รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในวันสถาปนาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ครบรอบปีที่ 42

รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในวันสถาปนาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ครบรอบปีที่ 42


วันนี้ (21 มกราคม 2569) เวลา 10.30 น. ณ กองบังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีวันสถาปนาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ครบรอบปีที่ 42 เพื่อรำลึกถึงภารกิจ หน้าที่ และความเสียสละของกำลังพลที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นในการดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยมี พันเอก สุรศักดิ์ พึ่งแย้ม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45, คณะผู้บังคับบัญชาหน่วยขึ้นตรง และหน่วยงานในพื้นที่ใกล้เคียง ตลอดจนกำลังพลเข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง




หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2527 เพื่อรองรับภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีบทบาทสำคัญในการรักษาความปลอดภัย ป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่รับผิดชอบ ภายใต้หลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ควบคู่ไปกับการปฏิบัติภารกิจทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดระยะเวลากว่า 42 ปี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้ปฏิบัติภารกิจทั้งด้านการรักษาความมั่นคง การสนับสนุนงานด้านการข่าว การป้องกันเหตุรุนแรง และการช่วยเหลือประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงาน เพื่อสร้างความไว้วางใจและความร่วมมือกับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วนในพื้นที่




นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภารกิจด้านการพัฒนา การเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละ และการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งของกำลังพลทุกนาย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 จึงเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคงควบคู่กับการสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ร่วมกับ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

เจ้าหน้าที่จาก กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ร่วมกับ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ จึงเข้าตรวจสอบโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 3 หมาย รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันและคดีอื่นๆอีกหลายคดีในพื้นที่



ล่าสุด (วันนี้ 21 มกราคม 2569) นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดช่างที่มีความเชี่ยวชาญจาก กองพันทหารช่างที่ 15 เข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหาย ประมาณการค่าใช้จ่าย และเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเร่งวางแผนปฏิบัติงานรวมถึงการจัดส่งวัสดุก่อสร้าง เข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยของประชาชนโดยเร็วที่สุด



ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่มุ่งเน้นการดูแลช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน และภาครัฐพร้อมจะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนอย่างไม่ทอดทิ้งกัน ไม่ว่าพื้นที่ใดก็ตาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนก้าวผ่านทุกอุปสรรคและความยากลำบากไปได้

 



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้รถเทรลเลอร์ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ยืนยันไม่ใช่เหตุระเบิด อยู่ระหว่างพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้รถเทรลเลอร์ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ยืนยันไม่ใช่เหตุระเบิด อยู่ระหว่างพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง

พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกรณีเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายระเบิดและเกิดเพลิงไหม้หัวรถเทรลเลอร์ ภายในโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโก-ลก พื้นที่บ้านกวาลอซีรา หมู่ที่ 7 ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 21 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้โกดังและรถบรรทุกได้รับความเสียหาย และก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน

ภายหลังเกิดเหตุ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้บูรณาการร่วมกับตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ EOD ได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางและนิรภัยพื้นที่แล้ว ไม่พบชิ้นส่วนหรือเศษซากของวัตถุระเบิดแต่อย่างใด



จากการตรวจสอบในเบื้องต้นของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุลอบวางระเบิด และไม่พบวัตถุต้องสงสัยหรือพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุด้านความมั่นคง

ในส่วนของการหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยการประเมินขั้นต้นคาดว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภายในรถบรรทุกหรือถังน้ำมันที่เกิดความร้อนสะสม จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และการระเบิดขึ้น เนื่องจากภายในถังยังคงมีน้ำมันเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ ทั้งนี้สาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์โดยละเอียด


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ซึ่งได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวทางราชการ หากมีความคืบหน้าประการใด จะรายงานให้ทราบต่อไป



#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


“เยาวชนรุ่นใหม่ หัวใจเพื่อชาติ” กรมทหารพรานที่ 44 สร้างชาติไทยด้วยมือเรา ปลูกจิตสำนึกรักชาติในสถานศึกษา

 “เยาวชนรุ่นใหม่ หัวใจเพื่อชาติ” กรมทหารพรานที่ 44 สร้างชาติไทยด้วยมือเรา ปลูกจิตสำนึกรักชาติในสถานศึกษา


✍️ กรมทหารพรานที่ 44 โดยกำลังพลจิตอาสา 904 ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) จัดกิจกรรม “เยาวชนรุ่นใหม่ หัวใจเพื่อชาติ” ณ โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งคล้า หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งคล้า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับสถานศึกษา และปลูกฝังคุณค่าความเป็นพลเมืองที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่




❤️👏 กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันหลักของชาติ ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมส่งเสริมแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เคารพความแตกต่าง และร่วมกันสร้างสังคมแห่งความสามัคคี อันเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืนสืบไป






#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

พิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การปรับบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

พลโท จัตุรงค์ จันทรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การปรับบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้


การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ถึง 22 มกราคม 2569 โดยมี พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภายใต้โครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และส่วนกลางเข้าร่วมประชุมรวมทั้งสิ้น 74 นาย



วัตถุประสงค์หลักของการประชุม เพื่อร่วมกันประเมินและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคง ทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานที่ผ่านมา เพื่อนำมาปรับปรุงยุทธศาสตร์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นเวทีให้ส่วนกลางและหน่วยงานในพื้นที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ่ายทอดองค์ความรู้และบทเรียนจากการบริหารจัดการปัญหาความมั่นคง เพื่อนำไปสู่การจัดทำร่างการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร การแบ่งส่วนงาน และอัตรากำลัง ให้สามารถตอบสนองต่อภัยคุกคาม และรองรับการส่งมอบภารกิจสู่กลไกราชการปกติในปีงบประมาณ 2570 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ




ในโอกาสนี้ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้บรรยายพิเศษเกี่ยวกับทิศทางสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาในพื้นที่ โดยระบุว่าแนวโน้มการใช้กำลังด้านความมั่นคงสามารถปรับลดได้ตามสถานการณ์ที่มีทิศทางดีขึ้น แต่ยังคงต้องเตรียมการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจระดับจังหวัด เพื่อดูแลพื้นที่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการรักษาความปลอดภัยทั่วไป ไปสู่การป้องกันและปราบปรามการก่อความรุนแรงอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันงานด้านการข่าวกรองและการขับเคลื่อนงานพัฒนาพื้นที่ ยังคงมีความสำคัญสูงสุดและต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อเนื่องโดยไม่สามารถลดระดับหรือยกเลิกได้




ทั้งนี้ การดำเนินงานในระยะต่อไปจะมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยการ กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผล โดยยึดผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ ภายใต้ความร่วมมือบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดระบบบริหารจัดการที่มีเอกภาพ และนำไปสู่เป้าหมายสันติสุขอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยเร่งนำอาวุธปืนที่ยึดได้จากกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ไปตรวจพิสูจน์ หลังพบผู้เสียชีวิตมีประวัติพัวพันคดีสำคัญ และร่วมก่อเหตุวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดยะลา

โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เผยเร่งนำอาวุธปืนที่ยึดได้จากกรณี การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ไปตรวจพิสูจน์ หลังพบผู้เสียชีวิตมีประวัติพัวพันคดีสำคัญและร่วมก่อเหตุวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดยะลา


จากกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ 1 รายนั้น ล่าสุด พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบหลักฐานในจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด สามารถตรวจยึดอาวุธปืนยี่ห้อซีแซด (CZ) ที่คนร้ายใช้ยิงใส่เจ้าหน้าที่

ขณะนี้ได้ส่งมอบให้ทางหน่วยพิสูจน์หลักฐานดำเนินการตรวจสอบวิถีกระสุน และเก็บลายนิ้วมือแฝง เพื่อนำไปขยายผลเปรียบเทียบกับคดีความมั่นคงอื่นๆ ในพื้นที่ว่าเคยถูกใช้ก่อเหตุที่ใดมาบ้าง สำหรับผู้เสีย ชีวิตคือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ผู้ต้องหารายสำคัญ ที่มีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ติดตัวถึง 3 หมาย ประกอบด้วย
• หมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 285/2562: เหตุก่อความรุนแรง ชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา เมื่อ 5 พฤศจิกายน 2562 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย เนื่องจากตรวจพบ คราบเลือดของผู้ก่อเหตุในที่เกิดเหตุ
• หมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 177/2564: ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์เพื่อนำรถยนต์ไปซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องและนำจอดหลังสถานีตำรวจภูธรรามัน เมื่อปี 2564
• หมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่ 326/2568: ข้อหาแขวนป้ายผ้าสร้างสถานการณ์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 13 กรกฎาคม 2566

จากข้อมูลด้านการข่าวคาดว่าผู้เสียชีวิตร่วมก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ จุดตรวจพงยือไร อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 23 ธันวาคม 2568 และลอบยิงฐานปฏิบัติการ ของกองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 28 ธันวาคม 2568 รวมถึงมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วางระเบิดและวางเพลิง สถานีบริการน้ำมันบนเส้นทาง 418 ขาเข้า อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เน้นย้ำว่า การตรวจยึดอาวุธปืนในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรูปคดี เพราะจะเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงถึงกลุ่มขบวนการที่ยังหลบหนี โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติการเพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน

#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายพื้นที่ จ.ยะลา ยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 3 หมาย

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายพื้นที่ จ.ยะลา ยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 3 หมาย




✍️ พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.20 น. หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่ามีกลุ่มบุคคลผู้ต้องสงสัยเข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ

📌 หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา ได้สนธิกำลังร่วมกับ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา งานสืบสวนคดีความมั่นคงและคดีพิเศษ เข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวและใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชนมีการเชิญผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นร่วมเจรจาเพื่อให้บุคคลภายในบ้านออกมาแสดงตน แต่เมื่อเวลา 03.50 น. ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี จนเกิดการปะทะกันขึ้น


📝 ล่าสุดจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ยืนยันพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อคือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ  ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา   (ป.วิอาญา) จำนวน 3 หมาย
• หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 285/2562 (ลงวันที่ 11 พ.ย. 2562) : ข้อหาให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย
• หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 177/2564 : ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ เพื่อนำไปประกอบระเบิดแสวงเครื่อง จอดหลังแฟลต สภ.รามัน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2564
• หมายจับ ป.วิอาญา ที่ 326/2568 (ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2568) : ออกโดยศาลจังหวัดยะลา จากเหตุการณ์แขวนป้ายผ้าสร้างสถานการณ์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2566 

📌 ผู้เสียชีวิตยังมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่วางระเบิดสถานีบริการน้ำมันตามเบาะแสของเจ้าหน้าที่ รวมถึง ยังร่วมก่อเหตุลอบยิงระยะไกล เจ้าหน้าที่ตำรวจ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อ 23 ธ.ค.68 และ ยิงใส่ฐานปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่กองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลาเมื่อ 28 ธ.ค.68 อีกด้วย

📌 พันเอก ยุทธนาม กล่าวเพิ่มเติมว่า พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โดยมุ่งเน้นการเจรจาตามหลักสิทธิมนุษยชนจากเบาไปหาหนัก เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุได้เปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อหลบหนี จึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อป้องกันตนเอง


📚 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนให้ทราบว่า ตลอดเวลาที่บังคับใช้กฎหมายไม่ว่าจะเป็นครั้งนี้หรือครั้งใดก็ตาม  เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ดำเนินการตามมาตรการจากเบาไปหาหนัก มีการเจรจาให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เข้ามามอบตัว เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามอำนาจกฎหมาย ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด และแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจน ที่ต้องการนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง และเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ,

📍 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 โทร. 061-1732999 สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ใกล้บ้าน 

⭐️ ทั้งนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า ผู้ให้การสนับสนุนแก่ผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นการนำพา ซ่อนเร้น ให้ที่พักพิง หรือการจัดหาเสบียงอาหาร ถือเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

หน่วยงานความมั่นคง ปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา

หน่วยงานความมั่นคง ปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา คนร้ายได้ใช้ อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขอให้พี่น้องประชาชน หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว หากพบสิ่งผิดปกติ ให้แจ้ง หน่วยเฉพาะกิจใกล้บ้านท่าน หรือสายด่วน 1341 หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป



ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา

ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา


เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีรายละเอียดดังนี้ จากการรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุกรณีวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดยะลา และได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องจากกรณีดังกล่าว ได้เข้ามาพักพิง ในเขต บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จากนั้น เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา ประมาณ 00.20 นาฬิกา หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา และกำลังร่วม 3 ฝ่าย ดำเนินการเข้าบังคับใช้กฎหมาย ต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งนี้ได้ดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้เชิญ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นเข้าพูดคุยเจรจาเพื่อให้บุคคลในบ้านได้แสดงตน ต่อมา เวลา 03.50 นาฬิกา ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อให้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือและขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ในการร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 1341 หรือแจ้งต่อหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุน ที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

องคมนตรี ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาโรงเรียนพระดาบสฯ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่

องคมนตรี ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาโรงเรียนพระดาบสฯ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่





วันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานศึกษาและคณะที่ปรึกษาโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานการประชุมติดตามผลการดำเนินงาน โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, หัวหน้าส่วนราชการ, กำลังพลทหาร, ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา โรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายพิทยา เพชรรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร และผู้แทนหน่วยงานด้านการศึกษา ร่วมรายงานผลการดำเนินงาน




สำหรับการประชุมเป็นการติดตามความก้าวหน้าการจัดการเรียนการสอนของศิษย์พระดาบสฯ รวมถึงความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารเรียน 2 ชั้น ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยที่ประชุมได้เน้นประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การประเมินผลการปรับปรุงหลักสูตร, การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล, การส่งเสริมทักษะพื้นฐาน “อ่านออกเขียนได้” โดยเฉพาะภาษาไทย และการเตรียมความพร้อมด้านทักษะเทคนิคงานช่างเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน

โอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ได้เน้นย้ำการดูแลนักเรียนโดยให้ถือว่า “เสมือนลูกหลาน” เพื่อเชื่อมโยงด้านจิตใจและปลูกฝังทัศนคติที่ดี พร้อมทั้งสอดแทรกความรู้สำคัญ อาทิ การป้องกันยาเสพติด, การดำเนินชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรม และแนวทางพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ทักษะอาชีพ พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด เพื่อให้โรงเรียนพระดาบสเป็นแหล่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและอาชีพอย่างแท้จริงแก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมา เวลา 14.30 น. องคมนตรีและคณะได้เดินทางไปยัง สถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาท่าสาป ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประกอบการรวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุลอบวางเพลิงและระเบิดสถานีบริการน้ำมันหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา



โดย นายมะรอมือลี สาแม็ง เจ้าของสถานีบริการน้ำมัน สาขาท่าสาป เปิดเผยว่า “รู้สึกยินดีและซาบซึ้งใจที่มีหลายหน่วยงานเข้ามาเยี่ยมเยียนและให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนจะสามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ ทั้งนี้การลงพื้นที่ขององคมนตรีและหน่วยงานภาครัฐ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยประคับประคองผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างมาก”

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More