ทหารพราน 44 เร่งช่วยรถรับส่งนักเรียนติดหล่ม ส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

ทหารพราน 44 เร่งช่วยรถรับส่งนักเรียนติดหล่ม ส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย 


วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 โดย ร้อยเอกบุญเลิศ ยงค์สุทธิ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4407 พร้อมกำลังพล เร่งเข้าช่วยเหลือรถรับส่งนักเรียนที่ประสบเหตุติดหล่มบริเวณหน้าฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4407 หมู่ที่ 2 บ้านป่าม่วง ตำบลมะนังดาลำ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้รถไม่สามารถขับเคลื่อนต่อได้



เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการลากจูงรถออกจากจุดเกิดเหตุ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยตลอดการปฏิบัติ จนสามารถนำรถออกจากพื้นที่ได้สำเร็จ โดยนักเรียนและผู้ขับขี่เดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย


หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ในพื้นที่ยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น พร้อมอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกสถานการณ์ เพราะทุกความปลอดภัยของประชาชน คือภารกิจสำคัญที่เจ้าหน้าที่ให้ความใส่ใจเสมอ





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ทหารพราน 49 ร่วมถวายเทียนพรรษา ณ สำนักสงฆ์บ้านไอร์บือแต จ.นราธิวาส สืบสานประเพณี สร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชน

ทหารพราน 49 ร่วมถวายเทียนพรรษา ณ สำนักสงฆ์บ้านไอร์บือแต จ.นราธิวาส สืบสานประเพณี สร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชน


เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.30 น. หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 โดยชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองร้อยทหารพรานที่ 4910 ร่วมกับปลัดอาวุโสอำเภอจะแนะ และพี่น้องประชาชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน และเครื่องไทยธรรม เนื่องในวันเข้าพรรษา ประจำปี 2569 ณ สำนักสงฆ์บ้านไอร์บือแต หมู่ที่ 4 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ภายในงาน ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุ ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและความอบอุ่นของชุมชน โดยกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของพระพุทธศาสนา ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และเสริมสร้างจิตสำนึกในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป



นอกจากการประกอบศาสนกิจแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ ในการร่วมกันอนุรักษ์ประเพณีท้องถิ่น และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าหน้าที่กับชุมชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความไว้วางใจ ความเข้าใจ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมเช่นนี้ ไม่เพียงเป็นการสืบทอดคุณค่าทางจิตใจและอัตลักษณ์ของชุมชน แต่ยังช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสามัคคี เปิดพื้นที่แห่งการมีส่วนร่วม และเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและสันติสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้











.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Rejimen Renjer ke-49 Menyertai Upacara Persembahan Lilin Prapaskah Buddha di Biara Ban Air Buetae, Wilayah Narathiwat, Menegakkan Tradisi dan Memupuk Hubungan Baik dalam Komuniti Pada 30 Julai 2026, jam 8:30 pagi, Pasukan Petugas Rejimen Renjer ke-49, khususnya Unit Hal Ehwal Awam Kompeni Renjer ke-4910, bersama-sama Pegawai Daerah Kanan Daerah Chanae dan warga Buddha tempatan, mengadakan upacara persembahan lilin Prapaskah Buddha. Mereka mempersembahkan lilin, kain mandi hujan, dan persembahan lain di Biara Ban Air Buetae, Kampung No. 4, Mukim Chang Phueak, Daerah Chanae, Wilayah Narathiwat. Para peserta turut serta dalam pemberian sedekah dan menawarkan makan tengah hari kepada para sami, di tengah-tengah suasana kepercayaan dan kehangatan komuniti. Aktiviti ini bertujuan untuk memelihara tradisi agama Buddha yang indah, memupuk moral dan etika, serta memupuk rasa tanggungjawab untuk mengekalkan agama Buddha untuk generasi akan datang. Selain upacara keagamaan, aktiviti ini mencerminkan kerjasama antara agensi kerajaan dan masyarakat setempat. Bersama-sama memelihara tradisi tempatan dan memupuk hubungan baik antara pegawai dan masyarakat merupakan satu lagi mekanisme penting untuk membina kepercayaan, persefahaman, dan kewujudan bersama yang aman di wilayah sempadan selatan. Penyertaan semua sektor dalam aktiviti keagamaan dan budaya seperti ini bukan sahaja mengekalkan nilai-nilai rohani dan identiti masyarakat tetapi juga mewujudkan suasana perpaduan, membuka ruang untuk penyertaan, dan membentuk asas penting untuk membina masyarakat yang aman dan kukuh di wilayah sempadan selatan. ................................................................. Pusat Perhubungan Awam, Markas Hadapan Wilayah 4 Komando Operasi Keselamatan Dalam Negeri 30 Julai 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan




เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


49th Ranger Regiment Participates in Buddhist Lent Candle Offering Ceremony at Ban Air Buetae Monastery, Narathiwat Province, Upholding Tradition and Fostering Good Relations in the Community On July 30, 2026, at 8:30 AM, the 49th Ranger Regiment Task Force, specifically the Civil Affairs Unit of the 4910th Ranger Company, together with the Senior District Officer of Chanae District and local Buddhist citizens, held a Buddhist Lent candle offering ceremony. They offered candles, rain-bathing cloths, and other offerings at Ban Air Buetae Monastery, Village No. 4, Chang Phueak Subdistrict, Chanae District, Narathiwat Province. Participants joined in alms giving and offered lunch to the monks, amidst an atmosphere of faith and community warmth. The activity aimed to preserve the beautiful traditions of Buddhism, cultivate morality and ethics, and foster a sense of responsibility for maintaining Buddhism for future generations. In addition to religious rites, this activity reflected the cooperation between government agencies and the local community. Jointly preserving local traditions and fostering good relationships between officials and the community is another crucial mechanism for building trust, understanding, and peaceful coexistence in the southern border provinces. The participation of all sectors in religious and cultural activities like this not only perpetuates the spiritual values ​​and identity of the community but also creates an atmosphere of unity, opens up spaces for participation, and forms a vital foundation for building a strong and sustainable peaceful society in the southern border provinces. ............................................................. Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters July 30, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command


อย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน! ยันทหาร-ตำรวจยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่มีการควบคุมตัวตำรวจตามที่มีการเผยแพร่

อย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน! ยันทหาร-ตำรวจยังคงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ไม่มีการควบคุมตัวตำรวจตามที่มีการเผยแพร่


จากกรณีที่มีการเผยแพร่และส่งต่อข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยอ้างว่ามีการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสู่กระบวนการสอบสวนนั้น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และปัจจุบันไม่มีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวแต่อย่างใด
การเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จโดยปราศจากข้อเท็จจริง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม สร้างความสับสน และบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งยังอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ผู้ที่เผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จอาจต้องรับผิดตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคล หน่วยงาน หรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม
ภายหลังเกิดเหตุการณ์ หน่วยงานฝ่ายทหารและฝ่ายตำรวจได้ประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และบูรณาการการปฏิบัติร่วมกันอย่างใกล้ชิดตามขั้นตอนปกติ เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง สนับสนุนการสืบสวนสอบสวน และเร่งคลี่คลายคดีตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอดเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ
เจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานต่างแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยความเป็นมืออาชีพ บนพื้นฐานของความไว้วางใจ การให้เกียรติซึ่งกันและกัน และการบูรณาการความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน รวมทั้งสร้างความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานของรัฐหรือแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือก่อนเชื่อหรือส่งต่อข้อมูล เพื่อป้องกันการสร้างความเข้าใจผิด ลดผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และไม่ตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดีที่มุ่งสร้างความแตกแยกในสังคม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันด้วยความสามัคคี โปร่งใส ยึดหลักกฎหมาย หลักนิติธรรม และประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และสันติสุขที่ยั่งยืนให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
………………………………………………
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 กรกฎาคม 2569

ผบ.ฉก.พัน.ร.ที่ 2 เยี่ยมเยียนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ใน จ.ปัตตานี ติดตามอาการ พร้อมชี้แจงสิทธิ ดูแลครอบครัวอย่างใกล้ชิด

ผบ.ฉก.พัน.ร.ที่ 2 เยี่ยมเยียนกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ใน จ.ปัตตานี ติดตามอาการ พร้อมชี้แจงสิทธิ ดูแลครอบครัวอย่างใกล้ชิด


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 พันโท สุกฤษฐ์ กาญจนคลอด ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 พร้อมด้วยหัวหน้าฝ่ายธุรการกำลังพล ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อแสดงความห่วงใย ติดตามอาการ และสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างใกล้ชิด



ในเวลา 14.30 น. คณะได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 35/2 หมู่ที่ 5 บ้านจาเราะบองอ ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยม พลทหาร วีรชัย บากอซง สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 โดยได้สอบถามอาการ ให้กำลังใจ และชี้แจงขั้นตอนการใช้สิทธิด้านการรักษาพยาบาล สวัสดิการ และการช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อให้กำลังพลและครอบครัวได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถเข้าถึงสิทธิได้อย่างครบถ้วน



จากนั้น เวลา 16.00 น. คณะได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 3 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เพื่อเยี่ยม พลทหาร เจะอิสมาแอ สะดี สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกัน โดยได้ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมพูดคุยให้กำลังใจและอธิบายสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่กำลังพลและครอบครัวสามารถได้รับตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบราชการ



การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 ในการดูแลกำลังพลอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ การรักษาพยาบาล และการสร้างขวัญกำลังใจ โดยไม่ทอดทิ้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่าทุกการเสียสละของกำลังพลจะได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่และครอบครัวเกิดความมั่นใจว่าหน่วยงานจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง


นอกจากการติดตามอาการของผู้บาดเจ็บแล้ว การพบปะพูดคุยกับครอบครัวยังช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและสวัสดิการ ลดความกังวลของผู้ได้รับผลกระทบ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นว่ากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชน จะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องทั้งในระหว่างการรักษาและการฟื้นฟูร่างกาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Komander Pasukan Petugas Batalion Infantri ke-2 telah melawat anggota yang cedera semasa bertugas di Wilayah Pattani, memantau keadaan mereka, menjelaskan hak mereka, dan memastikan sokongan padu untuk keluarga mereka. Pada 29 Julai 2026, Leftenan Kolonel Sukrit Kanjanakhod, Komander Pasukan Petugas Batalion Infantri ke-2, bersama ketua pentadbiran anggota, telah melawat dan memberikan galakan kepada anggota yang cedera semasa menjalankan tugas mereka di Wilayah Pattani. Untuk menunjukkan keprihatinan, memantau keadaan, dan memberi galakan kepada anggota dan keluarga mereka dengan teliti, pada jam 2:30 petang, delegasi tersebut pergi ke rumah nombor 35/2, Kampung No. 5, Ban Jarabong, Mukim Khao Tum, Daerah Yarang, Wilayah Pattani, untuk melawat Prebet Veerachai Bagosong, dari Kompeni Infantri Pertama, Pasukan Petugas Batalion Infantri ke-2. Mereka bertanya tentang keadaannya, menawarkan galakan, dan menjelaskan prosedur untuk mendapatkan rawatan perubatan, kebajikan, dan hak bantuan lain, memastikan anggota dan keluarga mereka menerima maklumat yang tepat dan dapat mengakses sepenuhnya hak mereka. Kemudian, pada jam 4:00 petang, delegasi tersebut pergi ke rumah nombor 24, Kampung No. 3, Mukim Khok Pho, Daerah Khok Pho, Wilayah Pattani, untuk melawat Prebet Che Ismaae Sadee, juga dari Kompeni Infantri Pertama, Pasukan Petugas Batalion Infantri Kedua, yang cedera semasa bertugas. Mereka memantau keadaannya dengan teliti, menawarkan galakan, dan menjelaskan pelbagai faedah yang layak diterima oleh kakitangan dan keluarga mereka mengikut undang-undang dan peraturan kerajaan. Lawatan lapangan ini mencerminkan komitmen Pasukan Petugas Batalion Infantri Kedua untuk terus menjaga kakitangannya, termasuk kebajikan, penjagaan perubatan, dan sokongan moral, tanpa mengabaikan mereka yang cedera semasa menjalankan tugas. Ia menegaskan bahawa setiap pengorbanan yang dibuat oleh kakitangannya akan dijaga dengan sewajarnya, memastikan bahawa mereka yang bertugas dan keluarga mereka yakin bahawa unit itu akan berdiri di sisi mereka dan memberikan sokongan penuh. Selain memantau keadaan mangsa yang cedera, bertemu dan berbual dengan keluarga mereka membantu membina pemahaman tentang hak dan kebajikan mereka, mengurangkan kebimbangan dalam kalangan mereka yang terjejas, dan memperkukuh keyakinan bahawa anggota yang berkhidmat untuk keselamatan orang ramai akan menerima penjagaan berterusan semasa rawatan dan pemulihan. Ini merupakan satu lagi faktor penting dalam meningkatkan semangat dalam kalangan anggota yang berkhidmat di wilayah sempadan selatan. ................................................................. Pusat Perhubungan Awam, Perintah Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 Hadapan 30 Julai 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan




เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


The Commander of the 2nd Infantry Battalion Task Force visited injured personnel who were wounded while on duty in Pattani Province, monitoring their condition, explaining their rights, and ensuring close support for their families. On July 29, 2026, Lieutenant Colonel Sukrit Kanjanakhod, Commander of the 2nd Infantry Battalion Task Force, along with the head of personnel administration, visited and offered encouragement to personnel injured while performing their duties in Pattani Province. To show concern, monitor the condition, and provide encouragement to the personnel and their families closely, at 2:30 PM, the delegation traveled to house number 35/2, Village No. 5, Ban Jarabong, Khao Tum Subdistrict, Yarang District, Pattani Province, to visit Private Veerachai Bagosong, of the 1st Infantry Company, 2nd Infantry Battalion Task Force. They inquired about his condition, offered encouragement, and explained the procedures for accessing medical treatment, welfare, and other assistance rights, ensuring the personnel and their families received accurate information and could fully access their rights. Then, at 4:00 PM, the delegation traveled to house number 24, Village No. 3, Khok Pho Subdistrict, Khok Pho District, Pattani Province, to visit Private Che Ismaae Sadee, also of the 1st Infantry Company, 2nd Infantry Battalion Task Force, who was injured while on duty. They closely monitored his condition, offered encouragement, and explained the various benefits that the personnel and their families are entitled to according to the law and government regulations. This field visit reflects the commitment of the 2nd Infantry Battalion Task Force to continuously care for its personnel, including welfare, medical care, and morale support, without abandoning those injured in the line of duty. It affirms that every sacrifice made by its personnel will be appropriately cared for, ensuring that those on duty and their families have confidence that the unit will stand by them and provide full support. In addition to monitoring the condition of the injured, meeting and talking with their families helps to build understanding about their rights and welfare, reduces anxiety among those affected, and reinforces confidence that personnel serving the safety of the public will receive continuous care during treatment and rehabilitation. This is another important factor in boosting morale among personnel serving in the southern border provinces. ............................................................. Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward July 30, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command


ทุกภาคส่วนในปัตตานีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 50 วันปัญญาสมวาร ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ทุกภาคส่วนในปัตตานีร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 50 วันปัญญาสมวาร ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา


วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. พลตรี ณรงค์ ตันติสิทธิพร ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี /ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (ศปพร.) เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบรอบ 50 วันปัญญาสมวาร เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ วัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี



พิธีจัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พร้อมแสดงออกถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงและสมพระเกียรติ



บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผู้เข้าร่วมพิธีร่วมประกอบศาสนกิจตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจอันทรงคุณูปการที่ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและประเทศชาติ สะท้อนถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและความจงรักภักดีของกำลังพลกองทัพบก ตลอดจนความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของประเทศ






......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้  
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ฉก.ทพ.45 นำกำลังพลมุสลิมร่วมละหมาดฮายัต ขอพรเพื่อความสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ฉก.ทพ.45 นำกำลังพลมุสลิมร่วมละหมาดฮายัต ขอพรเพื่อความสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 07.00 น. พันเอก วิทยา สาริยา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 นำกำลังพลที่นับถือศาสนาอิสลามเข้าร่วมพบปะผู้นำศาสนา และประกอบพิธีละหมาดฮายัต ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขอพรจากอัลลอฮ์ (ซบ.) ให้ประทานความเป็นสิริมงคล เสริมสร้างขวัญกำลังใจ ความสามัคคี และความเข้มแข็งแก่กำลังพล พร้อมทั้งอำนวยพรให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปด้วยความสำเร็จ เกิดประโยชน์ต่อกำลังพล ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่



นอกจากนี้ ยังได้ร่วมขอพรให้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสันติสุข ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรม โดยบรรยากาศตลอดกิจกรรมเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความศรัทธา และความปรารถนาดีที่ทุกคนมีต่อกัน สานพลังถึงความร่วมมือในการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
30 กรกฎาคม 2569

#ละหมาดฮายัด
#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

จนท.บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย

จนท.บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย


เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส โดยเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวบุคคล จำนวน 4 ราย ในพื้นที่ตำบลเฉลิม จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) และในพื้นที่ ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส คือ นายอนัส (สงวนนามสกุล) เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ขยายผลการสืบสวน และตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ 6 ราย บริเวณบ้านบูเก๊ะซามี (บ้านย่อยบ้านตลาดตันหยงมัส) หมู่ที่ 7 ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส



ภายหลังการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยนำตัวลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรระแงะ และดำเนินการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลระแงะ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ก่อนนำตัว นายมะรอวี (สงวนนามสกุล) นายการีมิง (สงวนนามสกุล) และนายนุรดิน (สงวนนามสกุล) ส่งเข้ารับการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 41 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ในส่วนของนายอนัส (สงวนนามสกุล) ได้นำตัวส่งเข้ารับการซักถาม ณ หน่วยซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกฎหมายต่อไป



ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการขยายผลจากพยานหลักฐานและข้อมูลการสืบสวน เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคง โดยผู้ถูกควบคุมตัวยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายทุกประการ และการเข้าสู่กระบวนการซักถามมิได้หมายความว่าเป็นผู้กระทำความผิด หากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป



นอกจากนี้ ระหว่างการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพในทุกขั้นตอน พร้อมประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ครอบครัวของผู้ถูกควบคุมตัว และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ภายใต้การตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา หากพบเบาะแสบุคคลหรือการกระทำอันอาจเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. โทร. 1341 หรือแจ้งหน่วยทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในพื้นที่ใกล้บ้าน ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และจะเป็นส่วนสำคัญในการร่วมสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้



.............................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
29 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More