“ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง” ฉก.สงขลา ลงพื้นที่พบปะประชาชน 4 อำเภอ เสริมสร้างความเข้าใจ สานสัมพันธ์ชุมชน

“ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง” ฉก.สงขลา ลงพื้นที่พบปะประชาชน 4 อำเภอ เสริมสร้างความเข้าใจ สานสัมพันธ์ชุมชน


เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 หน่วยเฉพาะกิจสงขลา โดยหน่วยขึ้นควบคุมทางยุทธการ ซึ่งประกอบด้วยกำลังทหาร ตำรวจ และชุดคุ้มครองตำบลในพื้นที่ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนลงพื้นที่พบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์กับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และพี่น้องประชาชน รวมถึงกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อสอบถามความเป็นอยู่ รับฟังปัญหา และสำรวจความต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐ พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในพื้นที่ และเสริมสร้างความมั่นคงในระดับชุมชน ตามนโยบายของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง สร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรง”



การลงพื้นที่ในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน อันจะส่งผลให้เกิดความไว้วางใจและนำไปสู่ความร่วมมือในการปฏิบัติงานในอนาคต พร้อมทั้งสร้างการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ป้องกันการบิดเบือนข้อมูลที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและเกิดความแตกแยกในสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนที่สงบสุข ปลอดภัย และปฏิเสธความรุนแรงอย่างยั่งยืน





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

#ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
#นโยบาย6ประการ
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ฉก.สงขลา ห่วงใยเยาวชนถูกทำร้ายในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เร่งประสานทุกภาคส่วนช่วยเหลือและเยียวยาอย่างใกล้ชิด

ฉก.สงขลา ห่วงใยเยาวชนถูกทำร้ายในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เร่งประสานทุกภาคส่วนช่วยเหลือและเยียวยาอย่างใกล้ชิด


ตามที่เกิดเหตุเยาวชนถูกทำร้ายร่างกายในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเยาวชนผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พันโท ภานุพงศ์ ชนะวรรณโณ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ได้เข้าพบ นางวาสนา พงษ์กาญจนารักษ์ ปลัดอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อสอบถามความคืบหน้าของเหตุการณ์และแนวทางการเยียวยา จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือและนำเยาวชนผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยเพื่อรับการรักษา โดยพบว่ามีอาการซี่โครงร้าว เจ็บบริเวณซี่โครงและหายใจติดขัด ซึ่งมีกำหนดเข้ารับการตรวจติดตามอาการอีกครั้ง



ขณะเดียวกัน นายมันต์อินทร์ ศิริรัตน์ นายอำเภอสะบ้าย้อย ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลและความต้องการของครอบครัว เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม ขณะที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อยและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสะบ้าย้อย ร่วมดูแลและให้คำแนะนำด้านสุขภาพจิตแก่เยาวชนและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลจะแหนและโรงเรียนบ้านคอลอมุดอ ร่วมพิจารณาการช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา พร้อมประสานนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจ เพื่อสร้างความมั่นใจและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน



สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะบ้าย้อยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จำนวน 7 ราย แบ่งเป็นเยาวชนอายุเกิน 12 ปี จำนวน 5 ราย และอายุต่ำกว่า 12 ปี จำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมกระบวนการสอบสวน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนทุกฝ่าย นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน มูลนิธิ และกลุ่มจิตอาสา เข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้ประสานการดูแลเงินบริจาคและสิ่งของช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรงตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพหรือคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเยาวชนและครอบครัว



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ พร้อมสนับสนุนการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดูแลช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชน ตลอดจนร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

ชมพ.เมืองนราธิวาส ร่วมพัฒนาสถานศึกษาในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ปรับภูมิทัศน์ สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมอาหารกลางวันนักเรียน

ชมพ.เมืองนราธิวาส ร่วมพัฒนาสถานศึกษาในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ ปรับภูมิทัศน์ สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมอาหารกลางวันนักเรียน


เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 08.30 น. ชุดปฏิบัติการเพื่อความมั่นคงและพัฒนา (ชมพ.) อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส บูรณาการความร่วมมือกับศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเมืองนราธิวาส ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันประจำอำเภอ และกำลังพลจิตอาสา กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 151 ร่วมกับนางสาวธิดารัตน์ ลักขษร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวเขา คณะครู และนักเรียน จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนบ้านหัวเขา ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นโรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ



ภายในกิจกรรม ทุกภาคส่วนได้ร่วมแรงร่วมใจกันตัดหญ้า ถอนวัชพืช ปรับหน้าดิน ตัดเถาวัลย์ และแต่งกิ่งไม้แห้ง เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้สะอาด ร่มรื่น และเหมาะสมต่อการเรียนรู้ พร้อมเตรียมขยายพื้นที่แปลงเกษตรและโรงเรือนปศุสัตว์ เพื่อเป็นแหล่งผลิตอาหารเสริมสำหรับโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน ช่วยส่งเสริมโภชนาการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา



กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยทหาร ชุดปฏิบัติการเพื่อความมั่นคงและพัฒนา (ชมพ.) ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอเมืองนราธิวาส สถานศึกษา และชุมชน ในการร่วมกันพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้เอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกในการทำความดีและการมีส่วนร่วมเพื่อส่วนรวมให้แก่เยาวชน ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและน่าอยู่ต่อไป



......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

#อำเภอเข้มแข็ง
#นโยบาย6ประการ
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไม่ทิ้งพื้นที่ ไม่ทิ้งกำลังพล! ผบ.ฉก.ปัตตานี ลงพื้นที่ปิตูมุดี ให้กำลังใจกำลังพลและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ไม่ทิ้งพื้นที่ ไม่ทิ้งกำลังพล! ผบ.ฉก.ปัตตานี ลงพื้นที่ปิตูมุดี ให้กำลังใจกำลังพลและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


พลตรี ยุทธนาม เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน เพื่อรับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และแนวโน้มสถานการณ์ในพื้นที่ นอกจากนี้ยังได้พบปะกำลังพลชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชคต.) ปิตูมุดี เพื่อรับฟังปัญหา ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะโดยตรง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยเกิดเหตุการณ์ก่อกวน จึงต้องให้ความสำคัญและเฝ้าระวังเป็นพิเศษ



ในการนี้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ พร้อมมอบสิ่งของเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกนายตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีความพร้อมในการปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและบูรณาการความร่วมมือกับภาคประชาชนเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่



การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการแปลงนโยบายของ ผอ.รมน.ภาค 4 ในเรื่องของการ "ไม่ทิ้งพื้นที่ ไม่ทิ้งกำลังพล" โดยหน่วยเฉพาะกิจปัตตานียืนยันพร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติภารกิจ  ในการรักษาความมั่นคงควบคู่ไปกับการดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน  และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนใต้ต่อไป



......................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569

#ไม่ทิ้งพื้นที่ไม่ทิ้งกำลังพล
#ผบฉกปัตตานี 
#หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี
#ปิตูมุดี 
#ไม่ประมาททุกสถานการณ์
#เสริมสร้างขวัญกำลังพล 
#ดูแลความปลอดภัยประชาชน
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า








มทภ.4 ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ย้ำกำลังพลยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

มทภ.4 ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ย้ำกำลังพลยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง


วันนี้ (2 พฤศจิกายน 2569) เวลา 15.30 น. ณ ห้องเซาท์เทอร์นแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซาท์เทอร์น แอร์พอร์ท อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรม “การบูรณาการสร้างความเข้าใจสานสัมพันธ์ภาครัฐร่วมเอกชนและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” ประจำปี 2570 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์และการบูรณาการแบบมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” ซึ่งจัดขึ้นโดยฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก โรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก ทั้งนี้ มีกำลังพลเข้ารับการอบรมจำนวน 115 นาย



สำหรับการอบรมฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 19 พฤศจิกายน 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ ทักษะ และขีดความสามารถในการปฏิบัติงานด้านกิจการพลเรือน รวมถึงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และทำความเข้าใจกับประชาชน ตลอดจนขับเคลื่อนเครือข่ายการมีส่วนร่วมให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานตามนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเนื้อหา อาทิ ยุทธศาสตร์และการบูรณาการแบบมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แนวทางการเสริมสร้างและขับเคลื่อนมวลชน แนวทางการส่งเสริมเครือข่ายทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมสันติสุขในพื้นที่ แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดของเยาวชน ความรู้ด้านการจัดเวทีประชาคมตามแนวทางทุนปรัชญาเพื่อความมั่นคง ตลอดจนการเขียน Content และการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ยุทธศาสตร์และการบูรณาการแบบมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้” โดยมีเนื้อหาบรรยายถึงเป้าหมายและกรอบแนวทางการทำงาน ภายใต้แผนเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปี 2570 ที่ยึดมั่นยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และการใช้หลักคิด ปปส. 3 หลัก 2 เสริม ในการทำงาน โดยคำว่า เข้าใจ คือการเข้าใจประชาชน พื้นที่ ศาสนา วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสภาพปัญหาที่แท้จริง เข้าถึง คือต้องเข้าถึงทุกกลุ่มประชาชนด้วยความจริงใจ เป็นธรรม เคารพในศักดิ์ศรี และ พัฒนา คือต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาต้องถือว่า “ประชาชนคือศูนย์กลาง และสันติสุขคือเป้าหมาย” และต้องเอาชนะใจประชาชน ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง โดยการ “สร้างความปลอดภัยควบคู่ไปกับการสร้างความไว้วางใจ” ภายใต้หลักคิดสำคัญคือ การเมืองนำการทหาร การพัฒนาและความยุติธรรม ตลอดจนใช้มาตรการด้านความมั่นคงเท่าที่จำเป็น ภายใต้กฎหมาย หลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรม



นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนด้านการเสริมสร้างความเข้าใจและงานการเมืองเชิงรุก ที่ต้องขับเคลื่อนงานหลัก ทั้งด้านการพัฒนา การช่วยเหลือประชาชน การขับเคลื่อนกลุ่มพลังมวลชน และการเสริมสร้างความเข้าใจไปพร้อมกัน รวมถึงต้องขับเคลื่อนการสร้างกระแสสังคม การสร้างการรับรู้และการจดจำ ตลอดจนการเคลื่อนไหวที่เป็นรูปธรรม โดยยึดประเด็นหลักในการสื่อสารกับประชาชนให้สามารถปฏิเสธความรุนแรง ไม่ยอมรับการแทรกแซงจากภายนอก ยึดหลักสังคมพหุวัฒนธรรม และนำสังคมไปสู่การให้อภัย



ในช่วงท้าย แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวให้โอวาท โดยขอให้ผู้เข้ารับการอบรมทุกคนตั้งใจรับการอบรมทั้งภาควิชาการและการฝึกปฏิบัติ พร้อมนำความรู้ที่ได้รับไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งต่อตนเอง ต่อกองทัพ รวมถึงต่อประเทศชาติต่อไป

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
2 พฤศจิกายน 2569

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More