รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในวันสถาปนาหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ครบรอบปีที่ 42
กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ร่วมกับ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
เจ้าหน้าที่จาก กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ร่วมกับ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ จึงเข้าตรวจสอบโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายนัสรูเลาะห์ สะมะ ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 3 หมาย รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันและคดีอื่นๆอีกหลายคดีในพื้นที่
ล่าสุด (วันนี้
21 มกราคม 2569) นายก้องสกุล จันทราช
ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดช่างที่มีความเชี่ยวชาญจาก
กองพันทหารช่างที่ 15 เข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหาย ประมาณการค่าใช้จ่าย
และเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเร่งวางแผนปฏิบัติงานรวมถึงการจัดส่งวัสดุก่อสร้าง
เข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ
และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยของประชาชนโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พลโท นรธิป
โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่มุ่งเน้นการดูแลช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน
ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน
และภาครัฐพร้อมจะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนอย่างไม่ทอดทิ้งกัน ไม่ว่าพื้นที่ใดก็ตาม
เพื่อให้พี่น้องประชาชนก้าวผ่านทุกอุปสรรคและความยากลำบากไปได้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้รถเทรลเลอร์ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ยืนยันไม่ใช่เหตุระเบิด อยู่ระหว่างพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง
กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเหตุเพลิงไหม้รถเทรลเลอร์ในพื้นที่สุไหงโก-ลก ยืนยันไม่ใช่เหตุระเบิด อยู่ระหว่างพิสูจน์หาสาเหตุที่แท้จริง
พันเอก
เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกรณีเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายระเบิดและเกิดเพลิงไหม้หัวรถเทรลเลอร์
ภายในโกดังไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโก-ลก
พื้นที่บ้านกวาลอซีรา หมู่ที่ 7 ตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก
จังหวัดนราธิวาส เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 21 มกราคม 2569 ซึ่งส่งผลให้โกดังและรถบรรทุกได้รับความเสียหาย
และก่อให้เกิดความกังวลในหมู่ประชาชน
ภายหลังเกิดเหตุ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4
ส่วนหน้า ได้บูรณาการร่วมกับตำรวจ สถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก
หน่วยเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด โดยเจ้าหน้าที่ EOD ได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางและนิรภัยพื้นที่แล้ว
ไม่พบชิ้นส่วนหรือเศษซากของวัตถุระเบิดแต่อย่างใด
จากการตรวจสอบในเบื้องต้นของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุลอบวางระเบิด
และไม่พบวัตถุต้องสงสัยหรือพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุด้านความมั่นคง
ในส่วนของการหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บรวบรวมวัตถุพยานและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยการประเมินขั้นต้นคาดว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภายในรถบรรทุกหรือถังน้ำมันที่เกิดความร้อนสะสม จนทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และการระเบิดขึ้น เนื่องจากภายในถังยังคงมีน้ำมันเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ ทั้งนี้สาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์โดยละเอียด
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค
4
ส่วนหน้า ขอให้ประชาชนมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน
ซึ่งได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส
และคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ
พร้อมขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวทางราชการ
หากมีความคืบหน้าประการใด จะรายงานให้ทราบต่อไป
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
“เยาวชนรุ่นใหม่ หัวใจเพื่อชาติ” กรมทหารพรานที่ 44 สร้างชาติไทยด้วยมือเรา ปลูกจิตสำนึกรักชาติในสถานศึกษา
พิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การปรับบทบาทกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยเร่งนำอาวุธปืนที่ยึดได้จากกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลสะเตงนอก ไปตรวจพิสูจน์ หลังพบผู้เสียชีวิตมีประวัติพัวพันคดีสำคัญ และร่วมก่อเหตุวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดยะลา
โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าการบังคับใช้กฎหมายพื้นที่ จ.ยะลา ยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย มีหมายจับ ป.วิอาญา รวม 3 หมาย
หน่วยงานความมั่นคง ปฏิบัติการร่วม 3 ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่เข้าบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 08.30 น. พันเอก ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา โดยมีรายละเอียดดังนี้ จากการรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุกรณีวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ในพื้นที่จังหวัดยะลา และได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่คาดว่าอาจเกี่ยวข้องจากกรณีดังกล่าว ได้เข้ามาพักพิง ในเขต บ้านเปาะยานิ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา จากนั้น เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา ประมาณ 00.20 นาฬิกา หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดยะลา หน่วยเฉพาะกิจยะลา กองกำลังตำรวจจังหวัดยะลา และกำลังร่วม 3 ฝ่าย ดำเนินการเข้าบังคับใช้กฎหมาย ต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งนี้ได้ดำเนินมาตรการจากเบาไปหาหนัก โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งได้เชิญ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่นเข้าพูดคุยเจรจาเพื่อให้บุคคลในบ้านได้แสดงตน ต่อมา เวลา 03.50 นาฬิกา ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน ใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อให้ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงออกมามอบตัว เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือและขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ในการร่วมกันสอดส่องดูแลพื้นที่ เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า หมายเลขโทรศัพท์ 1341 หรือแจ้งต่อหน่วยเฉพาะกิจจังหวัด ในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุน ที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
องคมนตรี ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาโรงเรียนพระดาบสฯ พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่


























































