สุดอาลัย แม่ทัพภาคที่ 4 ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงฯ ยกย่องเป็น “แม่พิมพ์ผู้เสียสละ”
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย กรณีเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
✍️ ✍️ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย กรณีเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณห้องน้ำภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาศรีสาคร อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบพยานหลักฐาน ประกอบกับงานด้านการข่าว และเบาะแสจากพี่น้องประชาชน ทำให้สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว คือ นายฮีดาย๊ะ (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรศรีสาคร จากนั้นนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลศรีสาคร เพื่อยืนยันสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนส่งตัวเข้าควบคุม ณ ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อดำเนินการซักถามและขยายผลตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าการปฏิบัติทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบกฎหมาย เคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน และยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแสรวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ ขอเรียนให้ทราบว่า
ผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น
การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร
จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี
หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันจำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว
ต่อมา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้ควบคุมตัวนายอามีน (สงวนนามสกุล) เพื่อซักถามขยายผลตามกระบวนการกฎหมาย โดยข้อมูลที่ได้รับนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และสามารถระบุตัวผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม คือ นายอาสฮาห์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจากเหตุลอบวางระเบิดดังกล่าว
กระทั่งวันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569)
เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ
หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านควนหรัน ตำบลเปียน
อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และสามารถควบคุมตัวนายอาสฮาห์ (สงวนนามสกุล)
ผู้ต้องหาตามหมายจับไว้ได้
ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมลงบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จากนั้นนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อยืนยันสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนนำตัวเข้าสถานที่ควบคุมตัว ณ ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
ฉก.ทพ.49 รวมพลังจิตอาสาพัฒนามัสยิด เตรียมต้อนรับเดือนรอมฎอน เชิดชูวีรบุรุษผู้เสียสละเพื่อแผ่นดินไทย
ศาลฎีกาพิพากษาเพิ่มโทษจำคุก นายบูรฮาน (สงวนนามสกุล) เป็น 36 ปี 16 เดือน คดีลอบวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี พบพฤติการณ์ของจำเลยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายเหตุการณ์
ศาลฎีกาพิพากษาเพิ่มโทษจำคุก
นายบูรฮาน (สงวนนามสกุล) เป็น 36 ปี 16 เดือน
คดีลอบวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ที่อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
พบพฤติการณ์ของจำเลยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลายเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 16
กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดปัตตานีได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาลับหลังจำเลย
ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบูรฮาน (สงวนนาสกุล) ในความผิดฐานก่อการร้าย,
อั้งยี่ และร่วมกันมีวัตถุระเบิดฯ
จากเหตุการณ์ลอบวางระเบิดแสวงเครื่องใต้ท้องรถยนต์มิตซูบิชิ ปาเจโร่
ในพื้นที่ตำบลถนน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อปี 2566
คดีนี้ เดิมศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำคุก 35 ปี 12 เดือน โดยยกฟ้องในข้อหาอั้งยี่ แต่ในชั้นฎีกา ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานใหม่ โดยเฉพาะ "เทปพันสายไฟ" ที่พันรอบแบตเตอรี่ระเบิด ซึ่งตรวจพบดีเอ็นเอตรงกับจำเลย ประกอบกับ "ลักษณะการประกอบวงจรระเบิด" ที่ตรงกับเหตุความไม่สงบอื่นอีกถึง 4 เหตุการณ์ จึงชี้ให้เห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีเจตนาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่ใช่การกระทำส่วนตัว
ศาลฎีกาจึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษในความผิดฐานเป็น "อั้งยี่" เพิ่มเติม โดยวางโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือโทษจำคุก 36 ปี 16 เดือน ทั้งนี้ คดีถือเป็นที่สุดแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับเพื่อติดตามตัว นายบูรฮาน มารับโทษตามกฎหมายต่อไป
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีมอบสิ่งของละศีลอด เดือนรอมฎอน เสริมสร้างขวัญกำลังใจพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้
ฉก.ทพ.44 ร่วมลงนาม MOU ขับเคลื่อน “ต้นแบบปอเนาะสีขาว” ในพื้นที่ อ.สายบุรี
รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานกิจกรรม Big Cleaning Day ณ ศาลเจ้าแม่มาผ่อแบหอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เสริมสร้างความสามัคคีรับเดือนรอมฎอนและเทศกาลตรุษจีน
































































