ความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

ความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี


จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณบ้านท่าคลอง หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 1 ราย คือ จ่าสิบเอก สุภิณโญ สิงห์แก้ว และผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ล่าสุดผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยืนยันผู้เสียชีวิต ดังนี้
1. นายมุสลิม เจะเมาะ ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 3 ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย
หมาย จ.147/67 ลง 15 มี.ค. 67 (ศาลจังหวัดปัตตานี)
พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : คนร้ายยิงอดีตทหารพรานที่บ้านเลขที่ 25/24 หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พื้นที่ สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566
กระทำความผิดฐาน : ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันก่อการร้ายโดยการใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธฯ, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้พกพาติดตัวไปฯ, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร, ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน



2. นายรออัสมี ดอเลาะ ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 34/3 หมู่ที่ 7 ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา 2 หมาย ได้แก่
⏭️ หมายที่ 1 จ.497/68 ลง 20 ส.ค.68 (ศาลจังหวัดนาทวี)
พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : เหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะบ้าย้อย พระภิกษุสงฆ์และสามเณร บ้านสวนโอน หมู่ที่ 6 ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อ 22 เมษายน 2568
กระทำความผิดฐาน : ร่วมกันสะสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินให้ หรือรับการฝึกการก่อการร้ายตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย, เป็นอั้งยี่, เป็นช่องโจร ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น มอมหน้าหรือกระทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้จำหน้าได้ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พันการจับกุม และร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม



⏭️ หมายที่ 2 จ.63/69 ลง 27 ม.ค.69 (ศาลจังหวัดปัตตานี) พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : เหตุขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ห้องเย็น บริเวณด้านข้างกองพลทหารราบที่ 15 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อ 5 ตุลาคม 2566
กระทำความผิดฐาน : "ร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตราย ต่อชีวิต, ร่วมกันสะสมกำลังพล หรืออาวุธ หรือสมคบกันเพื่อก่อก่อการร้าย, ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำการตามหน้าที่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลและเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น, ร่วมกันทำ มีและใช้วัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์"

🔎 ของกลางที่ตรวจยึดได้จากพื้นที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย
🔸 อาวุธปืน Sig Sauer P365 ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก
🔸 อาวุธปืน Smith & Wesson ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
🔸 วัตถุระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม และขยายผลการสืบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการควบคุมตัว นายรอสลี สงวนนามสกุล เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ โดยนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร ก่อนลงบันทึกควบคุมตัว ณ สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และรายงานตาม มาตรา 22 และมาตรา 23 ของพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการบังคับให้สูญหายและทรมาน และส่งตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569


เจรจาไม่เป็นผลผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 รายหลังยิงใส่เจ้าหน้าที่ ในระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย พื้นที่ปัตตานี

เจรจาไม่เป็นผลผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 รายหลังยิงใส่เจ้าหน้าที่ ในระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย พื้นที่ปัตตานี


จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณบ้านท่าคลอง หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยพยายามเจรจาและเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุออกมามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้ใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายขึ้น
ล่าสุด ได้รับการยืนยันว่ามีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 2 ราย จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อ 1 ราย คือ นายมุสลิม เจะเมาะ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนอีก 1 ราย ยังไม่สามารถยืนยันตัวบุคลได้ ปัจจุบันในอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์บุคคลอย่างเป็นทางการ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมพื้นที่โดยรอบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุตามกระบวนการยุติธรรม โดยยึดหลักความโปร่งใส ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความบเรียบร้อยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่
………………………………………………..
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569


🌍🌍 เนื้อข่าวภาษารูมี 👇👇

📌 Rundingan Gagal, 2 Individu Terlibat Keganasan Maut Selepas Melepaskan Tembakan ke Arah Anggota Keselamatan Semasa Operasi Penguatkuasaan Undang-Undang di Pattani

Susulan operasi penguatkuasaan undang-undang yang dijalankan oleh pihak berkuasa terhadap kumpulan yang terlibat dalam kegiatan keganasan di kawasan Ban Tha Khlong, Kampung No. 10, Mukim Khok Pho, Daerah Khok Pho, Wilayah Pattani.

Pihak berkuasa telah bertindak mengikut prosedur yang ditetapkan dengan berusaha mengadakan rundingan serta memujuk individu-individu terbabit supaya menyerah diri bagi menghadapi proses keadilan. Namun begitu, kumpulan tersebut telah melepaskan tembakan ke arah anggota keselamatan, menyebabkan pihak berkuasa terpaksa bertindak balas mengikut situasi semasa.

Maklumat terkini mengesahkan bahawa seramai 2 individu yang terlibat dalam kegiatan keganasan telah maut. Hasil pemeriksaan awal mendapati salah seorang daripada mereka ialah Encik Muslim Jemaoh, yang merupakan individu dikehendaki berdasarkan waran tangkap. Manakala seorang lagi masih belum dapat dikenal pasti dan kini sedang melalui proses pengesahan identiti secara rasmi.

Pada masa ini, pihak berkuasa masih mengawal kawasan sekitar serta menyelaras dengan agensi berkaitan dan pasukan forensik untuk menjalankan pemeriksaan di lokasi kejadian mengikut proses perundangan. Segala tindakan dilaksanakan berlandaskan prinsip ketelusan, keselamatan dan pematuhan ketat terhadap undang-undang, bagi mewujudkan keyakinan serta mengekalkan keamanan dan ketenteraman masyarakat di kawasan tersebut.

....................................................

Pusat Perhubungan Awam
Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 Bahagian Hadapan
4 Jun 2026

🌍🌍 เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ 👇👇

📌 Negotiations fail; two insurgents killed after shooting at officers during law enforcement operation in Pattani.

The incident occurred during a law enforcement operation against a group of insurgents in Ban Tha Khlong, Village No. 10, Khok Pho Subdistrict, Khok Pho District, Pattani Province.
Authorities attempted to negotiate and persuade the insurgents to surrender, but they retaliated by firing at the officers, resulting in a shootout.
It has been confirmed that two insurgents were killed. One has been identified as Mr. Muslim Cheh Mae, a suspect under an arrest warrant. The identity of the other is currently being verified.

Authorities are currently securing the surrounding area and coordinating with relevant agencies and forensic officers to investigate the scene according to legal procedures. They are prioritizing transparency, security, and strict adherence to the law to maintain public confidence and order in the area.
………………………………………………..
Public Relations Center
Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters
June 4, 2026


เจ้าหน้าที่ใช้แนวทางสันติวิธี เจรจาเกลี้ยกล่อมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามอบตัว ขอประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ใช้แนวทางสันติวิธี เจรจาเกลี้ยกล่อมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้ามอบตัว ขอประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ดังกล่าว


จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณบ้านท่าคลอง หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงมุ่งเน้นการคลี่คลายสถานการณ์ด้วยแนวทางสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเจรจาเกลี้ยกล่อม ผ่านผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกจากพื้นที่และเข้ามอบตัวโดยสมัครใจ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้พี่น้องประชาชนหลีก เลี่ยงการเข้าพื้นที่ดังกล่าว และ ขอยืนยันว่า การปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน อย่างเคร่งครัด มุ่งป้องกันเหตุร้าย ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน ร่วมเป็นเครือข่ายด้านความมั่นคง ช่วยกันสอดส่องดูแลพื้นที่ หากพบเห็นบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือความเคลื่อนไหวผิดปกติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 หรือ หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้านท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 จับมือชุมชนสร้างฝายกั้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชินี พัฒนาแหล่งน้ำยั่งยืนให้โรงเรียนคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49  จับมือชุมชนสร้างฝายกั้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ พระบรมราชินี พัฒนาแหล่งน้ำยั่งยืนให้โรงเรียนคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ โรงเรียนคีรีราษฎร์รังสฤษดิ์ บ้านประชานิมิตร หมู่ที่ 4 ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 โดยร้อยเอก นัธทวัฒน์ บัวกิ่ง ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4909 นำกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ร่วมใจกับผู้นำชุมชน บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนในพื้นที่ จัดกิจกรรม "จิตอาสาพัฒนา" สร้างฝายกั้นน้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569



บรรยากาศการทำกิจกรรมเต็มไปด้วยความสามัคคีและความมุ่งมั่น โดยทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างฝายกั้นน้ำ เพื่อใช้ประโยชน์ในการกักเก็บน้ำสำหรับกิจกรรมทางการเกษตรของโรงเรียน ทั้งยังเป็นการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาปฏิบัติจริง เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืนให้แก่เยาวชนรวมถึงประชาชนในพื้นที่



สำหรับการปฏิบัติงานในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ฝายกั้นน้ำถูกจัดสร้างจนเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยด้วยพลังความร่วมมือของทุกฝ่าย ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการจัดการน้ำในสถานศึกษาเท่านั้น แต่ยังช่วยสานสัมพันธ์อันดีอันอบอุ่น และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้แก่คนในชุมชนอย่างแท้จริง


............................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 มิถุนายน 2569

#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า






"...แม้ภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดการณ์ แต่การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้ ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ว่าจะไม่ถูกทอดทิ้งในยามวิกฤต..."

"...แม้ภัยธรรมชาติจะเป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดการณ์
แต่การเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งที่สามารถควบคุมได้
ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างจริงจัง
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ว่าจะไม่ถูกทอดทิ้งในยามวิกฤต..."


พลโท นรธิป โพยนอก
แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4
.
การประชุมเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยจังหวัดสงขลา
ณ ห้องประชุมกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42
วันที่ 2 มิถุนายน 2569
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 มิถุนายน 2569
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

นักวิชาการ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ข้อเท็จจริงและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ หลังบางเพจกล่าวอ้าง

นักวิชาการ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ข้อเท็จจริงและการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ หลังบางเพจกล่าวอ้าง


จากกรณีที่มีการเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงกว้างนั้น
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เห็นว่าการศึกษา ค้นคว้า และการอภิปรายทางวิชาการ เป็นกระบวนการสำคัญในการแสวงหาความรู้และสร้างความเข้าใจร่วมกันในสังคม โดยควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หลักฐาน และเหตุผลที่สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้าน จึงขอนำเสนอคำชี้แจงของ พันโทหญิง ผไททิพย์ พรมฝาย เจ้าของผลงานทางวิชาการที่ถูกกล่าวถึง เพื่อประกอบการพิจารณาและศึกษาข้อมูลจากแหล่งต้นทางโดยตรง
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เคารพความเห็นที่แตกต่าง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 มิถุนายน 2569

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More