สุดอาลัย แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงฯ ยกย่องเป็น “แม่พิมพ์ผู้เสียสละ”

สุดอาลัย แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงฯ ยกย่องเป็น “แม่พิมพ์ผู้เสียสละ”

วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 15.00 น. ที่ วัดยุงทอง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์เยาวชนชายกราดยิงในพื้นที่ของโรงเรียนพะตงฯ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ร่วมในพิธี




สำหรับบรรยากาศในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชรฯ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ท่ามกลางนักเรียนจากโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก ตลอดจนผู้ที่เคยร่วมงานกับ ผอ.ศศิพัชรฯ ตลอดการทำงานด้านการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในพื้นที่จังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ต่างตั้งใจมาร่วมไว้อาลัย และ**ส่ง ผอ.**ศศิพัชรฯ ผู้เป็นแม่พิมพ์ผู้เสียสละ เป็นครั้งสุดท้าย


ทั้งนี้ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ หรือ ผอ.ใจ ที่หลายคนรู้จัก เริ่มต้นบรรจุเข้ารับราชการครูครั้งแรก ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานี จากนั้นได้ย้ายไปดำเนินการสอนต่อที่โรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี ๒ สงขลา และการเดินทางสายอาชีพครูได้เติบโตในตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียน ที่โรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ และโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา ต่อมาได้ดำเนินการสอบและบรรจุเป็นผู้อำนวยการสถานศึกษาที่โรงเรียนบ้านหินผุด จังหวัดสงขลา และได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการต่อที่โรงเรียนบางกล่ำวิทยา รัชมังคลาภิเษก ต่อด้วยโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตามลำดับ




พิธีพระราชทานเพลิงศพในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อครูผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และครอบครัวสินสโมสร

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอสดุดีและน้อมรำลึกถึงความเสียสละอย่างกล้าหาญ **ของ ผอ.**ศศิพัชรฯ และเกียรติภูมิของข้าราชการครู จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำและหัวใจของลูกศิษย์ ตลอดจนพี่น้องประชาชนตลอดไป

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย กรณีเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

✍️ ✍️ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย กรณีเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณห้องน้ำภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง

จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน ประกอบกับงานด้านการข่าว และเบาะแสจากพี่น้องประชาชน ทำให้สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว คือ นายฮีดาย๊ะ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย



ต่อมา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาส เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส และสามารถควบคุมตัวนายฮีดาย๊ะ (สงวนนามสกุล) ไว้ได้ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรศรีสาคร จากนั้นนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลศรีสาคร เพื่อยืนยันสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนส่งตัวเข้าควบคุม ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อดำเนินการซักถามและขยายผลตามกระบวนการกฎหมายต่อไป



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบกฎหมาย เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน และยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสรวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า ผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันจำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว

ต่อมา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้ควบคุมตัวนายอามีน (สงวนนามสกุล) เพื่อซักถามขยายผลตามกระบวนการกฎหมาย โดยข้อมูลที่ได้รับนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และสามารถระบุตัวผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม คือ นายอาสฮาห์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจากเหตุลอบวางระเบิดดังกล่าว



กระทั่งวันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านควนหรัน ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และสามารถควบคุมตัวนายอาสฮาห์ (สงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับไว้ได้

ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมลงบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จากนั้นนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อยืนยันสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนนำตัวเข้าสถานที่ควบคุมตัว ณ ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป




กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการปฏิบัติเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เคารพหลักสิทธิมนุษยชน และยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


ฉก.ทพ.49 รวมพลังจิตอาสาพัฒนามัสยิด เตรียมต้อนรับเดือนรอมฎอน เชิดชูวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อแผ่นดินไทย

ฉก.ทพ.49 รวมพลังจิตอาสาพัฒนามัสยิด เตรียมต้อนรับเดือนรอมฎอน เชิดชูวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อแผ่นดินไทย


วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 จัดกำลังพลจิตอาสาของหน่วย ร่วมกับ กำลังพลจิตอาสาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 11, ชุดสันติสุข, ผู้นำท้องที่, ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมทาสีมัสยิดและสถานศึกษา ตามโครงการแผนการปฏิบัติ "ร่วมใจสู่รอมฏอน" เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของศาสนสถาน และสถานศึกษา เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศก่อนเข้าสู่เดือนรอมฏอนอันประเสริฐ และเป็นการเชิดชูวีรบุรุษที่ซาฮีดเพื่อผืนแผ่นดินไทย ณ มัสยิดคอยรียะห์ บ้านสุแฆ หมู่ที่ 3 ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส 




ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาศาสนสถานให้มีความสะอาด สวยงาม และพร้อมรองรับศาสนิกชนที่จะมาประกอบศาสนกิจในช่วงเดือนรอมฎอน อันเป็นเดือนอันประเสริฐของพี่น้องชาวไทยมุสลิม อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ตอกย้ำพลังจิตอาสาในการทำความดีด้วยหัวใจ และร่วมกันธำรงไว้ซึ่งความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ศาลฎีกาพิพากษาเพิ่มโทษจำคุก นายบูรฮาน (สงวนนามสกุล) เป็น 36 ปี 16 เดือน คดีลอบวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี พบพฤติการณ์ของจำเลยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายเหตุการณ์

ศาลฎีกาพิพากษาเพิ่มโทษจำคุก นายบูรฮาน (สงวนนามสกุล) เป็น 36 ปี 16 เดือน คดีลอบวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี พบพฤติการณ์ของจำเลยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายเหตุการณ์

 

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดปัตตานีได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลย ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบูรฮาน (สงวนนาสกุล)  ในความผิดฐานก่อการร้าย, อั้งยี่ และร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องใต้ท้องรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่ ในพื้นที่ตำบลถนน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อปี 2566

คดีนี้ เดิมศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำคุก 35 ปี 12 เดือน โดยยกฟ้องในข้อหาอั้งยี่ แต่ในชั้นฎีกา ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานใหม่ โดยเฉพาะ "เทปพันสายไฟ" ที่พันรอบแบตเตอรี่ระเบิด ซึ่งตรวจพบดีเอ็นเอตรงกับจำเลย ประกอบกับ "ลักษณะการประกอบวงจรระเบิด" ที่ตรงกับเหตุความไม่สงบอื่นอีกถึง 4 เหตุการณ์ จึงชี้ให้เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีเจตนาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่ใช่การกระทำส่วนตัว

ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษในความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" เพิ่มเติม โดยวางโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 36 ปี 16 เดือน ทั้งนี้ คดีถือเป็นที่สุดแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับเพื่อติดตามตัว นายบูรฮาน มารับโทษตามกฎหมายต่อไป

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีมอบสิ่งของละศีลอด เดือนรอมฎอน เสริมสร้างขวัญกำลังใจพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้

แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีมอบสิ่งของละศีลอด เดือนรอมฎอน เสริมสร้างขวัญกำลังใจพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้


>> วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 09.00 น. ณ ห้องรับรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของละศีลอด เนื่องในเดือนรอมฎอน ประจำปี 2569 ให้แก่หน่วยในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในพิธีมีการมอบชุดเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับการละศีลอด ประกอบด้วย อินทผลัม ข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมี ผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วมรับมอบอย่างพร้อมเพรียง




>> พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 กล่าวว่า “เดือนรอมฎอนเป็นเดือนแห่งความศรัทธา ความอดทน และการแบ่งปัน พร้อมเน้นย้ำให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ควบคู่กับการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีความสุข”

>> ทั้งนี้ การจัดพิธีมอบสิ่งของละศีลอดในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสนับสนุนพี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอน สะท้อนถึงความห่วงใยและความมุ่งมั่นของหน่วยงานในการเสริมสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ฉก.ทพ.44 ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อน “ต้นแบบปอเนาะสีขาว” ในพื้นที่ อ.สายบุรี

ฉก.ทพ.44 ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อน “ต้นแบบปอเนาะสีขาว” ในพื้นที่ อ.สายบุรี 


🇹🇭✍️🙏 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.00 น. พันเอก ณัฐวุฒิ ศรีสังข์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 44 ได้ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในอำเภอสายบุรี ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา และอาสาสมัครประจำพื้นที่ จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ สถาบันศึกษาปอเนาะมะอ์หัด อัตตัรบียาตุลฮะดีซะห์ เพื่อผลักดันการพัฒนา “ต้นแบบปอเนาะสีขาว” ในพื้นที่อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี

การลงนามในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการยกระดับสถานศึกษาปอเนาะให้เป็นต้นแบบที่มีสภาพแวดล้อมปลอดภัย โปร่งใส ห่างไกลยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้อง สร้างความสัมพันธ์อันดี และความร่วมมืออย่างยั่งยืนในสังคมพหุวัฒนธรรม อีกทั้งมุ่งให้ปอเนาะเป็นศูนย์กลางของชุมชนในการศึกษาหลักศาสนาที่ถูกต้องเหมาะสม




ในโอกาสนี้ ได้มีการสอบถามความรู้สึกของนักเรียน ผู้บริหารสถาบัน และผู้ปกครอง ซึ่งต่างแสดงความต้องการให้สถาบันสามารถเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็ว พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยมี นายวิรัตน์ บุญจันทร์ นายอำเภอสายบุรี เป็นประธานในพิธี ณ สถาบันศึกษาปอเนาะมะอ์หัด อัตตัรบียาตุลฮะดีซะห์ บ้านป่าทุ่ง หมู่ที่ 4 ตำบลบางเก่า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี




ภายในกิจกรรมประกอบด้วย การเคารพธงชาติร่วมกัน พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง และรับประทานอาหารร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้ร่วมสนับสนุนวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ “การอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม” พร้อมจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิงลงพื้นที่เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และร่วมแสดงความยินดีในการกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติ รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ปอเนาะในอุดมคติ” และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบอีกด้วย

รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานกิจกรรม Big Cleaning Day ณ ศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เสริมสร้างความสามัคคีรับเดือนรอมฎอนและเทศกาลตรุษจีน

รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานกิจกรรม Big Cleaning Day ณ ศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เสริมสร้างความสามัคคีรับเดือนรอมฎอนและเทศกาลตรุษจีน


วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.30 น. พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในกิจกรรมทำความสะอาด (Big Cleaning Day) ณ ศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ บ้านแบหอ ตำบลบาลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ ลาภาวัณย์ ผู้แทนคณะกรรมการศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ โดยมีหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 กำลังพล ส่วนราชการในพื้นที่อำเภอรามัน จิตอาสาพระราชทาน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และพี่น้องประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ เข้าร่วมทำกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง




ทั้งนี้ ตามดำริของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่ให้จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่เดือนรอมฎอนและเทศกาลตรุษจีน โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงสถานที่สำคัญของชุมชน อันสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของประชาชนในสังคมพหุวัฒนธรรม ผ่านกิจกรรมทำความสะอาด (Big Cleaning Day) เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี ความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคี และเครือข่ายภาคประชาชน




โอกาสนี้ พลตรี กรกฎ ภู่โชติ กล่าวเปิดกิจกรรมว่า การทำความดีแม้ไม่มีผู้ใดเห็น แต่ผู้กระทำย่อมรับรู้ได้ด้วยตนเอง พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำกิจกรรม โดยไม่แบ่งแยกศาสนาหรือความเชื่อ พร้อมอวยพรให้กิจกรรมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองทุกคนให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ โดยภายหลังพิธีเปิด รองแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเครื่องประกอบพิธีและกระเช้าให้แก่ศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ ก่อนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้า จากนั้นได้ร่วมกิจกรรมทำความสะอาดพื้นที่ภายในบริเวณศาลเจ้า และลงพื้นที่เยี่ยมเยียนกลุ่มเปราะบางในชุมชนบ้านแบหอ มอบสิ่งของอุปโภคบริโภค พร้อมพูดคุยให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง
สำหรับศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนบ้านแบหอ สืบทอดความศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานกว่า 400 ปี เป็นสถานที่ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ให้ความเคารพนับถือ และยังเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายมลายู อันสะท้อนความเข้มแข็งของสังคมพหุวัฒนธรรม และการธำรงไว้ซึ่งสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้อย่างยั่งยืน

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More