เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เข้าระงับเหตุคนร้ายก่อเหตุร้านสะดวกซื้อ ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย ในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี

เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เข้าระงับเหตุคนร้ายก่อเหตุร้านสะดวกซื้อ ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย ในพื้นที่ อ.มายอ จ.ปัตตานี


วันที่ 24 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุบริเวณร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven สาขาบ้านตาแบ๊ะ หมู่ที่ 3 ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ก่อนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ ส่งผลให้ร้านสะดวกซื้อและรถยนต์หุ้มเกราะของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหาย


ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 สามารถควบคุมตัววัยรุ่นต้องสงสัยได้จำนวน 2 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งขยายผลความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย


เจ้าหน้าที่ขอยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและยึดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้






.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

คนร้ายก่อเหตุเผาและวางระเบิดร้านเซเว่นฯ ลางา ก่อนปะทะตำรวจขณะหลบหนี

คนร้ายก่อเหตุเผาและวางระเบิดร้านเซเว่นฯ ลางา ก่อนปะทะตำรวจขณะหลบหนี


เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุเผาและวางระเบิดบริเวณร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาลางา ตำบลลางา อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรมายอ ซึ่งเข้าตรวจสอบเหตุและติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้เกิดการปะทะกันระหว่างการหลบหนีของคนร้าย เบื้องต้น ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือประชาชนได้รับบาดเจ็บ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าตรวจสอบพื้นที่ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่และดูแลความปลอดภัยของประชาชน

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงบริเวณเกิดเหตุ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการเป็นหลัก หากพบเห็นบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัย อย่าเข้าใกล้ อย่าแตะต้อง และอย่าดำเนินการด้วยตนเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือ สายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

นราธิวาสยกระดับคุมเข้มชายแดน!! ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย ปิดท่าข้ามผิดกฎหมาย - ใช้เทคโนโลยีเสริมกำลัง สกัดลักลอบและการใช้พื้นที่หลบหนีของผู้ก่อเหตุรุนแรง

นราธิวาสยกระดับคุมเข้มชายแดน!! ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย ปิดท่าข้ามผิดกฎหมาย - ใช้เทคโนโลยีเสริมกำลัง สกัดลักลอบและการใช้พื้นที่หลบหนีของผู้ก่อเหตุรุนแรง


จังหวัดนราธิวาสเดินหน้ายกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงตลอดแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย ระยะทาง 184 กิโลเมตร ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งเดินหน้าปิด “ท่าข้ามธรรมชาติผิดกฎหมาย” ทันทีทุกจุด เพื่อตัดวงจรการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด และสกัดกั้นการใช้ช่องทางธรรมชาติเป็นเส้นทางหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ขณะที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณ 90 ล้านบาท เดินหน้าก่อสร้างรั้วชายแดนระยะทาง 12 กิโลเมตรในพื้นที่อำเภอแว้ง พร้อมนำเทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง



ขณะเดียวกัน กองบังคับการควบคุมสุริโยทัยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเต็มอัตรา 100% จัดตั้ง 90 ชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่การใช้รั้วอิเล็กทรอนิกส์ รั้วชายแดนเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร และกล้องวงจรปิด (CCTV) กว่า 580 จุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบและปิดช่องโหว่ตามแนวชายแดน


วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) ที่ห้องประชุมอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุมตรวจพื้นที่ชายแดนจังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดมาตรการสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยมี พลตำรวจตรี ประยงค์ โคตรสาขา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส, พันเอก อนิรุจน์ ดิษฐ์ประชา รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย พร้อมด้วยนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร นายด่านศุลกากรในพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ได้แก่ ตากใบ สุไหงโก-ลก และแว้ง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง


โดยในที่ประชุมได้รายงานแผนสกัดกั้นชายแดนของกองบังคับการควบคุมสุริโยทัย รวมถึงมาตรการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 โดยปัจจุบันได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอชายแดน ปฏิบัติการเต็มรูปแบบ 100% จัดตั้ง 90 ชุดปฏิบัติการ ลาดตระเวนและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมการทำงาน ทั้งรั้วอิเล็กทรอนิกส์ รั้วชายแดนเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร และกล้องวงจรปิด (CCTV) กว่า 580 จุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง


ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ลงเรือลาดตระเวนสำรวจพื้นที่จริงตลอดแนวแม่น้ำสุไหงโกลก ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำธรรมชาติติดต่อกับประเทศมาเลเซีย มีระยะทางกว่า 105 กิโลเมตร การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งประเมินจุดเสี่ยง ตรวจสอบท่าข้าม และติดตามช่องทางที่อาจถูกใช้เป็นเส้นทางกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ยาเสพติด รวมถึงการแฝงตัวหรือหลบหนีของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง


นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า เปิดเผยว่า จังหวัดนราธิวาสมีแนวชายแดนติดกับประเทศมาเลเซียยาวถึง 184 กิโลเมตร โดยเป็นชายแดนทางน้ำประมาณ 105 กิโลเมตร ทำให้มีช่องทางธรรมชาติและท่าข้ามจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมการลักลอบขนส่งสินค้าผิดกฎหมาย เช่น เนื้อกระบือนำเข้าหลายพันตัน จังหวัดจึงกำหนดมาตรการอย่างชัดเจนว่า หากพบท่าข้ามใดมีการกระทำผิดกฎหมาย จะดำเนินการ “ปิดทันทีและปิดถาวร” ขณะเดียวกันยังคงอนุโลมให้ท่าข้ามที่เป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนริมน้ำสามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการและประชาชนใช้ช่องทางผ่านด่านศุลกากรอย่างถูกต้อง ได้แก่ ด่านตากใบ ด่านสุไหงโกลก และด่านบูเกะตา


ส่วนความคืบหน้าการยกระดับมาตรการความมั่นคงว่า จากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดได้เสนอโครงการก่อสร้างรั้วชายแดน ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณจากนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวน 90 ล้านบาท ระยะทาง 12 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการในพื้นที่อำเภอแว้งเป็นจุดแรก เนื่องจากพื้นที่ชายแดนส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า การก่อสร้างรั้วชายแดนชนิดพิเศษที่นำเทคโนโลยีระบบ AI เข้ามาช่วยตรวจจับ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง ลดข้อจำกัดด้านกำลังพลที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการลาดตระเวนทางน้ำ ในส่วนเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเส้นทางรถไฟ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้บริการกว่า 1,000 คนต่อวัน หรือประมาณ 14 เที่ยวไป-กลับ โดยขอให้ประชาชนร่วมกันประณามการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และกระทบต่อการเดินทางของประชาชน พร้อมเน้นย้ำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ร่วมกันสอดส่องดูแล หากพบสิ่งผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือทหาร เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงแฝงตัวเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่


ด้าน พันเอก พรชัย นิ่มทัศนศิริ ผู้บังคับการควบคุมสุริโยทัย กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนดำเนินการโดยมีกองร้อยป้องกันชายแดนดูแลตลอดแนว โดยเฉพาะพื้นที่ทางน้ำซึ่งมีระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร ขณะที่เมื่อรวมแนวชายแดนทั้งหมดมีระยะทางประมาณ 185 กิโลเมตร ถือเป็นพื้นที่รับผิดชอบที่มีขนาดกว้างและมีความซับซ้อน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ใช้กำลังพลควบคู่กับเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม และอุปกรณ์สนับสนุนอื่น ๆ รวมถึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง เช่น ระบบรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในพื้นที่อำเภอตากใบติดตั้งแล้วจำนวน 580 ตัว เพื่อช่วยตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดตามแนวชายแดน ขณะเดียวกันยังเพิ่มการบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจในพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การเฝ้าระวังและการสกัดกั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากมาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้กำลังพล เครื่องมือ และเทคโนโลยี รวมถึงการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้เส้นทางธรรมชาติหรือพื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นช่องทางในการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน


การยกระดับมาตรการครั้งนี้ จึงมุ่ง “ปิดช่องโหว่ชายแดน” ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตของประชาชน โดยให้การค้าและการเดินทางเป็นไปตามกฎหมาย พร้อมสกัดกั้นอาชญากรรมและการใช้พื้นที่ชายแดนเป็นช่องทางของความรุนแรง เพื่อสร้างความปลอดภัย ความเชื่อมั่น และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนจังหวัดนราธิวาสอย่างยั่งยืน






.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

เจ้าหน้าที่บูรณาการ 3 ฝ่าย ตรวจพบกล้องวงจรปิดของหน่วยที่ถูกขโมย เชิญตัว “นายอูบัยดีฯ” ดำเนินการตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่บูรณาการ 3 ฝ่าย ตรวจพบกล้องวงจรปิดของหน่วยที่ถูกขโมย เชิญตัว “นายอูบัยดีฯ” ดำเนินการตามกฎหมาย


เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 48 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมจังหวัดนราธิวาส ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส สถานีตำรวจภูธรเจาะไอร้อง และฝ่ายปกครอง ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณ 4 แยกบ้านปาเร๊ะรูโป๊ะ หมู่ที่ 9 ตำบลมะรือโบออก อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส


จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกล้องวงจรปิด (CCTV) ของหน่วย จำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีข้อมูลว่าถูกขโมยไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญ นายอูบัยดี (สงวนนามสกุล) มาให้ข้อมูล จากการซักถามเบื้องต้น นายอูบัยดี (สงวนนามสกุล) ได้ให้การยอมรับเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว


ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอูบัยดี (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลางกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ตัว ไปยังสถานีตำรวจภูธรเจาะไอร้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายและบันทึกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม


ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย โดยผู้ที่ถูกเชิญตัวหรือถูกกล่าวหายังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายและถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด หากมีความคืบหน้าที่สำคัญ หน่วยงานจะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากมีข้อมูลหรือเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามผู้ก่อเหตุ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป




.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำ “ดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น เน้นความร่วมมือจากประชาชน” เดินหน้าสู่สันติสุขชายแดนใต้

แม่ทัพภาคที่ 4 มอบนโยบายกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำ “ดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น เน้นความร่วมมือจากประชาชน” เดินหน้าสู่สันติสุขชายแดนใต้


เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุมกองบังคับการกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายอิงคยุทธ ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานประชุมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่กองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ทุกหน่วยขับเคลื่อนภารกิจไปในทิศทางเดียวกัน ท่ามกลางสถานการณ์ในพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง



สาระสำคัญของการมอบนโยบายมุ่งให้กำลังพล “ทำงานเชิงรุก เข้าถึงประชาชน และลดเงื่อนไขของความขัดแย้ง” ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันเหตุ การดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา และภาคประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดขึ้นตั้งแต่ระดับชุมชน



ในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การรักษาความสงบไม่สามารถวัดผลได้จากจำนวนเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองไปถึง ความรู้สึกปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะเมื่อประชาชนสามารถใช้ชีวิต ประกอบอาชีพ เดินทาง และทำกิจกรรมในชุมชนได้ตามปกติ นั่นคือสัญญาณสำคัญของการเดินหน้าสู่สันติสุข



พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลให้ตั้งอยู่บนความถูกต้อง รอบคอบ และเคารพสิทธิของประชาชน พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดูแลพื้นที่มีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด



เป้าหมายไม่ใช่เพียงการควบคุมสถานการณ์ แต่คือการทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา เศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ อันเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของการกำหนดทิศทางการทำงานของกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เดินหน้าควบคู่กันทั้ง “ความมั่นคง การพัฒนา และความไว้วางใจของประชาชน” เพื่อร่วมกันลดความรุนแรง สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง และนำพื้นที่ไปสู่สันติสุขอย่างยั่งยืน


.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

แถลงร่วม 3 ฝ่าย สรุปภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงตั้งแต่วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569

แถลงร่วม 3 ฝ่าย สรุปภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงตั้งแต่วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569
                                         

วันนี้ (24 สิงหาคม 2569) เวลา 16.00 น. ที่ห้องประชุม ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีการแถลงร่วม 3 ฝ่าย เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย พันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมชี้แจงสถานการณ์


พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์ว่า หลังเกิดเหตุการณ์ในหลายพื้นที่ในช่วงคืนวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งการวางเพลิง เผายางรถยนต์ เผากล้องวงจรปิด และทำลายสิ่งของทางราชการและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมถึงระบบสาธารณูปโภค ทางภาครัฐให้ความสำคัญไม่เพียงแต่เรื่องของเหตุการณ์ แต่ยังให้ความสำคัญกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อประชาชนและการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ หน่วยงานความมั่นคงได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมบูรณาการกำลังทุกฝ่ายในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปสู่การขยายผล ติดตามผู้ก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลพื้นที่ให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความปลอดภัยในชุมชน


ด้านพันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงเหตุที่เกิดขึ้นใน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา รวมทั้งหมด 75 เหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเก็บรวบรวมหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เพื่อขยายผลและติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อให้ทราบถึงเส้นทางรองและเส้นทางหลักของกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะพยายามทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป


ขณะที่ พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงล่าสุด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 11 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 5 ราย และเกิดความเสียหายต่ออาคาร 17 แห่ง ยานพาหนะ 40 คัน เสาไฟฟ้า 32 ต้น เสาสัญญาณโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด 4 ตัว โดยศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์การสื่อสารและการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อเป็นกลไกประสานงานระหว่างผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ เร่งรัดการประเมินและชดเชยความเสียหาย รวมถึงติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี โดยมีทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถติดตามความคืบหน้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมยืนยันว่า ภาครัฐจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีวิต การฟื้นฟูความเสียหาย และการประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด


ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบเห็นเบาะแส บุคคล หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ ภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ทั้งด้านการรักษาความปลอดภัย การติดตามผู้ก่อเหตุ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ และประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย

.............................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ฉก.ทพ.44 ผนึกตำรวจ ฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัย “ทุ่งลานควายโมโตครอส ครั้งที่ 2” สร้างความเชื่อมั่น เชื่อมพลังชุมชนสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ฉก.ทพ.44 ผนึกตำรวจ ฝ่ายปกครอง ดูแลความปลอดภัย “ทุ่งลานควายโมโตครอส ครั้งที่ 2”  สร้างความเชื่อมั่น เชื่อมพลังชุมชนสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน


วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 4402 ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรทุ่งยางแดง ฝ่ายปกครอง และภาคส่วนในพื้นที่ ลงพื้นที่สนามทุ่งลานควาย ตำบลน้ำดำ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เพื่อร่วมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม “ทุ่งลานควายโมโตครอส ครั้งที่ 2” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



กิจกรรมครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าการแข่งขันกีฬา เพราะเป็นการนำ กีฬา การท่องเที่ยว และพลังของชุมชน มาเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างพื้นที่กิจกรรมที่ประชาชนต่างวัฒนธรรมและศาสนาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของพื้นที่ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการและชุมชนในท้องถิ่น



เจ้าหน้าที่ร่วมกันสังเกตการณ์พื้นที่ ดูแลความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ ผู้นำชุมชน และประชาชน ตามแนวทาง “ฮูกุมปากัต” (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี) โดยเฉพาะการส่งเสริมสุขภาพ สร้างสังคมอบอุ่น และเสริมความเข้มแข็งของกลไกชุมชน





.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
24 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Pasukan Petugas 44, dengan kerjasama polis dan pentadbiran tempatan, memastikan keselamatan untuk Festival Motocross Thung Lan Kwai ke-2, membina keyakinan dan menghubungkan kuasa komuniti untuk pelancongan lestari.


Pada 23 Ogos 2026, jam 8:30 pagi, Pasukan Petugas 44, khususnya Kompeni Renjer ke-4402, bersama-sama dengan Balai Polis Thung Yang Daeng, pentadbiran tempatan, dan sektor lain di kawasan itu, dikerahkan ke padang Thung Lan Kwai di Mukim Nam Dam, Daerah Thung Yang Daeng, Wilayah Pattani, untuk menyediakan keselamatan dan memudahkan penyertaan Festival Motocross Thung Lan Kwai ke-2, sebuah projek yang bertujuan untuk mempromosikan pembangunan pelancongan lestari.


Acara ini lebih daripada sekadar pertandingan sukan; ia menghubungkan sukan, pelancongan, dan semangat komuniti untuk mewujudkan ruang aktiviti yang selamat dan mudah diakses untuk orang ramai yang terdiri daripada pelbagai budaya dan agama. Pada masa yang sama, ia meningkatkan imej kawasan tersebut dan mewujudkan peluang ekonomi untuk usahawan dan komuniti tempatan.


Kakitangan sentiasa memerhati kawasan tersebut, memastikan keselamatan, dan memudahkan peserta, menekankan kerjasama dengan pentadbiran tempatan, polis, pemimpin komuniti, dan orang awam mengikut pendekatan "Hukum Pakat" (9 Prinsip Kampung Baik), terutamanya memberi tumpuan kepada menggalakkan kesihatan dan membina komuniti yang mesra. Dan untuk memperkukuhkan mekanisme komuniti.


.................................................................

Pusat Perhubungan Awam, Markas Operasi Keselamatan Dalaman Wilayah 4 Hadapan

24 Ogos 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan





เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Task Force 44, in collaboration with police and local administration, ensured security for the 2nd Thung Lan Kwai Motocross Festival, building confidence and connecting community power for sustainable tourism.


On August 23, 2026, at 8:30 AM, Task Force 44, specifically the 4402nd Ranger Company, along with the Thung Yang Daeng Police Station, local administration, and other sectors in the area, deployed to the Thung Lan Kwai field in Nam Dam Subdistrict, Thung Yang Daeng District, Pattani Province, to provide security and facilitate the participation of the 2nd Thung Lan Kwai Motocross Festival, a project aimed at promoting sustainable tourism development.


This event is more than just a sporting competition; it connects sports, tourism, and community spirit to create a safe and accessible activity space for people of diverse cultures and religions. Simultaneously, it enhances the area's image and creates economic opportunities for local entrepreneurs and communities.


Personnel continuously observed the area, ensured security, and facilitated participants, emphasizing collaboration with local administration, police, community leaders, and the public following the "Hukum Pakat" (9 Good Village Principles) approach, particularly focusing on promoting health and building a warm community. And to strengthen community mechanisms.


.............................................................

Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters

August 24, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More