โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายพื้นที่ จ.ยะลา ยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 3 หมาย

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายพื้นที่ จ.ยะลา ยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 3 หมาย




✍️ พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีกลุ่มบุคคลผู้ต้องสงสัยเข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ

📌 หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา ได้สนธิกำลังร่วมกับ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา งานสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวและใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชนมีการเชิญผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นร่วมเจรจาเพื่อให้บุคคลภายในบ้านออกมาแสดงตน แต่เมื่อเวลา 03.50 น. ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้น


📝 ล่าสุดจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยืนยันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ  ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   (ป.วิอาญา) จำนวน 3 หมาย
• หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 285/2562 (ลงวันที่ 11 พ.ย. 2562) : ข้อหาให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย
• หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 177/2564 : ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ เพื่อนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่อง จอดหลังแฟลต สภ.รามัน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2564
• หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 326/2568 (ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2568) : ออกโดยศาลจังหวัดยะลา จากเหตุการณ์แขวนป้ายผ้าสร้างสถานการณ์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566 

📌 ผู้เสียชีวิตยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่วางระเบิดสถานีบริการน้ำมันตามเบาะแสของเจ้าหน้าที่ รวมถึง ยังร่วมก่อเหตุลอบยิงระยะไกล เจ้าหน้าที่ตำรวจ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 23 ธ.ค.68 และ ยิงใส่ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาเมื่อ 28 ธ.ค.68 อีกด้วย

📌 พันเอก ยุทธนาม กล่าวเพิ่มเติมว่า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นการเจรจาตามหลักสิทธิมนุษยชนจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี จึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง


📚 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนให้ทราบว่า ตลอดเวลาที่บังคับใช้กฎหมายไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งใดก็ตาม  เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ดำเนินการตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก มีการเจรจาให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เข้ามามอบตัว เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจกฎหมาย ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน ที่ต้องการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ,

📍 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 โทร. 061-1732999 สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน 

⭐️ ทั้งนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า ผู้ให้การสนับสนุนแก่ผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการนำพา ซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือการจัดหาเสบียงอาหาร ถือเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

หน่วยงานความมั่นคง ปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

หน่วยงานความมั่นคง ปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา คนร้ายได้ใช้ อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขอให้พี่น้องประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว หากพบสิ่งผิดปกติ ให้แจ้ง หน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านท่าน หรือสายด่วน 1341 หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป



ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา

ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา


เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีรายละเอียดดังนี้ จากการรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุกรณีวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดยะลา และได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องจากกรณีดังกล่าว ได้เข้ามาพักพิง ในเขต บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จากนั้น เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา ประมาณ 00.20 นาฬิกา หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา และกำลังร่วม 3 ฝ่าย ดำเนินการเข้าบังคับใช้กฎหมาย ต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งนี้ได้ดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้เชิญ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นเข้าพูดคุยเจรจาเพื่อให้บุคคลในบ้านได้แสดงตน ต่อมา เวลา 03.50 นาฬิกา ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อให้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือและขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ในการร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 1341 หรือแจ้งต่อหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุน ที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

องคมนตรี ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาโรงเรียนพระดาบสฯ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่

องคมนตรี ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาโรงเรียนพระดาบสฯ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่





วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาและคณะที่ปรึกษาโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงาน โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, หัวหน้าส่วนราชการ, กำลังพลทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา โรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายพิทยา เพชรรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร และผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษา ร่วมรายงานผลการดำเนินงาน




สำหรับการประชุมเป็นการติดตามความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบสฯ รวมถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยที่ประชุมได้เน้นประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การประเมินผลการปรับปรุงหลักสูตร, การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล, การส่งเสริมทักษะพื้นฐาน “อ่านออกเขียนได้” โดยเฉพาะภาษาไทย และการเตรียมความพร้อมด้านทักษะเทคนิคงานช่างเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน

โอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ได้เน้นย้ำการดูแลนักเรียนโดยให้ถือว่า “เสมือนลูกหลาน” เพื่อเชื่อมโยงด้านจิตใจและปลูกฝังทัศนคติที่ดี พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้สำคัญ อาทิ การป้องกันยาเสพติด, การดำเนินชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม และแนวทางพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ทักษะอาชีพ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด เพื่อให้โรงเรียนพระดาบสเป็นแหล่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างแท้จริงแก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมา เวลา 14.30 น. องคมนตรีและคณะได้เดินทางไปยัง สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุลอบวางเพลิงและระเบิดสถานีบริการน้ำมันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา



โดย นายมะรอมือลี สาแม็ง เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน สาขาท่าสาป เปิดเผยว่า “รู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเยี่ยมเยียนและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ทั้งนี้การลงพื้นที่ขององคมนตรีและหน่วยงานภาครัฐ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยประคับประคองผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างมาก”

ชาวบันนังสตารวมใจละหมาดฮายัต - เปิดสภาสันติสุขวาระพิเศษ ร่วมเสนอแนวทาง "หยุดความรุนแรง" หลังระเบิดสถานีบริการน้ำมันกระทบอาชีพและความเชื่อมั่น

ชาวบันนังสตารวมใจละหมาดฮายัต - เปิดสภาสันติสุขวาระพิเศษ ร่วมเสนอแนวทาง "หยุดความรุนแรง" หลังระเบิดสถานีบริการน้ำมันกระทบอาชีพและความเชื่อมั่น


เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 1 พร้อมด้วยส่วนราชการ, ผู้นำศาสนา และกลุ่มพลังมวลชนกว่า 150 คน รวมตัวจัดกิจกรรม “รณรงค์รวมพลังต่อต้านความรุนแรง” พร้อมประกอบพิธีทางศาสนาเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่

กิจกรรมเริ่มต้นด้วยพิธีละหมาดฮายัตและดุอาร์ขอพรบริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน เพื่อขอให้พื้นที่เกิดความสันติสุข โดยประชาชนและผู้นำศาสนาต่างพร้อมใจกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดสถานีบริการน้ำมัน เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของคนในชุมชนอย่างมาก




ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีละหมาดฮายัต ได้มีการเปิดเวที ประชุมสภาสันติสุขตำบลบันนังสตา (วาระพิเศษ) ณ ที่ว่าการอำเภอบันนังสตา โดยมี นายอีบราเฮง นิเซ็ง กำนันตำบลบันนังสตา เป็นประธานการประชุม เพื่อร่วมหารือและเสนอแนวทางออกร่วมกันระหว่างฝ่ายทหาร, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง, ส่วนราชการในพื้นที่, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เพื่อสะท้อนความรู้สึกและความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมกันวางมาตรการระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาสันติสุขตำบล (วาระพิเศษ) มีความเห็นร่วมกันว่า เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่มิติความมั่นคงเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะความหวาดระแวงในการออกไปประกอบอาชีพ และความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน ขณะที่ภาคธุรกิจในพื้นที่เริ่มซบเซาเนื่องจากประชาชนขาดความเชื่อมั่น ซึ่งทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออกและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการอย่างแท้จริงคือความสันติสุขและความปลอดภัย เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวได้โดยปราศจากความหวาดระแวงสืบไป








#แม่ทัพภาคที่4 #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เดินหน้าเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัย และเยียวยา ดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เดินหน้าเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัย และเยียวยา ดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน



วันนี้ (19 มกราคม 2569) เวลา 10.40 น. ที่ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนคณะผู้บังคับบัญชา ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมประชุม




 
โอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้นำหรือเสาหลักของครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกระแสห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ ในหลายกรณีผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เนื่องจากมีความพิการหรือบาดเจ็บรุนแรง อาทิ กรณีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่สามีซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องผ่าตัดสมอง และมีความเสี่ยงสูงที่จะพิการ ส่งผลให้ครอบครัวขาดเสาหลักในการหารายได้

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ระบุว่า จึงเห็นควรให้มีการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ เพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือในระยะยาว และนำข้อมูลดังกล่าวถวายรายงานแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป



ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นเร่งด่วนหลายประเด็นในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะประเด็น การจัดทำ “รั้วชายแดนแบบปกติ และแบบอิเล็กทรอนิกส์” ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอตากใบ ซึ่งมีลำน้ำกั้นไม่ได้กว้างมาก ทำให้ผู้กลุ่มผู้ก่อเหตุแรง ที่มีสามารถข้ามไป–มาได้สะดวก หากมีระบบรั้วป้องกันที่ทันสมัย จะช่วยให้การตรวจสอบ ควบคุม และบังคับใช้กฎหมายในการเข้า–ออกพื้นที่เป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น

ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เสนอแนวทางดังกล่าวให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว และหากสามารถเร่งรัดได้ จะเกิดประโยชน์ต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง ส่วนประเด็นการบริหารพื้นที่ตอนกลางและพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ ขณะนี้มีการวางแผนปรับโครงสร้างการปฏิบัติงานใหม่ โดยใช้กำลัง อส. เป็นชุดคุ้มครองตำบล และปรับให้ขึ้นตรงกับ ศปก.อำเภอ เพื่อเสริมภารกิจด้านการสร้างความเข้าใจ เนื่องจาก อส. เป็นคนในพื้นที่ รู้บริบทชุมชน 


สำหรับในเขตเมือง จะมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดในปั๊มน้ำมันเป็นเหตุที่ผู้ก่อเหตุเตรียมการล่วงหน้ากว่า 1 เดือน และเกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมวันเด็กที่มีพี่น้องประชาชนและเด็ก ๆ ในพื้นที่ ร่วมกว่า 100,000 คน ได้ร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ สะท้อนถึงการวางแผนที่ซับซ้อนและเจตนาสร้างสถานการณ์เชิงจิตวิทยา จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเชิงรุกและบูรณาการทุกหน่วยความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต


#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนชายแดนใต้เพื่อเป็นพลังใจสำคัญ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีอัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยและสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่และประชาชนชายแดนใต้เพื่อเป็นพลังใจสำคัญ


วันนี้ (19 มกราคม 2569) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางไปปฏิบัติภารกิจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ กำลังพลทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

การเชิญสิ่งของพระราชทาน ณ จังหวัดนราธิวาส ในช่วงเช้า พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรยี่งอ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน 75 ชุด มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568, 16 ตุลาคม 2568 และ 19 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสให้การต้อนรับ และแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ต่อมา เวลา 08.45 น. องคมนตรีได้เดินทางไปยังกองร้อยทหารพรานที่ 4506 ตำบลมะรือโบตก อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานอีกจำนวน 86 ชุด มอบแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน พร้อมร่วมพูดคุยให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17, 23 กันยายน 2568, 5, 7 ตุลาคม 2568 และ 10 มกราคม 2569

การเยี่ยมให้กำลังใจ ณ จังหวัดยะลา เวลา 09.50 น. องคมนตรีเดินทางถึงหน่วยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนภาคใต้ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดยะลาและผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้การต้อนรับ ในการนี้ องคมนตรีได้เชิญสิ่งของพระราชทานจำนวน 58 ชุด มอบแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมร่วมพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568, 28 ธันวาคม 2568 และ 10 มกราคม 2569



ในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ องคมนตรีได้อัญเชิญพระราชกระแสความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปกล่าวแก่เจ้าหน้าที่และประชาชน ซึ่งต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระเมตตาและทรงมีความห่วงใยในการปฏิบัติงาน ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและเจ้าหน้าที่ การได้รับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้เปรียบเสมือนพลังใจสำคัญให้แก่เจ้าหน้าที่ในการมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เพื่อความสันติสุขของจังหวัดชายแดนภาคใต้สืบไป

"เราต้องการสันติสุข" ชาวดุซงญอ อำเภอจะแนะ ร่วมกันละหมาดฮายัตและดุอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขและต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส

"เราต้องการสันติสุข" ชาวดุซงญอ อำเภอจะแนะ ร่วมกันละหมาดฮายัตและดุอาร์ เพื่อให้เกิดความสันติสุขและต่อต้านความรุนแรงในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส


เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. ณ หมู่ที่ 1 บ้านดุซงญอ ตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 ร่วมกับ ส่วนราชการอำเภอจะแนะ, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, มวลชนในพื้นที่ และประชาชนตำบลดุซงญอ ร่วมประกอบพิธีละหมาดฮายัตและดุอาร์ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮฺ ซ.บ.) เพื่อขอให้เกิดความสงบสุขและปราศจากความรุนแรงในพื้นที่ ตลอดจนร่วมเดินรณรงค์ปฏิเสธความรุนแรงด้วยสันติวิธี




โดยมี ผู้นำศาสนา, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำท้องที่, คณะครู, นักเรียน, เยาวชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมแสดงจุดยืนในการปฏิเสธความรุนแรง จากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาดุซงญอ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย โดยมี นายอภินันท์ ชาจิตตะ นายอำเภอจะแนะ เป็นประธานในพิธี




ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อแสดงพลังความสามัคคีของประชาชนในพื้นที่ตำบลดุซงญอ และอำเภอจะแนะ ในการร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องสันติสุข ปลูกฝังแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เคารพความหลากหลาย และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างภาครัฐ ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน โดยย้ำจุดยืนการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นและสร้างบรรยากาศแห่งความสงบสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาสสืบไป





#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ฉก.สันติสุข เดินหน้าป้องกันเยาวชน จัดกิจกรรม “ครูช่วยสอน” สร้างภูมิคุ้มกันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา

ฉก.สันติสุข เดินหน้าป้องกันเยาวชน จัดกิจกรรม “ครูช่วยสอน” สร้างภูมิคุ้มกันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าในสถานศึกษา


🔰 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข โดยชุดสันติสุขที่ 403 ร่วมกับ ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ 442 สมาชิกอาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลมาโมง และกองร้อยทหารราบที่ 1923 หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 3 จัดกิจกรรม “ครูช่วยสอน” ให้ความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อสร้างการรับรู้ที่ถูกต้องให้แก่เยาวชน ลดความเสี่ยงจากการทดลองและการใช้สารเสพติดในรูปแบบใหม่


🔰  กิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการขับเคลื่อน “ฮูกุมปากัต (ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี)” ในดีที่ 7 “หลุดพ้นอาชญากรรม” ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก และการประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งรูปแบบ On Ground และ On Print ภายในสถานศึกษา ณ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) นูรูลฮีดายะห์ หมู่ที่ 7 บ้านไอร์ปูลง ตำบลมาโมง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส

🔰 ทั้งนี้ หน่วยเฉพาะกิจสันติสุขให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาในกลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างยั่งยืน ผ่านการปลูกฝังความรู้ ควบคู่คุณธรรม และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างสังคมปลอดภัย เสริมสร้างอนาคตที่เข้มแข็งให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง





#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่

กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ 



วันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ณ บริเวณลานสนามบินค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2569 โดยมีผู้บังคับบัญชา, ข้าราชการทหาร หัวหน้าส่วนราชการจากหน่วยต่าง ๆ ร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน


โดยก่อนพิธี มีการแสดง จำนวน 4 ชุด ประกอบด้วย การแสดงของนักศึกษาวิชาทหาร จากวิทยาลัยนาฏศิลป์นครศรีธรรมราช, การแสดงชุดปฏิบัติการรบ จาก กรมทหารราบที่ 15, กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15, กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 และ การแสดงเครื่องบินรบของกองทัพอากาศ แบบ กริพเพน (Gripen) แสดงขีดความสามารถทางอากาศยานและการป้องกันประเทศ, โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมชมการแสดงเป็นจำนวนมาก


จากนั้น เวลา 16.00 น. เป็นพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยพลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ตรวจพลสวนสนาม พร้อมทั้งนำกล่าวปฏิญาณตนในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จากนั้นเป็นการสวนสนามของหน่วยทหาร นำโดย พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงศ์ ผู้บังคับการ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 เป็นผู้บังคับกองผสม จัดกองพันสวนสนาม จำนวน 4 กองพัน ประกอบด้วย 
กองพันสวนสนามที่ 1 จาก กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 15 
กองพันสวนสนามที่ 2 จาก กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 105 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 
กองพันสวนสนามที่ 3 จาก กองพันทหารสื่อสารที่ 24 กองทัพภาคที่ 4 
กองพันสวนสนามที่ 4 จาก มณฑลทหารบกที่ 41 


สำหรับวันกองทัพไทย ถือเป็นวันสำคัญของคนไทย เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณถึงวีรกรรมความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถีได้รับชัยชนะ ประกาศอิสรภาพ มีเอกราชในราชอาณาจักรจนเป็นผืนแผ่นดินไทยมาจวบจนทุกวันนี้ โดยถือเอาวันที่ 18 มกราคม ของทุกปีเป็นวันกองทัพไทย เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” หรือ “วันยุทธหัตถี” โดยกิจกรรมที่กระทำในวันกองทัพไทย คือ พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ซึ่งเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์สำหรับทหารทุกคน






#วันกองทัพไทย69
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่4

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More