จนท.บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม ย้ำปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนทุกขั้นตอน

จนท.บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่กระบวนการซักถาม ย้ำปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนทุกขั้นตอน


เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 45 ได้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านกูจิงลือปะ หมู่ที่ 4 ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเชิญตัว นายอัมรี (สงวนนามสกุล) เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย


ทั้งนี้ ในการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตาม มาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยได้นำตัวลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรระแงะ พร้อมทั้งตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลระแงะ ซึ่งเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ดำเนินการกับผู้ถูกควบคุมตัวทุกคน เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัว สร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ และให้ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ตามหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชน ก่อนส่งตัวเข้าสู่ศูนย์ซักถามหน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัว ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงและเข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยการดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสบุคคลหรือการกระทำอันอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายตรง กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ใกล้บ้าน ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และจะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
28 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พิธีเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2569 รวมพลังทุกภาคส่วน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสมพระเกียรติ

พิธีเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2569 รวมพลังทุกภาคส่วน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสมพระเกียรติ

วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์การค้าโคลีเซียม ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมด้วย นายอำนาจ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, นายสมหมาย บุญเกรี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, พันตำรวจเอก จารุวิทย์ วงศ์ชัยกิตติพร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และพลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลในสมุดลงนาม โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง



การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติ และเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าโคลีเซียม จังหวัดยะลา โดยภายในพิธีเปิด ประธานได้ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ประกอบพิธีถวายราชสักการะ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ กล่าวถวายพระพรชัยมงคล พร้อมนำถวายสัตย์ปฏิญาณ และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคลในสมุดลงนาม จากนั้นมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และบันทึกภาพร่วมกับผู้เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง



นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงถวายพระพรจากเยาวชน การมอบรางวัลการประกวดวาดภาพระบายสี และการประกวดคลิปวิดีโอสร้างสรรค์เฉลิมพระเกียรติ การมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การให้บริการตรวจสุขภาพประชาชน ตลอดจนการจัดแสดงผลงานจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช โครงการชลประทานยะลา และบูธจำหน่ายสินค้าชุมชน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่



ทั้งนี้ วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 นับเป็นวันมหามงคลยิ่งของปวงชนชาวไทย เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระองค์ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ พระองค์ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งทรงริเริ่มโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และสร้างความสามัคคีในสังคม



การจัดกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และร่วมกันเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวไทย และเป็นพลังสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคง ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีในสังคมอย่างยั่งยืน











.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
28 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ทุกภาคส่วนอำเภอระแงะ รวมพลังประกาศจุดยืน "ไม่เอาความรุนแรง" พร้อมเรียกร้องสันติสุขคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทุกภาคส่วนอำเภอระแงะ รวมพลังประกาศจุดยืน "ไม่เอาความรุนแรง" พร้อมเรียกร้องสันติสุขคืนสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการเสริมสร้างความเข้าใจ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส, ชุดสันติสุข 402, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา เด็กนักเรียน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมแสดงจุดยืนต่อต้านความรุนแรง ภายใต้การรณรงค์ "รวมพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ" ณ จุดตรวจบูเก๊ะซามี หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส



ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันถือป้ายข้อความ "อยากให้อำเภอระแงะ มีแต่ความสันติสุข เราไม่ต้องการความรุนแรง" , "เลือกสันติสุข ไม่เลือกความรุนแรง" , "หยุด ละ เลิก ก่อความรุนแรง" และ "STOP ยิง STOP ระเบิด STOP การสูญเสีย" เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ และร่วมกันส่งสารไปยังทุกฝ่ายว่า ประชาชนต้องการให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน



หนึ่งในประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอระแงะ ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างเป็นที่รู้จักและมีความผูกพันกับชาวบ้าน เปรียบเสมือนคนในครอบครัว คอยสอบถามทุกข์สุขและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดอุทกภัยที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและนำสิ่งของอุปโภคบริโภคมาบรรเทาความเดือดร้อน ทำให้ประชาชนเกิดความรัก ความไว้วางใจ และเห็นถึงความทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ บ้านของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ก็ล้วนเป็นคนในชุมชนที่รู้จักและมีความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติ จึงทำให้ทุกคนรู้สึกสะเทือนใจและเห็นตรงกันว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุยุติการใช้ความรุนแรง เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะเจ้าหน้าที่ แต่ยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และบั่นทอนความสงบสุขของชุมชน โดยทุกคนต่างปรารถนาให้พื้นที่กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขดังเดิม



การรวมพลังของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงความสามัคคีของชุมชน ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างกันในการปฏิเสธความรุนแรง และสนับสนุนการสร้างสันติสุขผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา เยาวชน และประชาชน เพื่อให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและสันติในระยะยาว






.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
28 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เหตุระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ หน้า สภ.ตันหยง เชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิดรถชาวมาเลเซีย บาดเจ็บ 2 ราย ในอำเภอตากใบ

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เหตุระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ หน้า สภ.ตันหยง เชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิดรถชาวมาเลเซีย บาดเจ็บ 2 ราย ในอำเภอตากใบ 

วันนี้ (28 กรกฎาคม 2569 ) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าผลการสืบสวนสอบสวนและการตรวจพิสูจน์หลักฐาน จากกรณีคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องประกอบในรถยนต์ ก่อเหตุบริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย

ผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ประกอบเป็นระเบิดแสวงเครื่องและซุกซ่อนไว้ภายในรถยนต์ พบว่า ชิ้นส่วนสำคัญมีลักษณะและรูปแบบตรงกับชิ้นส่วนระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณท่อลอดถนน ใกล้สามแยกสะปอม ฝั่งขาเข้าอำเภอตากใบ พื้นที่บ้านไพรวัน ตำบลไพรวัน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้ใช้เส้นทางซึ่งเป็นชาวมาเลเซียได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย


ผลการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวถือเป็นข้อมูลสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของรูปแบบการประกอบระเบิดและแนวทางการก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายผู้ก่อเหตุรุนแรงมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะเดินหน้าบูรณาการการข่าว การสืบสวนสอบสวน และการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ขยายผลไปยังผู้บงการและผู้ร่วมก่อเหตุ พร้อมดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเด็ดขาด ควบคู่กับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

#กอรมนภาค4สน #นิติวิทยาศาสตร์ 
#บังคับใช้กฎหมาย #ชายแดนใต้ #ร่วมสร้างสันติสุข
#ปาตานีไม่มีจริง #ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  #แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุน เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พบ 10 กระบอกเคยใช้ก่อเหตุรวม 37 คดี

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุน เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พบ 10 กระบอกเคยใช้ก่อเหตุรวม 37 คดี


วันนี้ 28 กรกฎาคม 2569 พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนจาก ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ซึ่งตรวจพบความเชื่อมโยงกับอาวุธปืนจำนวน 14 กระบอก โดยในจำนวนนี้ 10 กระบอก ตรวจพบประวัติเคยใช้ก่อเหตุในคดีความมั่นคงมาแล้ว 36 คดี และเมื่อนับรวมคดีล่าสุด ทำให้มีความเชื่อมโยงรวม 37 คดี ขณะที่อาวุธปืนอีก 4 กระบอก ยังไม่พบประวัติในสารบบ อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อตรวจสอบที่มาและความเชื่อมโยง


สำหรับคดีที่ตรวจพบความเชื่อมโยงทั้ง 37 คดีนั้น เกิดขึ้นในพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส 36 คดี ประกอบด้วย อำเภอจะแนะ 18 คดี อำเภอระแงะ 5 คดี อำเภอเจาะไอร้อง 5 คดี อำเภอสุคิริน 3 คดี อำเภอศรีสาคร 2 คดี อำเภอรือเสาะ 1 คดี อำเภอตากใบ 1 คดี และอำเภอเมืองนราธิวาส 1 คดี ส่วนอีก 1 คดี เกิดขึ้นในพื้นที่ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา


คดีสำคัญที่ตรวจพบความเชื่อมโยงของอาวุธปืน ได้แก่
1. คดีคนร้าย ใช้อาวุธปืนยิง นายมนชัย (สงวนนามสกุล) ปลัดอาวุโสอำเภอจะแนะ และ น.ส.ฮัยด๊ะ (สงวนนามสกุล) (เสียชีวิต) ภายในรถยนต์ บริเวณถนนหน้าบ้านพัก ในตำบลดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569
2. คดีคนร้ายลอบวางระเบิด และซุ่มโจมตีขบวนเจ้าหน้าที่ทหารระหว่างเดินทางกลับจากการตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายยิงฐานปฏิบัติการ หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 4906 ในตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหารชุด EOD  หน่วยเฉพาะกิจอโณทัย เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566


3. คดีคนร้าย วางระเบิด และลอบยิงชุดรักษาความปลอดภัยครูโรงเรียนนิคมพัฒนา 2 ขณะขี่จักรยานยนต์กลับจากปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ และเสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุด EOD เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุดังกล่าว และได้เหยียบกับระเบิดที่คนร้ายวางไว้เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุด EOD บาดเจ็บ ขาขาดทั้งสองข้างจำนวน 1 นาย บริเวณริมถนนสายสุคิริน-สากอ ในตำบลเกียร์ อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2567
4. คดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง อาสาสมัครทหารพรานต่วนอาลี (สงวนนามสกุล) ได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้าโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา ในตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เมื่อ 29 มิถุนายน 2568
5. คดีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดเคลื่อนที่เร็ว กรมทหารพรานที่ 49 เป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 นาย บริเวณถนนบ้านไอร์ลาฆอ ในตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569



สำหรับ ผลการตรวจพิสูจน์ครั้งนี้ถือเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสืบสวนสอบสวน เนื่องจากหลายเหตุการณ์พบการใช้อาวุธปืนมากกว่าหนึ่งกระบอกในการก่อเหตุ ส่งผลให้อาวุธปืนบางกระบอกสามารถเชื่อมโยงกับคดีได้หลายคดี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการขยายผลติดตามเครือข่ายผู้ก่อเหตุ ผู้สนับสนุน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม




ทั้งนี้ศาลจังหวัดนราธิวาสได้มีการออกหมายจับแล้ว จำนวน 2 หมาย ได้แก่
1. นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) หมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 439/2569 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ความผิดฐาน เป็นอั้งยี่,ซ่องโจร,ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆอันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้ายหรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการอันเป็นการช่วยปกปิดไว้,เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้าย
2. นายซาอาบูดิน (สงวนนามสกุล) หมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 440/2569 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้าย, ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทำการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้, ปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะมีและใช้อาวุธปืนยิงเป็นเหตุให้ผู้อื่น
ถึงแก่ความตาย
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการขยายผลสืบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าจะเดินหน้าใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ควบคู่กับการสืบสวนสอบสวนและการบูรณาการข้อมูลข่าวสารกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้บนพื้นฐานของหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรมอย่างต่อเนื่อง




......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
28 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More