ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลุยเชิงรุกเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เร่งฟื้นฟูคืนความมั่นคงให้ประชาชน

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลุยเชิงรุกเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ เร่งฟื้นฟูคืนความมั่นคงให้ประชาชน

วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายชนธัญ แสงพุ่ง รองเ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธาน แถลงข่าวถึง เป็นประธานในการแถลงข่าว เปิดเผยถึงแนวทางการทำงานเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตนตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องเข้าถึงประชาชนทุกแห่งไม่ว่าจะห่างไกลเพียงใด พร้อมวางระบบบริหารจัดการวิกฤตแบบรายกรณี เพื่อดูแลตั้งแต่ต้นจนผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง


    

สำหรับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นประชาชนจำนวน 12 ราย ขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 2 ราย ส่วนอีก 10 รายอยู่ระหว่างการเร่งรัดรวบรวมเอกสารเพื่ออนุมัติเงินช่วยเหลือทันทีเมื่อครบถ้วน โดยเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือไม่ได้มีเพียงมิติเงินชดเชยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการฟื้นฟูสภาพจิตใจ การสำรวจความเสียหาย และการเร่งซ่อมแซมพื้นที่เกิดเหตุให้กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด



เพื่อสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เปิดตัว แดชบอร์ด ดิจิทัลสำหรับติดตามการเยียวยาแบบเรียลไทม์ แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนและกรอบเวลาการทำงานที่เป็นมาตรฐาน ชัดเจน ไม่ใช่การทำงานไปวันๆ พร้อมเปิดสายด่วน 1880 ให้โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องเรียนและดูแลกรณีที่อาจตกหล่น ให้ผู้ได้รับผลกระทบทุกคนเข้าถึงสิทธิการช่วยเหลืออย่างเป็นธรรมและทั่วถึง

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
25 สิงหาคม 2569

#ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า






สื่อมวลชนส่วนกลางลงพื้นที่ ม.นราธิวาสราชนครินทร์ เปิดมุมมองการศึกษาชายแดนใต้ สู่โอกาสในอุตสาหกรรมการบินและระบบราง

สื่อมวลชนส่วนกลางลงพื้นที่ ม.นราธิวาสราชนครินทร์ เปิดมุมมองการศึกษาชายแดนใต้ สู่โอกาสในอุตสาหกรรมการบินและระบบราง

วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จัดโครงการ “เวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข ประจำปี 2569” กิจกรรมครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2569 นำโดย พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะสื่อมวลชนส่วนกลางจากกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังการดำเนินงานด้านความมั่นคง การพัฒนา และการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม



ในการนี้ คณะสื่อมวลชนได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการและการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ รวมถึงแนวทางการส่งเสริมการศึกษาและการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่มุ่งตอบโจทย์ตลาดแรงงานและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมี พลตรี เฉลิมพงค์ คงบัว เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จงรัก พลาศัย นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัย ร่วมให้การต้อนรับ



พลโท ประเสริฐ หมวดเชียงคะ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีความสำคัญต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนสัญจรอย่างอบอุ่น



ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรด้านช่างเทคนิคอากาศยานและระบบขนส่งทางราง ซึ่งเป็นสาขาที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมและการพัฒนาประเทศ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาช่างเทคนิคอากาศยาน เพื่อผลิตกำลังคนที่มีทักษะและสมรรถนะทางวิชาชีพ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ในอนาคต



พลโท ประเสริฐฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ของคณะสื่อมวลชนในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานและคนในพื้นที่ ตลอดจนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมขอให้สื่อมวลชนร่วมเป็นสื่อกลางในการนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่และส่งเสริมสันติสุขอย่างยั่งยืน



ด้านนักศึกษาสาขาวิชาช่างเทคนิคอากาศยาน ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การศึกษา โดยกล่าวว่า การเข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้รับเพียงความรู้จากห้องเรียน แต่ยังได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ พร้อมขอบคุณผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในพื้นที่



นักศึกษายังมองว่า มหาวิทยาลัยสามารถเป็นกลไกสำคัญในการดึงเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่ระบบการศึกษา และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง โดยการเรียนและการใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนต่างศาสนาไม่ได้เป็นข้อจำกัด หากแต่เป็นโอกาสในการเรียนรู้และปรับตัวอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม



ภายหลังการเสวนา คณะสื่อมวลชนได้เดินทางเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนของสาขาวิชาช่างเทคนิคอากาศยาน โดยได้ชมการฝึกปฏิบัติของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 พร้อมรับฟังคำอธิบายเกี่ยวกับหลักสูตร เนื้อหาการเรียน และทักษะด้านการซ่อมบำรุงอากาศยานที่นักศึกษาได้เรียนรู้จากภาคทฤษฎีควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง



สำหรับหลักสูตรช่างเทคนิคอากาศยานของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นหลักสูตรระดับ ปวส. ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน โดยมหาวิทยาลัยมีการพัฒนาห้องปฏิบัติการและครุภัณฑ์เพื่อรองรับการเรียนการสอนด้านโครงสร้าง เครื่องยนต์ และระบบอากาศยาน รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษามีประสบการณ์วิชาชีพที่สอดคล้องกับการทำงานจริงในอุตสาหกรรมการบิน



การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงสะท้อนอีกหนึ่งมิติของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่การศึกษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสให้กับเยาวชน พัฒนาทักษะสู่ตลาดแรงงาน และเชื่อมโยงผู้คนต่างศาสนาและวัฒนธรรมให้สามารถเรียนรู้และเติบโตไปด้วยกัน อันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและขับเคลื่อนสันติสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน



.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
25 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ย้ำตรวจสอบทุกประเด็นด้วยหลักฐาน ไม่ใช่แค่การกล่าวอ้าง

กอ.รมน.ภาค 4 สน. ย้ำตรวจสอบทุกประเด็นด้วยหลักฐาน ไม่ใช่แค่การกล่าวอ้าง


จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยมีการกล่าวอ้างว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ รวมถึงมีการกล่าวถึงชนิดอาวุธและอ้างว่าเป็นอาวุธประจำกายของเจ้าหน้าที่ทหารโดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวความมั่นคง นั้น
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียง ข้อกล่าวอ้าง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งวิถีกระสุน ชนิดอาวุธ และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยไม่ด่วนสรุปจากข้อมูลหรือคำกล่าวอ้างของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ EOD และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังคงเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิง ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ความปลอดภัยของประชาชน และทรัพย์สินในพื้นที่
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า ทุกประเด็นจะต้องตรวจสอบบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และหลักนิติวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการยึดหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม
เมื่อมีผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ จะดำเนินการชี้แจงต่อสาธารณชนตามข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและความเชื่อมั่นแก่ประชาชนต่อไป
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
25 สิงหาคม 2569

“ผ้าป่าสามัคคี สู่สันติสุขชายแดนใต้” รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานทอดผ้าป่า ณ วัดบ่อน้ำร้อน ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา

“ผ้าป่าสามัคคี สู่สันติสุขชายแดนใต้” รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานทอดผ้าป่า ณ วัดบ่อน้ำร้อน ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา


วันนี้ (25 สิงหาคม 2569) เวลา 09.00 น. ที่ วัดบ่อน้ำร้อน ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ผู้แทน พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาสในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีวัดบ่อน้ำร้อน เพื่อนำจตุปัจจัยซ่อมแซมบำรุงถนนภายในบริเวณวัด, ปรับปรุงเสนาสนะและฐานรองรับองค์หลวงปู่ทวดที่ชำรุด ห้กลับมาสมบูรณ์พร้อมใช้งาน โดยมี รองเจ้าอาวาสวัดพุทธาธิวาส เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พลเอก มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ตลอดจน พี่น้องพุทธศาสนิกชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีด้วยความอบอุ่น



สำหรับพิธีทอดผ้าป่าของวัดบ่อน้ำร้อนในครั้งนี้ ยังมีพิธีสำคัญที่ทางวัดได้จัดขึ้นอีกหลายพิธี ไม่ว่าจะเป็นพิธีเปิดซุ้มประตูวัดบ่อน้ำร้อน และพิธีบวงสรวงองค์หลวงทวดองค์ใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน ตลอดจนเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาและทำนุบำรุงศาสนสถานให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่และผู้ที่เดินทางมาสักการะอีกด้วย



โอกาสนี้ พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง ที่ได้รับเกียรติจากคณะเจ้าภาพให้มาร่วมงานทอดผ้าป่าสามัคคี ณ วัดบ่อน้ำร้อนแห่งนี้ ตลอดระยะเวลา 33 ปีของการรับราชการทหาร ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 27 ปี และครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางมายังวัดบ่อน้ำร้อน รู้สึกประทับใจในความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจ และศรัทธาของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันจัดงานท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข



สิ่งที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง คือ การได้เห็นพี่น้องประชาชนจากหลากหลายเชื้อสายอาทิชาวไทยอีสาน ชาวไทยเชื้อสายจีน ที่หลากหลายวัฒนธรรมอยู่ร่วมกัน โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มีครูบาอาจารย์คอยอบรมสั่งสอนให้อยู่ร่วมกันด้วยสันติวิธีและปัญญา ถือเป็นแบบอย่างที่น่าชื่นชมและสามารถเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่น ๆ ได้



ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันทำความดี ยึดมั่นในศีลธรรมและความสามัคคี และขอยืนยันว่า ฝ่ายความมั่นคงยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เชื่อว่าการร่วมกันบำเพ็ญกุศลในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งพลังใจสำคัญในการส่งต่อความปรารถนาดี และร่วมกันนำพาพื้นที่บ้านเรากลับคืนสู่ความสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป













.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
25 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More