หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ส่งชุดหมอเดินเท้าลงพื้นที่ทุ่งยางแดง ห่วงใยสุขภาพกลุ่มเปราะบาง พร้อมบรรเทาความเดือดร้อนในชุมชน

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 ส่งชุดหมอเดินเท้าลงพื้นที่ทุ่งยางแดง ห่วงใยสุขภาพกลุ่มเปราะบาง พร้อมบรรเทาความเดือดร้อนในชุมชน

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองร้อยทหารพรานที่ 4416 จัดชุดหมอเดินเท้า เดินทางลงพื้นที่ ณ บ้านปาแดปาลัส หมู่ที่ 1 ตำบลปากู อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เพื่อปฏิบัติภารกิจพบปะเยี่ยมเยียน ให้คำแนะนำการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้น ตลอดจนแจกจ่ายยาสามัญประจำบ้านให้แก่พี่น้องประชาชนถึงบ้านพักอาศัย ตามโครงการ “หมอเดินเท้า ทุกก้าว เพื่อประชาชน” เพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขในระดับพื้นฐาน



การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ไม่สะดวกเดินทางไปรับการรักษาในสถานพยาบาล พร้อมทั้งให้บริการทางการแพทย์อย่างทั่วถึงและใกล้ชิด นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ร่วมพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบ ให้กำลังใจ ตลอดจนรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน เพื่อเป็นสื่อกลางในการประสานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ต่อไป



การปฏิบัติงานดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ได้รับการดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธีและทันท่วงที มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี กระชับความผูกพัน และสร้างความเชื่อมั่นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน สะท้อนถึงความตั้งใจจริงของกองทัพที่พร้อมจะช่วยเหลือและเคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
18 กันยายน 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



ชุดคุ้มครองตำบลรือเสาะออก บูรณาการร่วมทหารพรานและผู้นำท้องที่ พบปะแลกเปลี่ยนข่าวสาร เสริมความปลอดภัยให้ชุมชน

ชุดคุ้มครองตำบลรือเสาะออก บูรณาการร่วมทหารพรานและผู้นำท้องที่ พบปะแลกเปลี่ยนข่าวสาร เสริมความปลอดภัยให้ชุมชน

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ ตำบลรือเสาะออก อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ชุดคุ้มครองตำบลรือเสาะออก โดย หมวดโท มะซาเอะ สาและ หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลรือเสาะออก พร้อมด้วย กำลังพลชุดเตรียมพร้อม จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4604, ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจพบปะ พูดคุย และร่วมรับประทานอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่สำคัญในพื้นที่



การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อสร้างความคุ้นเคย กระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างหน่วยงานความมั่นคงกับผู้นำท้องที่ พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันในการติดตาม เฝ้าระวัง และแลกเปลี่ยนข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาความสงบเรียบร้อยในระดับหมู่บ้านให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ



การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและการบูรณาการร่วมกันในครั้งนี้ จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น ช่วยป้องกันและระงับเหตุร้ายในชุมชนได้อย่างทันท่วงที ตลอดจนสร้างความอุ่นใจ ความเชื่อมั่น และความมั่นคงในการดำเนินชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลรือเสาะออกอย่างยั่งยืน

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
18 กันยายน 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




"จำคุก 1 ปี" ศาลจังหวัดนราธิวาส พิพากษา 2 จำเลย ในคดีเหตุลอบวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. รวม 6 จุด ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส เมื่อ 11 ม.ค. 69

"จำคุก 1 ปี" ศาลจังหวัดนราธิวาส พิพากษา 2 จำเลย ในคดีเหตุลอบวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. รวม 6 จุด ในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส เมื่อ 11 ม.ค. 69


เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ศาลจังหวัดนราธิวาส พิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.615/69 ซึ่งมีจำเลย 2 ราย ได้แก่ นายฮัมบาลี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 1 และนายฮีกมี (สงวนนามสกุล) จำเลยที่ 2 ในคดีเหตุการณ์ลอบวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมัน ปตท. รวม 6 จุดในพื้นที่ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอจะแนะ อำเภอระแงะ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “อั้งยี่”



จากการพิจารณาพยานหลักฐาน ศาลชั้นต้นเห็นว่ามีข้อเท็จจริงเพียงพอให้รับฟังว่า จำเลยมี ความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ แต่ไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าจำเลยมีส่วนร่วมโดยตรงกับเหตุการณ์ลอบวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมันในวันดังกล่าว ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐาน อั้งยี่ เป็น "จำคุก 1 ปี" และเนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงเหลือ "จำคุก 6 เดือน" ทั้งนี้ ศาลมีคำพิพากษา โดยไม่รอการลงโทษ และมีการขังจำเลยระหว่างการอุทธรณ์ในคดีหมายเลขดำที่ อ.615/69



ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมโดยศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวน ก่อนมีคำพิพากษาตามฐานความผิดที่ศาลรับฟังได้ ขณะเดียวกัน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในเหตุการณ์วางเพลิงเป็นประเด็นที่ศาลได้พิจารณาแยกออกจากความผิดฐานอั้งยี่อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมาย อันเป็นการยืนยันถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนว่า ทุกคดีจะได้รับการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย และผู้กระทำความผิดต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเสมอภาค






.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
17 กันยายน 2569

#คดีสำคัญจังหวัดชายแดนภาคใต้
#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


ชุดคุ้มครองตำบลทุ่งคล้า จับมือผู้นำชุมชนและประชาชน ร่วมใจพัฒนาปรับปรุงแนวเขื่อนริมคลอง ป้องกันตลิ่งพังทลายในพื้นที่อำเภอสายบุรี

ชุดคุ้มครองตำบลทุ่งคล้า จับมือผู้นำชุมชนและประชาชน ร่วมใจพัฒนาปรับปรุงแนวเขื่อนริมคลอง ป้องกันตลิ่งพังทลายในพื้นที่อำเภอสายบุรี


ชุดคุ้มครองตำบลทุ่งคล้า จัดกำลังพลชุดปฏิบัติการ บูรณาการความร่วมมือร่วมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่ ร่วมกันลงพื้นที่ดำเนินกิจกรรมพัฒนาและปรับปรุงแนวเขื่อนริมคลองที่ชำรุดทรุดโทรม ณ บริเวณสะพานข้ามคลองวัดทุ่งคล้า หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งคล้า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี



การดำเนินงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาการกัดเซาะของตลิ่งริมน้ำ พร้อมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างเขื่อนเดิม เพื่อป้องกันอันตรายและสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนที่ใช้เส้นทางและอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยได้รับความร่วมมือร่วมใจและการสนับสนุนเป็นอย่างดียิ่งจากผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ตลอดการดำเนินงาน



การพัฒนาแนวเขื่อนในครั้งนี้จะช่วยให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถสัญจรไปมาได้อย่างปลอดภัย ป้องกันปัญหาดินสไลด์และสิ่งปลูกสร้างริมคลองพังทลายในช่วงฤดูน้ำหลาก ทั้งยังช่วยฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของหมู่บ้านให้มีความมั่นคงถาวร ยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และส่งเสริมความสามัคคีร่วมมือร่วมใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
17 กันยายน 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 จับมือผู้นำท้องที่และชาวบ้าน ร่วมใจสร้างบ้านช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอศรีสาคร

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 จับมือผู้นำท้องที่และชาวบ้าน ร่วมใจสร้างบ้านช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่อำเภอศรีสาคร


เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ บ้านเลขที่ 107 บ้านดาฮง หมู่ที่ 4 ตำบลเชิงคีรี อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 โดย ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 4912 พร้อมด้วย กำลังพลชุดช่างของหน่วย บูรณาการความร่วมมือร่วมกับ ผู้นำท้องที่ และประชาชนจิตอาสาในพื้นที่บ้านดาฮง เดินทางลงพื้นที่เข้าร่วมดำเนินการสร้างบ้านพักอาศัยให้แก่ นายเจ๊ะสะแม เจ๊ะนะ ซึ่งเป็นผู้ยากไร้และขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อยกระดับความสุขและความปลอดภัยในการอยู่อาศัย



การให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย พัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนกลุ่มเปราะบางให้ดีขึ้น ตลอดจนเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐกับประชาชนในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของกองทัพในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้



กิจกรรมดังกล่าวนับเป็นการสะท้อนถึงพลังความสามัคคีและการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ภายในชุมชน ที่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อเคียงข้างและเป็นที่พึ่งพาให้กับประชาชนในทุกสถานการณ์อย่างแท้จริง ภายใต้เจตนารมณ์ที่ว่า “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชน ในทุกโอกาส”

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
17 กันยายน 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




"ทุกนาทีมีความหมาย เมื่อคนในชุมชนต้องการความช่วยเหลือ ทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือกันเพื่อพากลับบ้านอย่างปลอดภัย" ทหาร ร้อย.ร.ที่ 3 ฉก.พัน.ร.ที่ 2 ผนึกกำลังชาวบ้าน เร่งค้นหาบุคคลสูญหายในพื้นที่ยะรัง ก่อนพบตัวและส่งต่อโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

"ทุกนาทีมีความหมาย เมื่อคนในชุมชนต้องการความช่วยเหลือ ทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือกันเพื่อพากลับบ้านอย่างปลอดภัย"
ทหาร ร้อย.ร.ที่ 3 ฉก.พัน.ร.ที่ 2 ผนึกกำลังชาวบ้าน เร่งค้นหาบุคคลสูญหายในพื้นที่ยะรัง ก่อนพบตัวและส่งต่อโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย


เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่ บ้านจาเราะบองอ หมู่ที่ 5 ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี กองร้อยทหารราบที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 (ร้อย.ร.ที่ 3 ฉก.พัน.ร.ที่ 2) โดย ร้อยเอก นันทวุฒิ เพ็งสุทธิ์ ผู้บังคับกองร้อยทหารราบที่ 3 หน่วยเฉพาะกิจกองพันทหารราบที่ 2 พร้อมกำลังพล ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ระดมกำลังออกค้นหาบุคคลสูญหาย หลังได้รับการร้องขอให้ช่วยติดตามค้นหาอย่างเร่งด่วน



บุคคลสูญหายเป็นผู้มีภาวะออทิสติกและมีอาการหลงลืม ทำให้ครอบครัวและคนในชุมชนมีความเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย การค้นหาจึงมุ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องและประสานความร่วมมือจากคนในพื้นที่ ซึ่งมีความคุ้นเคยกับเส้นทางและสภาพแวดล้อมในชุมชน ซึ่งการปฏิบัติแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ “พลังความร่วมมือของชุมชน” เมื่อเจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมกันค้นหา โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำผู้สูญหายกลับมาอยู่กับครอบครัวโดยเร็วและปลอดภัย



โดยผลการค้นหา เจ้าหน้าที่และประชาชนสามารถ พบบุคคลสูญหายเป็นที่เรียบร้อย เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ก่อนดำเนินการนำบุคคลสูญหายส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมต่อไป



เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงช่วยคลี่คลายสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนในการดูแลและช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่อาจมีข้อจำกัดในการดูแลตนเอง เพื่อให้ทุกคนสามารถกลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างปลอดภัย










.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
17 กันยายน 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


"Setiap minit amat bermakna. Apabila orang ramai dalam komuniti memerlukan bantuan, semua orang bersedia untuk bekerjasama bagi membawa mereka pulang dengan selamat." Askar-askar dari Kompeni Infantri ke-3, Batalion Infantri Pasukan Petugas ke-2, bergabung tenaga dengan penduduk kampung untuk segera mencari orang hilang di kawasan Yarang sebelum menemui dan membawa mereka ke hospital dengan selamat. Pada 16 September 2026, jam 9:00 pagi, di Ban Jaroh Bongor, Kampung No. 5, Mukim Khao Tum, Daerah Yarang, Wilayah Pattani, Kompeni Infantri ke-3, Batalion Infantri Pasukan Petugas ke-2 (Kompeni Infantri ke-3, Batalion Infantri Pasukan Petugas ke-2), yang diketuai oleh Kapten Nanthawut Pangsut, Komander Kompeni Infantri ke-3, Batalion Infantri Pasukan Petugas ke-2, bersama-sama tenteranya dan penduduk tempatan, telah bergerak untuk mencari orang hilang selepas menerima permintaan segera untuk mendapatkan bantuan. Orang hilang itu menghidap autistik dan menghidap demensia, menyebabkan kebimbangan terhadap keluarga dan komuniti mereka. Pencarian dijalankan secara berterusan dengan kerjasama penduduk tempatan yang biasa dengan laluan dan persekitaran komuniti. Operasi ini menunjukkan kepentingan... “Kuasa Kerjasama Komuniti”: Pegawai dan rakyat bekerjasama dalam operasi mencari dengan matlamat bersama untuk membawa orang hilang kembali kepada keluarga mereka dengan cepat dan selamat. Pencarian itu berjaya, dengan pegawai dan rakyat berjaya mengesan orang hilang itu kira-kira jam 2:00 petang. Individu itu kemudiannya dibawa ke Hospital Pusat Yala untuk rawatan yang sewajarnya. Insiden ini menunjukkan usaha kerjasama antara pegawai dan rakyat di kawasan tersebut. Ia bukan sahaja menyelesaikan situasi semasa tetapi juga mencerminkan kekuatan rangkaian komuniti dalam menjaga dan membantu mereka yang memerlukan, terutamanya individu yang mempunyai batasan dalam penjagaan diri, memastikan mereka selamat kembali kepada keluarga mereka. ................................................................. Pusat Perhubungan Awam, Markas Operasi Keselamatan Dalam Negeri Wilayah 4 Hadapan 17 September 2026



(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan





เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


"Every minute counts. When people in the community need help, everyone is ready to cooperate to bring them home safely." Soldiers from the 3rd Infantry Company, Task Force 2nd Infantry Battalion, joined forces with villagers to urgently search for a missing person in the Yarang area before finding and safely transporting them to the hospital. On September 16, 2026, at 9:00 AM, at Ban Jaroh Bongor, Village No. 5, Khao Tum Subdistrict, Yarang District, Pattani Province, the 3rd Infantry Company, Task Force 2nd Infantry Battalion (3rd Infantry Company, Task Force 2nd Infantry Battalion), led by Captain Nanthawut Pangsut, Commander of the 3rd Infantry Company, Task Force 2nd Infantry Battalion, along with his troops and local residents, mobilized to search for a missing person after receiving an urgent request for assistance. The missing person is autistic and suffers from dementia, causing concern for their family and the community. The search was conducted continuously with cooperation from local people who were familiar with the routes and the community environment. This operation demonstrates the importance of... “The Power of Community Cooperation”: Officials and citizens worked together in a search operation with the shared goal of bringing missing persons back to their families quickly and safely. The search was successful, with officials and citizens locating the missing person at approximately 2:00 PM. The individual was then transported to Yala Central Hospital for appropriate care. This incident exemplifies the collaborative efforts between officials and citizens in the area. It not only resolved the immediate situation but also reflects the strength of community networks in caring for and assisting those in need, especially individuals with limitations in self-care, ensuring their safe return to their families. ............................................................. Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters September 17, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More