กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ปิดการสัมมนาปรับโครงสร้างและอัตรากำลัง ปี 2570 มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รองรับภารกิจแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ปิดการสัมมนาปรับโครงสร้างและอัตรากำลัง ปี 2570 มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รองรับภารกิจแก้ไขปัญหาชายแดนใต้


วันที่ 4 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีปิดการประชุมสัมมนาปรับโครงสร้างการจัดและอัตรากำลัง ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักนโยบายและแผน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โดยมีผู้แทนจากหน่วยขึ้นตรงและสำนักอำนวยการเข้าร่วมการสัมมนา จำนวน 160 นาย



การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างการจัดและอัตรากำลังของหน่วยให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคง ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป และนโยบายของผู้บังคับบัญชา อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ เสริมสร้างเอกภาพในการบังคับบัญชา และยกระดับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น



ในโอกาสปิดการสัมมนา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกนายที่ร่วมกันระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบงานและโครงสร้างของหน่วย พร้อมเน้นย้ำว่าการปรับโครงสร้างและอัตรากำลังถือเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม



ทั้งนี้ ผลการสัมมนาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนจะถูกนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างและอัตรากำลังของ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้มีความเหมาะสม ทันต่อสถานการณ์ และสามารถรองรับภารกิจด้านความมั่นคง การพัฒนา และการสร้างสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป


............................................................

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ 
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ศาลยะลาสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท เจ้าของบ้านพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง อ.กาบัง จ.ยะลาหลังให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรง

ศาลยะลาสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 10,000 บาท เจ้าของบ้านพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง อ.กาบัง จ.ยะลาหลังให้ที่พักพิงผู้ก่อเหตุรุนแรง 


สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าบังคับใช้กฎหมายเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ นายไซดี ทากือแน ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิตในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านลูโบ๊ะปันยัง อ.กาบัง จ.ยะลา ซึ่งจากการขยายผลพบว่านายซานูซี(ขอสงวนนามสกุล)เป็นผู้ให้ที่พักพิงแก่ผู้เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุดังกล่าว เจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับ นายซานูซี  ในข้อหาให้การสนับสนุนและให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง

ล่าสุด ศาลจังหวัดยะลาได้มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดจริงตามที่โจทก์ฟ้อง โดยตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี และสั่งปรับเป็นเงิน 10,000 บาท อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำเลยไม่มีประวัติกระทำความผิดร้ายแรงมาก่อน ศาลจึงมีเมตตาให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้มีกำหนด 2 ปี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงฝากย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่า การให้ที่พักพิง สนับสนุน หรือหลบซ่อนแก่ผู้กระทำความผิด มีความผิดทางกฎหมายอาญาและต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569

ผอ.สยศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประชุมติดตามขับเคลื่อนคณะทำงาน IWG บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนใต้ให้เป็นรูปธรรม

ผอ.สยศ.กอ.รมน.ภาค 4 สน. ประชุมติดตามขับเคลื่อนคณะทำงาน IWG บูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนใต้ให้เป็นรูปธรรม


วันที่ 4 มิถุนายน 2569  ณ ห้องประชุม 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลตรี อนุชา โนนคู่เขตโขง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนายุทธศาสตร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานการประชุมคณะทำงานบูรณาการการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ Integration Working Groups (IWG) ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของคณะทำงานฯ ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4



ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการประชุมผ่านระบบทางไกล (VTC) ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด หน่วยเฉพาะกิจหมายเลข และศูนย์ปฏิบัติการอำเภอในพื้นที่ เพื่อร่วมรับฟังและรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะทำงาน IWG 1-10 ในห้วงที่ผ่านมาอีกด้วย



สำหรับคณะทำงานบูรณาการการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (IWG) เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงโครงสร้างการทำงานระหว่างหน่วยงานความมั่นคง ฝ่ายพลเรือน ตำรวจ และภาคส่วนต่าง ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน พร้อมขับเคลื่อนแผนงานไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 10 กลุ่ม (IWG 1-10) ซึ่งครอบคลุมในทุกมิติทั้งความมั่นคงและการพัฒนาในพื้นที่ โดยในแต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้าคณะ เจ้าภาพหลัก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันบูรณาการแผนงาน กำกับติดตาม และจับคู่ภารกิจระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้การประสานความร่วมมือของภาครัฐเป็นไปได้อย่างตรงจุดและสัมฤทธิ์ผลอย่างเป็นรูปธรรม
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569







ร่วมสดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละแด่ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี

ร่วมสดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละแด่  เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว และขอร่วมสดุดีแด่วีรบุรุษผู้เสียสละ อาสาสมัคร อุรุพงษ์ กมล เจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี ที่ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลสุไหงปาดี จากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช 2569

การจากไปของ อาสาสมัคร อุรุพงษ์ กมล ในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของกองกำลังประจำถิ่นในการทำหน้าที่ปกป้องแผ่นดินเกิด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอสดุดีในความกล้าหาญ ความอุทิศตน และจิตวิญญาณของนักสู้ผู้เสียสละ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองชุมชนและพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถจนวินาทีสุดท้าย
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569

พลังจิตอาสารวมใจ ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบรมราชินี ฉก.ทพ.44 จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ร่วมพัฒนาชุมชน สร้างความสะอาดและความสามัคคีในพื้นที่สายบุรี

พลังจิตอาสารวมใจ ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบรมราชินี ฉก.ทพ.44 จัดกิจกรรม Big Cleaning Day ร่วมพัฒนาชุมชน สร้างความสะอาดและความสามัคคีในพื้นที่สายบุรี


💂‍♀️ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 4401 และกองร้อยทหารพรานที่ 4409 ร่วมกับผู้นำหมู่บ้าน กำลังภาคประชาชน และพี่น้องประชาชนจิตอาสา จัดกิจกรรม “โครงการจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยร่วมกันดำเนินกิจกรรมทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning Day) ในพื้นที่ตำบลเตราะปลิง และตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี



🌿 กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์ เก็บกวาดขยะ ตัดแต่งกิ่งไม้ และพัฒนาพื้นที่สาธารณะ เพื่อให้เกิดความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และเอื้อต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชนในชุมชน ตลอดจนเป็นการปลูกจิตสำนึกด้านการรักษาความสะอาดและสิ่งแวดล้อมให้กับทุกภาคส่วน


🤝 ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งของชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
...................................................... 
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569




#ปาตานีไม่มีจริง #สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชคต.สุไหงปาดี ได้รับบาดเจ็บ เร่งรวบรวมหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุ

คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชคต.สุไหงปาดี ได้รับบาดเจ็บ เร่งรวบรวมหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุ


วันนี้ (4 มิถุนายน 2569) เวลา 13.20 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบล (อส.ชคต.) สุไหงปาดี บริเวณบ้านปะลุรู หมู่ที่ 3 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เบื้องต้นทราบชื่อคือ อส.อ. อรุพงษ์ กมล โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี ปัจจุบันผู้บาดเจ็บยังรู้สึกตัวดี และอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด


จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวนและกลุ่ม ได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุแล้วหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้จัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัย พร้อมตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและหน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสอบสวนพยานแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย


ทั้งนี้ สาเหตุและแรงจูงใจของการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569

ทหารพราน 46 เดินหน้า “หมอเดินเท้า…ทุกก้าวเพื่อประชาชน” ดูแลกลุ่มเปราะบางถึงบ้าน มอบยาและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล

ทหารพราน 46 เดินหน้า “หมอเดินเท้า…ทุกก้าวเพื่อประชาชน” ดูแลกลุ่มเปราะบางถึงบ้าน มอบยาและถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล


วันที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 11.00 น. พันเอก นพดล พรหมมาก ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 มอบหมายให้ ร้อยเอก ธานัท งามระหงษ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4612 นำกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ร่วมกับชุดเสริมสร้างความเข้าใจจังหวัดนราธิวาส ชุดสันติสุขที่ 406 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบูกิ๊ตยือแร ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จัดกิจกรรม “หมอเดินเท้า…ทุกก้าวเพื่อประชาชน” ลงพื้นที่บ้านลาเมาะใน หมู่ที่ 5 ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส



ในการนี้ ได้มอบยาสามัญประจำบ้าน ยารักษาโรคเบื้องต้น และถุงยังชีพแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ยากไร้ในพื้นที่ห่างไกล จำนวน 3 รายได้แก่
นางวนิดา ไตรพร บ้านเลขที่ 64 บ้านลาเมาะใน หมู่ที่ 5 ตำบลรือเสาะออก
นายดอเลาะ บาราเห็ง บ้านเลขที่ 69 บ้านลาเมาะใน หมู่ที่ 5 ตำบลรือเสาะออก
นายมะสุกรี บาราเห็ง บ้านเลขที่ 69 บ้านลาเมาะใน หมู่ที่ 5 ตำบลรือเสาะออก
ทั้งนี้เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง




นอกจากนี้ ยังเป็นการช่วยลดข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง และประชาชนในพื้นที่ทุรกันดารที่ไม่สามารถเดินทางออกจากหมู่บ้านได้ ให้ได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางสุขภาวะให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
...................................................... 
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 มิถุนายน 2569

#ปาตานีไม่มีจริง #สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า






ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดต้องการให้การบังคับใช้กฎหมายจบลงด้วยความสูญเสีย เป้าหมายของเจ้าหน้าที่คือการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ด้วยการเจรจา เกลี้ยกล่อม

ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดต้องการให้การบังคับใช้กฎหมายจบลงด้วยความสูญเสีย
เป้าหมายของเจ้าหน้าที่คือการนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ด้วยการเจรจา เกลี้ยกล่อม และเปิดโอกาสให้มอบตัวตามแนวทางสันติวิธี
แต่เมื่อผู้ก่อเหตุรุนแรงเลือกใช้อาวุธตอบโต้และทำร้ายเจ้าหน้าที่ สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นผลจากการตัดสินใจของผู้ที่ปฏิเสธแนวทางสันติ ไม่ใช่ความต้องการของเจ้าหน้าที่



กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจต่อทุกความสูญเสีย และหวังว่าพี่น้องประชาชนจะร่วมกันสนับสนุนแนวทางสันติวิธี ปฏิเสธความรุนแรง และยืนหยัดเคียงข้างหลักนิติรัฐและกระบวนการยุติธรรม
...................................................... 
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ 
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี

ความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี


จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณบ้านท่าคลอง หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจำนวน 1 ราย คือ จ่าสิบเอก สุภิณโญ สิงห์แก้ว และผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย ล่าสุดผลการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลยืนยันผู้เสียชีวิต ดังนี้
1. นายมุสลิม เจะเมาะ ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 3 ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา
โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา 1 หมาย
หมาย จ.147/67 ลง 15 มี.ค. 67 (ศาลจังหวัดปัตตานี)
พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : คนร้ายยิงอดีตทหารพรานที่บ้านเลขที่ 25/24 หมู่ที่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี พื้นที่ สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566
กระทำความผิดฐาน : ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันก่อการร้ายโดยการใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธฯ, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตให้พกพาติดตัวไปฯ, ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร, ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจร, ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชน



2. นายรออัสมี ดอเลาะ ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ 34/3 หมู่ที่ 7 ตำบลปะกาฮะรัง อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี โดยจากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีหมายจับ ป.วิอาญา 2 หมาย ได้แก่
⏭️ หมายที่ 1 จ.497/68 ลง 20 ส.ค.68 (ศาลจังหวัดนาทวี)
พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : เหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะบ้าย้อย พระภิกษุสงฆ์และสามเณร บ้านสวนโอน หมู่ที่ 6 ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อ 22 เมษายน 2568
กระทำความผิดฐาน : ร่วมกันสะสะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินให้ หรือรับการฝึกการก่อการร้ายตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกันเพื่อก่อการร้าย หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย, เป็นอั้งยี่, เป็นช่องโจร ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น มอมหน้าหรือกระทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้จำหน้าได้ โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พันการจับกุม และร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม



⏭️ หมายที่ 2 จ.63/69 ลง 27 ม.ค.69 (ศาลจังหวัดปัตตานี) พฤติกรรมที่เกี่ยวข้อง : เหตุขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ห้องเย็น บริเวณด้านข้างกองพลทหารราบที่ 15 ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อ 5 ตุลาคม 2566
กระทำความผิดฐาน : "ร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตราย ต่อชีวิต, ร่วมกันสะสมกำลังพล หรืออาวุธ หรือสมคบกันเพื่อก่อก่อการร้าย, ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร, ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำหรือได้กระทำการตามหน้าที่ โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายต่อบุคคลและเป็นอันตรายต่อทรัพย์สินของผู้อื่น, ร่วมกันทำ มีและใช้วัตถุระเบิดซึ่งนายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์"

🔎 ของกลางที่ตรวจยึดได้จากพื้นที่เกิดเหตุ ประกอบด้วย
🔸 อาวุธปืน Sig Sauer P365 ขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก
🔸 อาวุธปืน Smith & Wesson ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
🔸 วัตถุระเบิดแสวงเครื่องชนิดไปป์บอมบ์ จำนวน 1 ลูก
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม และขยายผลการสืบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการควบคุมตัว นายรอสลี สงวนนามสกุล เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ โดยนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร ก่อนลงบันทึกควบคุมตัว ณ สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และรายงานตาม มาตรา 22 และมาตรา 23 ของพระราชบัญญัติป้องกันปราบปรามการบังคับให้สูญหายและทรมาน และส่งตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป
.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
4 มิถุนายน 2569


ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More