พสกนิกรชายแดนใต้ร่วมถวายอาลัย “สมเด็จแม่ของแผ่นดิน” แม่ทัพภาคที่ 4 นำพลังศรัทธาสู่ความสามัคคี เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัย

พสกนิกรชายแดนใต้ร่วมถวายอาลัย “สมเด็จแม่ของแผ่นดิน” แม่ทัพภาคที่ 4 นำพลังศรัทธาสู่ความสามัคคี เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัย


วันนี้ (24 มกราคม 2569) เวลา 11.00 น. ที่ วัดบูรพาราม ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งจัดโดยสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พลเอก มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า / เลขาธิการศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ / นายกสมาคมเพื่อความมั่นคงพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายพงศ์ศักดิ์ พรหมสังข์ ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายสนั่น สนธิเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยพี่น้องประชาชน, เยาวชนในพื้นที่ และขบวนนางรำ เข้าร่วมในพิธีกว่า 1,000 คน





สำหรับพิธีในครั้งนี้ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กล่าวสดุดีถวายอาลัย ขณะที่ตัวแทนเยาวชนร่วมอ่านบทอาเศียรวาท พร้อมกับการแสดงธรรมลีลาจากพี่น้องนางรำ จากนั้นผู้ร่วมพิธีได้ร่วมกันขับร้องบทเพลง “ส่งนางฟ้ากลับสวรรค์” และ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” ก่อนยืนสงบนิ่งเพื่อถวายอาลัยเป็นเวลา 93 วินาที ต่อมาแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบเกียรติบัตรแก่นักเรียน และลงนามถวายอาลัยตามลำดับ



ด้านนายพงศ์ศักดิ์ พรหมสังข์ ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า การจัดโครงการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมแสดงออกถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จแม่ของแผ่นดิน และร่วมกันน้อมถวายความอาลัยเนื่องในโอกาสเสด็จสู่สวรรคาลัย โดยได้รับการสนับสนุนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, กองพลทหารราบที่ 15, หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42, อำเภอยะหริ่ง, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปัตตานี รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสืบสานพระราชปณิธาน และสร้างความสามัคคีในสังคมพหุวัฒนธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน


แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนพระราชดำริและเครือข่ายกองทุนการศึกษาภาคใต้ ณ จังหวัดปัตตานี

แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับคุณภาพการศึกษาโรงเรียนพระราชดำริและเครือข่ายกองทุนการศึกษาภาคใต้ ณ จังหวัดปัตตานี


>> วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมน้ำพราว บอลรูม โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนพระราชดำริ กลุ่มโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ และโรงเรียนเครือข่าย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–25 มกราคม 2569 กิจกรรมดังกล่าวจัดโดย ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับสำนักงานโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ และเครือข่ายกองทุนการศึกษาภาคใต้ โดยมี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. คณะติดตาม ผู้บริหารสถานศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง 


>> ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ร่วมรับฟังการบรรยายพิเศษและการรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ พร้อมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในพื้นที่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณธรรม จริยธรรม และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต



>> การอบรมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีการรายงานผลการขับเคลื่อนโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ จำนวน 11 โรงเรียน และโรงเรียนเครือข่าย จำนวน 5 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสงขลา โดยดำเนินงานภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพครู การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การเสริมสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรม การพัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ และการบริหารจัดการโรงเรียนสู่มาตรฐานโรงเรียนคุณภาพ



>> ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แสดงความชื่นชมต่อการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของโครงการกองทุนการศึกษา ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านการศึกษา ควบคู่กับการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

สืบสานพระราชดำริกองทุนการศึกษา องคมนตรีเป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับคุณภาพโรงเรียนพระราชดำริและเครือข่ายกองทุนการศึกษาภาคใต้

สืบสานพระราชดำริกองทุนการศึกษา องคมนตรีเป็นประธานเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ ยกระดับคุณภาพโรงเรียนพระราชดำริและเครือข่ายกองทุนการศึกษาภาคใต้


​วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับสำนักงานโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ และเครือข่ายกองทุนการศึกษาภาคใต้ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนพระราชดำริ กลุ่มโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ และโรงเรียนเครือข่าย” ระหว่างวันที่ 24–25 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมน้ำพราว บอลรูม โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี ตำบลรูสะมิแล อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยมี พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยคณะติดตาม รวมถึงผู้บริหารสถานศึกษาในเครือข่ายและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



​ในช่วงแรก พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี และคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ และบรรยายพิเศษหัวข้อ “ทศวรรษที่ 2 กับการพัฒนาโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้” โดยเน้นย้ำถึงการเสริมกลยุทธ์ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีศักยภาพทางการศึกษา ควบคู่กับการปลูกฝังจิตวิญญาณความเป็นครู ให้ครูเป็นทั้งผู้ให้ความรู้ เพื่อน และผู้ดูแลเสมือนครอบครัวเดียวกัน อันจะนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและโลก AI อย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเยาวชน



​ทั้งนี้ โครงการกองทุนการศึกษา เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อการพัฒนาการศึกษา โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ได้พระราชทานเงินส่วนพระองค์เพื่อจัดตั้ง “โครงการกองทุนการศึกษา” ด้วยพระราชประสงค์ที่จะพัฒนาการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางการบริหารแบบภาคเอกชนที่เรียบง่าย รวดเร็ว คล่องตัว ประหยัด พอเพียง ซื่อสัตย์สุจริต และไม่มุ่งประชาสัมพันธ์เกินความจำเป็น โดยได้พระราชทานแนวพระราชดำริ ให้มุ่งสร้างเยาวชนให้เป็น “คนดี” ก่อนเป็น “คนเก่ง” ส่งเสริมให้เด็กมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เรียนรู้ร่วมกัน ไม่แข่งขันกัน และมีกิจกรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีในสถานศึกษา
​ภายในกิจกรรมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานตามแนวทางการขับเคลื่อนโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาภาคใต้ จำนวน 11 โรงเรียน และโรงเรียนเครือข่าย จำนวน 5 โรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี และสงขลา ภายใต้ 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
​การพัฒนาครูให้มีศักยภาพในการจัดการเรียนการสอน
​การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
​การพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนด้านวินัย คุณธรรม และจริยธรรม
​การพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ
​การบริหารจัดการโรงเรียนสู่โรงเรียนคุณภาพ

​กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการสืบสานและขับเคลื่อนพระราชดำริด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งสร้างเยาวชนให้เป็นคนดี มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต






“เรียนรู้ธงไตรรงค์ สร้างคนดีของชาติ” หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข เดินหน้าจัดกิจกรรมนันทนาการ เสริมความรู้ประวัติธงชาติไทย ปลูกฝังคุณธรรมเยาวชน

“เรียนรู้ธงไตรรงค์ สร้างคนดีของชาติ” หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข เดินหน้าจัดกิจกรรมนันทนาการ เสริมความรู้ประวัติธงชาติไทย ปลูกฝังคุณธรรมเยาวชน


หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข โดย ชุดสันติสุขที่ 404 ร่วมกับ ชุดทักษิณสัมพันธ์ที่ 442 และคณะทำงานฯ คณะที่ 3 จังหวัดนราธิวาส จัดกิจกรรมนันทนาการควบคู่กับการให้ความรู้เรื่อง ประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย ภายใต้การสนับสนุนกิจกรรมอบรมเยาวชนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ณ วัดประชุมชลธารา ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นให้นักเรียนและเยาวชนที่เข้าร่วม ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของธงชาติไทย อันเป็นสัญลักษณ์ของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งปลูกฝังค่านิยมที่ดีงาม ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ และการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข โดยมี พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 151 หัวหน้าคณะทำงานฯ คณะที่ 3 จังหวัดนราธิวาส ให้เกียรติเป็นประธานในกิจกรรม



ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และชุมชนในพื้นที่ เปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ผ่านกิจกรรมนันทนาการที่สนุกสนาน ควบคู่การเรียนรู้คุณค่าความเป็นไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน 🌱🇹🇭

“จากหัวใจถึงชุมชน” กองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 เดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชน ส่งเสริมชุมชนพหุวัฒนธรรมให้มีสุขภาวะที่ดี และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

“จากหัวใจถึงชุมชน” กองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 เดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อประชาชน ส่งเสริมชุมชนพหุวัฒนธรรมให้มีสุขภาวะที่ดี และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข


เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 นาวาอากาศเอก รัชต์ภาคย์ ธรรมธีรศรี ผู้บังคับการกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 มอบหมายให้ นาวาอากาศเอก สราวุธ ปุริสังฆ์ รองผู้บังคับการกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก สุทธิชัย ศรีทองอุทัย รองเสนาธิการกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 ลงพื้นที่พบปะผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนา ณ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าบอน อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี 

ในการนี้ ได้มอบตู้ยาสามัญประจำบ้านพร้อมยาเวชภัณฑ์ให้แก่มัสยิดในพื้นที่ตำบลป่าบอน โดยมี นางฟาฎิมะฮ จารู ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลป่าบอน ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าบอน ให้การต้อนรับและร่วมรับมอบ




มัสยิดที่ได้รับตู้ยาสามัญประจำบ้าน ประกอบด้วย
 1. มัสยิดชุมชนป่าบอน หมู่ที่ 1 (มัสยิดดารุสลาม)
 2. มัสยิดชุมชนดอนเค็ด หมู่ที่ 2 (มัสยิดนูรุลฮีดายะห์)
 3. มัสยิดชุมชนกำปงบือซา หมู่ที่ 3 (มัสยิดนูรูลอิห์ซานกำปงบีอซา)
 4. มัสยิดชุมชนนาค้อ หมู่ที่ 4 (มัสยิดดารุลนาอีม)
 5. มัสยิดชุมชนบ้านบลูกา นาค้อเหนือ หมู่ที่ 5 (มัสยิดดารุลอามาน)



นอกจากนี้ ยังได้มอบขนม ตู้ยาสามัญประจำบ้านพร้อมยาเวชภัณฑ์ ข้าวสาร และปลากระป๋อง เพื่อสนับสนุนการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้แก่ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ประจำมัสยิดดารุสลามป่าบอน
การปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ แสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ส่งเสริมให้ชุมชนมีสุขภาวะที่ดี และอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างสันติสุข




#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. กำชับกำลังพลต้องรู้เท่าทันยุคใหม่ เป็นพี่เลี้ยงโฆษกชาวบ้าน สร้างการรับรู้และเช็กข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ ควบคู่การดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย ช่วยเหลือสังคม สู่ชุมชนสันติสุข

รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. กำชับกำลังพลต้องรู้เท่าทันยุคใหม่ เป็นพี่เลี้ยงโฆษกชาวบ้าน สร้างการรับรู้และเช็กข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ ควบคู่การดูแลพื้นที่ให้ปลอดภัย ช่วยเหลือสังคม สู่ชุมชนสันติสุข


​วันนี้ (23 มกราคม 2569) เวลา 15.00 น. ที่โรงแรมบีพี สมิหลา บีช โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานเปิดการอบรมพัฒนาขีดความสามารถเจ้าหน้าที่ในงานเครือข่ายความมั่นคง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 24 มกราคม 2569 โดยมีผู้แทนสำนักอำนวยการ และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยขึ้นตรง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้ารับการอบรมจำนวน 102 นาย


​โอกาสนี้ พลตรี กรกฎ ภู่โชติ ได้กล่าวชื่นชมกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และความมุ่งมั่นในการสร้างความเข้าใจเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างสุดกำลัง อย่างไรก็ตาม มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง "รู้เท่าทันยุคใหม่" และบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ "โฆษกชาวบ้าน" เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ชุมชน ให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและความถูกต้องของข้อมูลก่อนจะเชื่อหรือแชร์ เพื่อป้องกันข่าวปลอม (Fake News) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเป็นแกนกลางในการสร้างความเข้มแข็ง ควบคู่ไปกับการดูแลพื้นที่ให้ปลอดเหตุ ปลอดภัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน



​สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาร่วมบรรยายเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มการต่อสู้ทางความคิด แลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างการรับรู้ในปี 2569 รวมถึงการฝึกเขียนบทความ เทคนิคการผลิตสื่อสารสนเทศ และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังมีการจัดเวิร์กชอปเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้ฝึกปฏิบัติจริงและนำเสนอผลงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพเครือข่ายประชาสัมพันธ์ของหน่วยให้สามารถทำงานเชิงรุกได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก นำมาซึ่งความเชื่อมั่นศรัทธาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน



รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยืนยันผลพิสูจน์หลักฐาน อาวุธปืนที่ยึดได้ ใช้ทำร้ายประชาชน และมีประวัติเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จชต.

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยืนยันผลพิสูจน์หลักฐาน อาวุธปืนที่ยึดได้ ใช้ทำร้ายประชาชน และมีประวัติเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จชต.


วันนี้ (23 มกราคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ว่า เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 00.20 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าดำเนินการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่บ้านเลขที่ 74/12 ซอยราษฎรพัฒนาดีดี 2 หมู่ที่ 3 บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในระหว่างการบังคับใช้กฎหมาย ส่งผลให้ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
ภายหลังเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืนปืนพกออโตเมติก ยี่ห้อ CZ ขนาด 9 มม. LUGER ไม่ปรากฏเครื่องหมายทะเบียน เลขหมายประจำปืน 2603D ของผู้เสียชีวิต และได้นำส่งให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ทำการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

ผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่า อาวุธปืนกระบอกดังกล่าวมีประวัติถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 และมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมา ได้แก่
1. เหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2560 ในพื้นที่ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
2. เหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงใส่จุดตรวจทางลุ่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ในพื้นที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตรวม 15 ราย
ผลการพิสูจน์ดังกล่าวถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่นำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีและขยายผลตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบและเป็นธรรม

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย และมุ่งหมายเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ จังหวัดปัตตานี เปิดการแข่งขันฟุตซอล “TO BE NUMBER ONE DC. FUTSAL CUP ครั้งที่ 2” มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติด

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ จังหวัดปัตตานี เปิดการแข่งขันฟุตซอล “TO BE NUMBER ONE DC. FUTSAL CUP ครั้งที่ 2” มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติด


​วันนี้ (23 มกราคม 2569) เวลา 09.00 น. ณ สนามฟุตซอล โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จังหวัดปัตตานี พันเอก ฉกาจ ร่มแสง รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และผู้อำนวยการโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล ร่วมกันแถลงข่าวจัดการแข่งขันฟุตซอลโครงการ "TO BE NUMBER ONE DC. FUTSAL CUP ต้านภัยยาเสพติด ครั้งที่ 2" เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้วยกีฬา



​สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความร่วมมือของชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีใจรักกีฬาได้แสดงศักยภาพ ฝึกฝนทักษะความเป็นผู้นำ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม

​นอกจากการส่งเสริมด้านกีฬาแล้ว รายได้จากการจัดการแข่งขันทั้งหมดจะนำเข้าสมทบกองทุนชมรม TO BE NUMBER ONE เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการขับเคลื่อนกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดภายในสถานศึกษา และขยายผลไปยังชุมชนโดยรอบ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การแข่งขันฟุตซอล "TO BE NUMBER ONE DC. FUTSAL CUP ครั้งที่ 2" มีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง วันที่ 25 - 29 มีนาคม 2569 โดยจะใช้สนามแข่งขันจำนวน 2 แห่ง คือ สนามฟุตซอลโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล และสนามฟุตซอลวิทยาลัยเทคนิคปัตตานี



​พันเอก ฉกาจ ร่มแสง กล่าวเน้นย้ำว่า กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นตั้งใจของ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ต้องการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่เยาวชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย 8 กิจสำคัญ ในด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน เพราะเยาวชนคือทรัพยากรที่มีค่าสูงสุดและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนประเทศชาติ ท่ามกลางวิกฤตการณ์ยาเสพติดที่แพร่ระบาดอย่างหนักในปัจจุบัน การส่งเสริมให้เยาวชนหันมาใช้เวลาว่างด้วยการเล่นกีฬา จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาทรัพยากรบุคคล มิให้หลงผิดเข้าสู่วงจรยาเสพติด ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายใน อันจะส่งผลโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติสืบไป




ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More