อำเภอชายแดน การเฝ้าระวังและป้องกันการลำเลียงยาเสพติดจากภายนอก รวมถึงการพิจารณาเชื่อมโยงแนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ 14 อำเภอนำร่อง เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดสามารถดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการฟื้นฟูชุมชน


โอกาสนี้ พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ให้ข้อคิดเห็นและเน้นย้ำว่า ปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการให้ภาครัฐเร่งแก้ไข โดยการดำเนินงานไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการจับกุมและปราบปรามเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือและความไว้วางใจจากประชาชน การเข้าถึงปัญหาผู้ค้ายาเสพติดในระดับชุมชน ตลอดจนการบำบัดฟื้นฟูและปรับเปลี่ยนทัศนคติของผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม พร้อมเสนอให้พิจารณาแนวทางการจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย รวมถึงส่งเสริมบทบาทของผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติด โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและนำไปสู่การแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป 

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เน้นปรับยุทธวิธีเชิงรุก ยกระดับงานกิจการพลเรือน ลงพื้นที่สื่อสารด้วยความจริงใจ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง

แม่ทัพภาคที่ 4 ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เน้นปรับยุทธวิธีเชิงรุก ยกระดับงานกิจการพลเรือน ลงพื้นที่สื่อสารด้วยความจริงใจ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง


วันนี้ 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 0900 น. ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส  มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานที่สำคัญแก่กำลังพล โดยมี พลตรี เทพพิทักษ์ นิมิตร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ฝ่ายเสนาธิการ และกำลังพล ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง



โอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำนโยบายสำคัญในหลายมิติ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจ โดยมุ่งเน้นการปรับยุทธวิธีเชิงรุกภายใต้หลักการ "การเมืองนำการทหาร" เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ กำชับถึงการดำเนินงานด้านมวลชนและยกระดับงานกิจการพลเรือน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยระบุว่าการลงพื้นที่ต้องไม่ใช่เพียงการมอบสิ่งของ แต่ต้องมุ่งเน้นการสื่อสารเพื่อแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและความจริงใจในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และกำลังภาคประชาชน 



นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังให้ความสำคัญกับศิลปะการบังคับบัญชาและการบริหารจัดการกำลังพล โดยสั่งการให้ผู้บังคับบัญชารับฟังปัญหาจากผู้ปฏิบัติงานจริงก่อนกำหนดข้อสั่งการ เพื่อลดความตึงเครียดในสายการบังคับบัญชา รวมไปถึงการใช้ทักษะการเจรจาประสานงานเพื่อดึงสรรพกำลังจากทุกฝ่ายเข้ามาสนับสนุนภารกิจ ตลอดจนการสานความสัมพันธ์อันดีกับกองกำลังป้องกันชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 รับตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ย้ำส่งเสริมกีฬาและเยาวชน เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงกรณีแม่ทัพภาคที่ 4 รับตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ย้ำส่งเสริมกีฬาและเยาวชน เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง


จากกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี และมีประชาชนรวมถึงแฟนบอลบางส่วนแสดงความคิดเห็นและตั้งข้อสังเกตต่อการแต่งตั้งดังกล่าวนั้น
พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า การเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมดังกล่าวมีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬา ตลอดจนการพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อมั่นว่ากีฬาเป็นพลังสร้างสรรค์ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัย ต่างวัฒนธรรม และต่างความคิดเห็น ให้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างเข้าใจ
ทั้งนี้ การดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ดังกล่าว ไม่มีเจตนาเข้าไปแทรกแซงการบริหารจัดการหรือกำหนดทิศทางของสโมสร ซึ่งยังคงเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะผู้บริหารสโมสร โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เคารพในความเป็นเจ้าของสโมสร ตลอดจนความรัก ความผูกพัน และความภาคภูมิใจของแฟนบอลที่มีต่อสโมสรปัตตานี เอฟซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของคนในพื้นที่
สำหรับความคิดเห็นและข้อกังวลของประชาชนและแฟนบอลที่มีความแตกต่างกันนั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าใจและเคารพสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของทุกฝ่าย พร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอแนะด้วยความจริงใจ เพราะความแตกต่างทางความคิดเห็นเป็นส่วนหนึ่งของสังคมประชาธิปไตย และสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ความเข้าใจ การรับฟัง และการเคารพซึ่งกันและกัน
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงให้ความสำคัญกับการสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับประชาชน โดยเฉพาะการส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อเด็ก เยาวชน และชุมชน ซึ่งกีฬาเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สร้างสรรค์ที่ช่วยหล่อหลอมความสามัคคี สร้างแรงบันดาลใจ และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันรักษาพื้นที่กีฬาให้เป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ ความสามัคคี และความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะสโมสรปัตตานี เอฟซี ซึ่งเป็นตัวแทนความหวังและความภาคภูมิใจของแฟนบอลชาวปัตตานีและพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสนับสนุนกีฬาและเยาวชนจึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับพื้นที่ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมชายแดนใต้สู่ความสันติสุขอย่างยั่งยืน
จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากข้อเท็จจริง และร่วมกันส่งเสริมให้กีฬาเป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพ ความภาคภูมิใจ และความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดสัมมนาพัฒนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ ยกระดับการสื่อสารเชิงรุกยุคดิจิทัล ให้รวดเร็ว ถูกต้อง ทันสถานการณ์

กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดสัมมนาพัฒนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ ยกระดับการสื่อสารเชิงรุกยุคดิจิทัล ให้รวดเร็ว ถูกต้อง ทันสถานการณ์


วันนี้ ( 3 ตุลาคม 2569 ) เวลา 09.00 น. ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จัดโครงการสัมมนาและพัฒนาสื่อมวลชนสัมพันธ์ เรื่อง "การสื่อสารเชิงรุก และการประชาสัมพันธ์ยุคดิจิทัล" เพื่อพัฒนาทักษะผู้ปฏิบัติงานประชาสัมพันธ์ และเปิดเวทีรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประสานข้อมูลและการเสนอข่าวสารอย่างถูกต้อง ทันสถานการณ์  โดยมี พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล  หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธี และมีหน่วยขึ้นตรงจาก หน่วยเฉพาะกิจสงขลา เข้ารับการอบรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ณ หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

        


สำหรับการอบรมฯ ดังกล่าวเน้นการเสริมทักษะการสื่อสารเชิงรุก การถ่ายภาพ การเขียนข่าว และการจัดการสื่อสารในภาวะวิกฤต พร้อมทั้งพัฒนาแนวทางประสานงานข้อมูลให้ชัดเจน ผ่านรูปแบบการบรรยายควบคู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่การตั้งประเด็น วางแผนสื่อสาร คัดเลือกภาพ และเขียนข่าวจากสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภารกิจของหน่วยได้อย่างแท้จริง

        
  




...................................................... ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 3 พฤศจิกายน 2569 #แม่ทัพภาคที่4 #เพื่อสังคมสันติสุข #สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
 

      
 
    

           

             

             



ทหารเคียงข้างประชาชน ฉก.ทพ.43 เสริมเกราะป้องกันน้ำท่วม มอบ 1,000 กระสอบทราย ปกป้องพื้นที่ปัตตานี

ทหารเคียงข้างประชาชน ฉก.ทพ.43 เสริมเกราะป้องกันน้ำท่วม มอบ 1,000 กระสอบทราย ปกป้องพื้นที่ปัตตานี


หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 4301 นำกำลังพลลงพื้นที่เพื่อมอบกระสอบทรายจำนวน 1,000 กระสอบ ณ ตำบลมะกรูด อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี โดยแบ่งมอบให้แก่เทศบาลตำบลมะกรูด จำนวน 600 กระสอบ และโรงพยาบาลโคกโพธิ์ จำนวน 400 กระสอบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยธรรมชาติอย่างทันท่วงที



การสนับสนุนในครั้งนี้เพื่อยกระดับความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย เสริมแนวคันกั้นน้ำป้องกันน้ำท่วมขังในจุดเสี่ยง ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ปกป้องทรัพย์สินของประชาชน และลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสถานที่ราชการสำคัญในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลโคกโพธิ์ ให้สามารถเปิดให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยแม้ในช่วงวิกฤตน้ำท่วม



การลงพื้นที่ของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ในครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการอุทกภัยระดับท้องถิ่นแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีระหว่างหน่วยทหารกับส่วนราชการในพื้นที่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

......................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

#อำเภอเข้มแข็ง
#ทุกชีวิตมีคุณค่า
#สันติสุขชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า





“ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง” ฉก.สงขลา ลงพื้นที่พบปะประชาชน 4 อำเภอ เสริมสร้างความเข้าใจ สานสัมพันธ์ชุมชน

“ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง” ฉก.สงขลา ลงพื้นที่พบปะประชาชน 4 อำเภอ เสริมสร้างความเข้าใจ สานสัมพันธ์ชุมชน


เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 หน่วยเฉพาะกิจสงขลา โดยหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ ซึ่งประกอบด้วยกำลังทหาร ตำรวจ และชุดคุ้มครองตำบลในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนลงพื้นที่พบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์กับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชน รวมถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ รับฟังปัญหา และสำรวจความต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ และเสริมสร้างความมั่นคงในระดับชุมชน ตามนโยบายของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง”



การลงพื้นที่ในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน อันจะส่งผลให้เกิดความไว้วางใจและนำไปสู่ความร่วมมือในการปฏิบัติงานในอนาคต พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเกิดความแตกแยกในสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่สงบสุข ปลอดภัย และปฏิเสธความรุนแรงอย่างยั่งยืน





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

#ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
#นโยบาย6ประการ
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ฉก.สงขลา ห่วงใยเยาวชนถูกทำร้ายในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เร่งประสานทุกภาคส่วนช่วยเหลือและเยียวยาอย่างใกล้ชิด

ฉก.สงขลา ห่วงใยเยาวชนถูกทำร้ายในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เร่งประสานทุกภาคส่วนช่วยเหลือและเยียวยาอย่างใกล้ชิด


ตามที่เกิดเหตุเยาวชนถูกทำร้ายร่างกายในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเยาวชนผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พันโท ภานุพงศ์ ชนะวรรณโณ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ได้เข้าพบ นางวาสนา พงษ์กาญจนารักษ์ ปลัดอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อสอบถามความคืบหน้าของเหตุการณ์และแนวทางการเยียวยา จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือและนำเยาวชนผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยเพื่อรับการรักษา โดยพบว่ามีอาการซี่โครงร้าว เจ็บบริเวณซี่โครงและหายใจติดขัด ซึ่งมีกำหนดเข้ารับการตรวจติดตามอาการอีกครั้ง



ขณะเดียวกัน นายมันต์อินทร์ ศิริรัตน์ นายอำเภอสะบ้าย้อย ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลและความต้องการของครอบครัว เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม ขณะที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อยและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสะบ้าย้อย ร่วมดูแลและให้คำแนะนำด้านสุขภาพจิตแก่เยาวชนและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลจะแหนและโรงเรียนบ้านคอลอมุดอ ร่วมพิจารณาการช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา พร้อมประสานนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจ เพื่อสร้างความมั่นใจและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน



สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะบ้าย้อยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จำนวน 7 ราย แบ่งเป็นเยาวชนอายุเกิน 12 ปี จำนวน 5 ราย และอายุต่ำกว่า 12 ปี จำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมกระบวนการสอบสวน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนทุกฝ่าย นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน มูลนิธิ และกลุ่มจิตอาสา เข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้ประสานการดูแลเงินบริจาคและสิ่งของช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรงตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพหรือคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเยาวชนและครอบครัว



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ พร้อมสนับสนุนการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดูแลช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชน ตลอดจนร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More