รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ร่วมงานการกุศลสมทบทุนสร้างอาคารละหมาด โรงพยาบาลเทพา ส่งเสริมการเข้าถึงพื้นที่ประกอบศาสนกิจของประชาชน

รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ร่วมงานการกุศลสมทบทุนสร้างอาคารละหมาด โรงพยาบาลเทพา ส่งเสริมการเข้าถึงพื้นที่ประกอบศาสนกิจของประชาชน


เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 11.30 น. พันเอก ศรัญญู สังรี รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา พร้อมด้วยกำลังพลชุดเสริมสร้างความเข้าใจ และกำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 5021 หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 เข้าร่วมงานการกุศลสมทบทุนก่อสร้างอาคารละหมาด ณ โรงพยาบาลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา และรองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา ร่วมสมทบทุนในการก่อสร้างอาคารละหมาด เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนและผู้ป่วยมุสลิม รวมถึงครอบครัวที่มาใช้บริการโรงพยาบาล มีสถานที่สำหรับประกอบศาสนกิจที่เหมาะสมและสะดวกยิ่งขึ้น



การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนแนวทางการทำงานที่ให้ความสำคัญกับ “ความเข้าใจและการเคารพในวิถีชีวิตของประชาชน” โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรม การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนสามารถดำรงวิถีชีวิตและประกอบศาสนกิจได้อย่างเหมาะสม ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของการสร้างความไว้วางใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เพราะการสร้างความมั่นคงในพื้นที่ไม่ได้มีเพียงการดูแลความปลอดภัย แต่ยังรวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ประชาชนทุกกลุ่มรู้สึกว่า ได้รับการเคารพ เข้าถึงบริการ และมีพื้นที่ของตนเองในสังคมอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้











.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Timbalan Komander Pasukan Petugas Songkhla telah menyertai acara amal untuk mengumpul dana bagi pembinaan dewan solat di Hospital Thepha, bagi menggalakkan akses kepada ruang keagamaan untuk orang ramai. Pada 26 Ogos 2026, jam 11:30 pagi, Kolonel Saranyu Sangri, Timbalan Komander Pasukan Petugas Songkhla, bersama-sama kakitangan dari Unit Persefahaman dan Kompeni Infantri ke-5021, Pasukan Petugas Songkhla 40, telah menyertai acara amal untuk mengumpul dana bagi pembinaan dewan solat di Hospital Thepha, Daerah Thepha, Wilayah Songkhla. Komander dan Timbalan Komander Pasukan Petugas Songkhla turut menyumbang kepada pembinaan dewan solat, bertujuan untuk menyediakan tempat yang sesuai dan mudah untuk pesakit Muslim dan keluarga mereka melaksanakan tugas keagamaan mereka di hospital. Sokongan ini mencerminkan komitmen pasukan petugas untuk "memahami dan menghormati cara hidup masyarakat," terutamanya di kawasan yang mempunyai kepelbagaian agama dan budaya. Menyediakan ruang untuk semua orang menjalani kehidupan mereka dan mengamalkan agama mereka dengan sewajarnya adalah satu lagi elemen dalam membina kepercayaan dan kewujudan bersama yang aman. Memastikan keselamatan di kawasan ini bukan sahaja tentang menjaga keselamatan, tetapi juga tentang mewujudkan persekitaran di mana semua kumpulan orang berasa selesa. Dihormati, mempunyai akses kepada perkhidmatan, dan mempunyai tempat yang sama rata dalam masyarakat adalah asas untuk membina hubungan yang baik dan keamanan di wilayah sempadan selatan. ................................................................. Pusat Perhubungan Awam, Markas Hadapan Wilayah 4 Perintah Operasi Keselamatan Dalam Negeri 27 Ogos 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan




เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


The Deputy Commander of the Songkhla Task Force participated in a charity event to raise funds for the construction of a prayer hall at Thepha Hospital, promoting access to religious spaces for the public. On August 26, 2026, at 11:30 AM, Colonel Saranyu Sangri, Deputy Commander of the Songkhla Task Force, along with personnel from the Understanding Unit and the 5021st Infantry Company, Songkhla Task Force 40, participated in a charity event to raise funds for the construction of a prayer hall at Thepha Hospital, Thepha District, Songkhla Province. The Commander and Deputy Commander of the Songkhla Task Force also contributed to the construction of the prayer hall, aiming to provide Muslim patients and their families with a suitable and convenient place to perform their religious duties at the hospital. This support reflects the task force's commitment to "understanding and respecting the way of life of the people," especially in areas with religious and cultural diversity. Providing a space for everyone to live their lives and practice their religion appropriately is another element in building trust and peaceful coexistence. Ensuring security in the area is not just about maintaining safety, but also about creating an environment where all groups of people feel comfortable. Being respected, having access to services, and having an equal place in society are fundamental to building good relationships and peace in the southern border provinces. ............................................................. Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters August 27, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command

สภาสันติสุขตำบลพ่อมิ่ง เปิดเวทีสะท้อนผลกระทบเหตุความรุนแรง “เทศบาลตะลุบัน–เทศบาลพ่อมิ่ง” พร้อมรวมพลังประชาชนประกาศจุดยืนปฏิเสธความรุนแรง

สภาสันติสุขตำบลพ่อมิ่ง เปิดเวทีสะท้อนผลกระทบเหตุความรุนแรง “เทศบาลตะลุบัน–เทศบาลพ่อมิ่ง” พร้อมรวมพลังประชาชนประกาศจุดยืนปฏิเสธความรุนแรง


> วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี นายมะนาแซ บือซา กำนันตำบลพ่อมิ่ง ในฐานะประธานสภาสันติสุขตำบลพ่อมิ่ง เป็นประธานการประชุมสภาสันติสุขตำบลพ่อมิ่ง (วาระพิเศษ) พร้อมจัดกิจกรรมรณรงค์ถือป้าย “ปฏิเสธความรุนแรง” โดยมีหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง



> การประชุมจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนร่วมสะท้อนปัญหา ความรู้สึก และผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานที่ราชการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัพย์สิน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ตลอดจนความเชื่อมั่นและการดำรงชีวิตของประชาชน หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญคือ เหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองตะลุบัน (หลังใหม่) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ส่งผลให้อาคารและทรัพย์สินได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ขณะที่ในคืนวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 21.10 น. เกิดเหตุลอบวางเพลิงและวางระเบิดบริเวณโรงรถและป้อมยามสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 6 คน ลักลอบเข้ามาภายในสำนักงาน ก่อนแยกกำลังกันก่อเหตุวางเพลิงรถยนต์ของเทศบาล ส่งผลให้รถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาลได้รับความเสียหายรวม 3 คัน รวมถึงนำระเบิดแสวงเครื่องไปวางไว้บริเวณป้อมยาม ก่อนหลบหนี ทำให้เกิดระเบิดและสร้างความเสียหายแก่ป้อมยาม



> เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเทศบาลและการให้บริการประชาชน เนื่องจากยานพาหนะที่ได้รับความเสียหายเป็นทรัพย์สินที่จัดไว้เพื่อช่วยเหลือและดูแลประชาชนในพื้นที่ ทั้งรถดับเพลิง รถเก็บขยะ และยานพาหนะสำหรับภารกิจช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่และประชาชนยังต้องเผชิญกับผลกระทบด้านความรู้สึกและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

> ด้านหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะต่ออาคารและยานพาหนะของทางราชการเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง พร้อมสะท้อนว่า การกระทำดังกล่าวมุ่งทำลายทรัพย์สินและสร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อประชาชน จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนช่วยกันสอดส่อง เฝ้าระวัง และร่วมกันต่อต้านการก่อเหตุที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน



> ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานจากสถานที่เกิดเหตุแล้ว โดยอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงการตรวจดีเอ็นเอเพื่อเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิจารณาว่าสามารถกู้คืนข้อมูลได้หรือไม่ ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ หากมีความคืบหน้าหรือสามารถขยายผลไปถึงผู้ก่อเหตุได้ จะมีการชี้แจงให้ทราบต่อไป

> ส่วนฝ่ายปกครอง ได้เสนอแนวทางเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญ และพัฒนาระบบที่สามารถติดตามหรือแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์ได้ รวมถึงระบบสัญญาณ SOS เพื่อให้สามารถส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมีแนวทางติดตั้งไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์บริเวณถนนหรือจุดเปลี่ยวในหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน



> ขณะที่ประชาชนที่เข้าร่วมการประชุมต่างสะท้อนตรงกันว่า ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นอีก และเห็นว่าทุกฝ่ายควรร่วมกันพูดคุยถึงแนวทางการช่วยเหลือและมาตรการดูแลความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตและติดต่อราชการได้ตามปกติ สำหรับการให้บริการประชาชนในช่วงที่อาคารเทศบาลได้รับความเสียหาย มีการเตรียมพื้นที่บริเวณด้านหน้าอาคารใกล้สนามฟุตบอลหญ้าเทียม เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการชั่วคราวและรองรับประชาชนที่ต้องมาติดต่อราชการในระหว่างการฟื้นฟูสถานที่

> ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้สะท้อนว่า ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชุมชนสามารถดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ต่างฝ่ายต่างปฏิบัติหน้าที่และอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม การจัดเวทีในครั้งนี้จึงมีความสำคัญในการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และรวมพลังของประชาชนให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ โดยยึดแนวทางสันติและไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ภายหลังการประชุม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันถือป้ายรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันของประชาชนและทุกภาคส่วนในพื้นที่ ภายใต้ข้อความ อาทิ “หยุดความรุนแรง หยุดการสูญเสีย” “เราไม่เอาความรุนแรง” “พลังประชาชนปฏิเสธความรุนแรง” “ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรง” “รวมพลังยุติความรุนแรง” และ “เงียบไม่ใช่ทางออก เราต้องช่วยกันบอกเพื่อยุติความรุนแรง”



> กิจกรรมดังกล่าวเป็นการส่งเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ว่า ความรุนแรงไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับฝ่ายใด หากแต่สร้างความสูญเสียและผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันดูแลความปลอดภัย สร้างความเข้าใจ และใช้แนวทางสันติในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมพหุวัฒนธรรม พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชนทุกศาสนาและทุกกลุ่ม ร่วมเป็นพลังสำคัญในการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุ และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เพื่อให้ตำบลพ่อมิ่งและพื้นที่โดยรอบกลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน
.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569

อำเภอศรีสาคร รวมพลังประชาชน ผู้นำศาสนา และเจ้าหน้าที่ ละหมาดฮายัต เดินรณรงค์ต้านความรุนแรง ประกาศจุดยืนประชาชน “สันติสุขต้องเกิดจากคนในพื้นที่”

อำเภอศรีสาคร รวมพลังประชาชน ผู้นำศาสนา และเจ้าหน้าที่ ละหมาดฮายัต เดินรณรงค์ต้านความรุนแรง ประกาศจุดยืนประชาชน “สันติสุขต้องเกิดจากคนในพื้นที่”


วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 08.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส นายกิตตินันท์ เซ็งกะชรี นายอำเภอศรีสาคร เป็นประธานในกิจกรรม ละหมาดฮายัตและเดินรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง โดยมีพันเอก ชาญฤทธิ์ ฮันสราช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49 พร้อมกำลังพล ประชาชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนกว่า 200 คน ร่วมแสดงพลังเพื่อเรียกร้องความสงบและสันติสุขในพื้นที่ สะท้อนการทำงานที่มุ่งสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐกับชุมชน ไม่ใช่เพียงการดูแลความปลอดภัย แต่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของชุมชนด้วยตนเอง



ด้านนายกิตตินันท์ เซ็งกะชรี นายอำเภอศรีสาคร กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวมพลังของพี่น้องประชาชน ผู้นำศาสนา และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ ร่วมกันละหมาดฮายัตและขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮ์ ขอให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสงบสุข ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย และขอให้ทุกคนร่วมกันปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ นอกจากนี้ การเดินรณรงค์ยังเป็นการสื่อสารถึงจุดยืนของประชาชนในพื้นที่ว่า ทุกคนต้องการเห็นความสงบและสันติสุขเกิดขึ้นในชุมชน โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง และอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน



หัวใจสำคัญของกิจกรรมคือการ “ปฏิเสธความรุนแรง” ผ่านพลังของประชาชนและผู้นำศาสนา โดยร่วมละหมาดฮายัตและขอดุอาอ์ให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ ประชาชนสามารถใช้ชีวิต ประกอบอาชีพ และส่งบุตรหลานไปเรียนได้อย่างปลอดภัย พร้อมเดินรณรงค์สื่อสารจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประชาชนต้องการสันติ ไม่ต้องการความรุนแรง



การรวมพลังครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการสร้าง “พลังของชุมชน” เพื่อตัดวงจรความรุนแรงด้วยความร่วมมือ ความไว้วางใจ และการช่วยกันดูแลพื้นที่ เพราะสันติสุขที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ เมื่อประชาชนลุกขึ้นมามีส่วนร่วมและส่งเสียงร่วมกันว่า ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบของอนาคตชายแดนใต้









.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



เนื้อข่าวภาษารูมี (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Daerah Sri Sakhon menyatukan rakyat, pemimpin agama, dan pegawai dalam perarakan solat Hayat dan anti-keganasan, mengisytiharkan pendirian rakyat: “Keamanan mesti datang dari dalam komuniti.”


Pada 27 Ogos 2026, jam 8:30 pagi, di Pejabat Daerah Sri Sakhon, Wilayah Narathiwat, Encik Kittinan Sengkachari, Ketua Daerah Sri Sakhon, mempengerusikan perarakan solat Hayat dan anti-keganasan. Kolonel Chanarit Hansaraj, Komander Pasukan Petugas Rejimen Renjer ke-49, bersama-sama pasukannya, rakyat, pemimpin agama, pemimpin tempatan, dan pegawai dari semua sektor—lebih 200 orang secara keseluruhan—menyertai satu demonstrasi solidariti untuk menyeru keamanan dan ketenteraman di kawasan tersebut. Ini mencerminkan tumpuan kerajaan terhadap kerjasama dengan komuniti, bukan sahaja menyediakan keselamatan, tetapi juga memperkasakan rakyat untuk mengambil bahagian dalam menentukan hala tuju komuniti mereka sendiri.


Encik Kittinan Sengkachari, Ketua Daerah Sri Sakhon, menyatakan bahawa tujuan acara ini adalah untuk menyatukan rakyat, pemimpin agama, dan pegawai dari semua sektor di kawasan tersebut melalui doa Hayat dan permohonan kepada Allah. Kami berdoa untuk keamanan dan ketenteraman di wilayah sempadan selatan, agar rakyat dapat hidup dengan aman, dan agar semua orang menolak semua bentuk keganasan. Tambahan pula, perarakan ini berfungsi sebagai komunikasi pendirian rakyat: semua orang menginginkan keamanan dan ketenteraman dalam komuniti mereka, yang dicapai melalui kerjasama dari semua sektor untuk membina persefahaman, mengurangkan konflik, dan hidup bersama berdasarkan saling menghormati.


Teras aktiviti ini adalah "menolak keganasan" melalui kuasa rakyat dan pemimpin agama. Ini termasuk doa Hajat dan permohonan untuk kembalinya keamanan ke wilayah sempadan selatan, yang membolehkan orang ramai hidup, bekerja, dan menghantar anak-anak mereka ke sekolah dengan selamat. Perarakan ini dengan jelas menyampaikan pendirian rakyat: mereka mahukan keamanan, bukan keganasan.


Usaha kolektif ini bukan sekadar aktiviti simbolik, tetapi cara untuk membina "kuasa komuniti" bagi memutuskan kitaran keganasan melalui kerjasama, kepercayaan, dan saling menjaga. Keamanan berkekalan hanya dapat dicapai apabila orang ramai bangkit, mengambil bahagian, dan menyuarakan kebimbangan mereka bahawa keganasan bukanlah jawapan untuk masa depan wilayah sempadan selatan.


.................................................................

Pusat Perhubungan Awam, Markas Hadapan Wilayah 4 Perintah Operasi Keselamatan Dalam Negeri

27 Ogos 2026


(Translated by ChatGPT)


#Markas keselamatan dalam negara wilayah 4, bahagian hadapan





เนื้อข่าวภาษาอังกฤษ (แปลโดย : ChatGPT) 👇👇


Sri Sakhon District Unites Citizens, Religious Leaders, and Officials in Hayat Prayer and Anti-Violence March, Declaring: “Peace Must Come from Within the Community.”


On August 27, 2026, at 8:30 AM, at the Sri Sakhon District Office, Narathiwat Province, Mr. Kittinan Sengkachari, the District Chief of Sri Sakhon, presided over the Hayat prayer and anti-violence march. Colonel Chanarit Hansaraj, Commander of the 49th Ranger Regiment Task Force, along with his troops, citizens, religious leaders, local leaders, and officials from all sectors—over 200 people in total—participated in a show of solidarity to call for peace and tranquility in the area. This reflects the government's focus on cooperation with the community, not just providing security, but also empowering citizens to participate in determining their own community direction.


Mr. Kittinan Sengkachari, the District Chief of Sri Sakhon, stated that the purpose of this event was to unite the people, religious leaders, and officials from all sectors in the area through a Hayat prayer and supplication to Allah. We pray for peace and tranquility in the southern border provinces, that people can live safely, and that everyone rejects all forms of violence. Furthermore, the march serves as a communication of the people's stance: everyone desires peace and tranquility in their communities, achieved through cooperation from all sectors to build understanding, reduce conflict, and live together based on mutual respect.


The core of the activity is “rejecting violence” through the power of the people and religious leaders. This included a Hajat prayer and supplication for the return of peace to the southern border provinces, allowing people to live, work, and send their children to school safely. The march clearly communicates the people's position: they want peace, not violence.


This collective effort is not merely a symbolic activity, but a way to build “community power” to break the cycle of violence through cooperation, trust, and mutual care. Lasting peace can only be achieved when people rise up, participate, and voice their concerns that violence is not the answer for the future of the southern border provinces.


.............................................................

Public Relations Center, Internal Security Operations Command Region 4 Forward Headquarters

August 27, 2026


(Translated by ChatGPT)


#Dir,ISOC4

#4th Army Area Commander

#Internal Security Operations Command Region 4 Forward Command

ราชองครักษ์ในพระองค์ ลงพื้นที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สำรวจสถานที่เตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ

ราชองครักษ์ในพระองค์ ลงพื้นที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า สำรวจสถานที่เตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ


▪️วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เวลา 08.30 น. ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ฉกาจ ประสงค์ ราชองครักษ์ในพระองค์ กรมราชองครักษ์ สำนักพระราชวัง พร้อมคณะฯ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อสำรวจสถานที่และเตรียมการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งมีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในห้วงวันที่ 15–18 กันยายน 2569 นี้ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ ตำรวจ และทหาร ร่วมให้การต้อนรับ



▪️ในการนี้ คณะราชองครักษ์ในพระองค์ได้สำรวจสถานที่จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการภายในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จากนั้น ได้สำรวจพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเสด็จพระราชดำเนิน เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ เส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน ตลอดจนจุดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถวายความปลอดภัยและการอำนวยความสะดวก


▪️การลงพื้นที่สำรวจในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเตรียมการรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และถวายความปลอดภัยอย่างสูงสุด ในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ จะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ในห้วงวันที่ 15 – 18 กันยายน 2569 นี้ 

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569

มทภ.4 ย้ำต้องมองสถานการณ์ชายแดนใต้ ให้รอบด้าน ยึดข้อเท็จจริง แก้ทุกปัจจัยที่สนับสนุนการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ อย่างจริงจัง

มทภ.4 ย้ำต้องมองสถานการณ์ชายแดนใต้ ให้รอบด้าน ยึดข้อเท็จจริง แก้ทุกปัจจัยที่สนับสนุนการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ อย่างจริงจัง


“สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและเกิดจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน การทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถมองเพียงมิติใดมิติหนึ่ง แต่ต้องพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบด้าน ครบทุกมิติ และอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง”
ในฐานะแม่ทัพ ผมยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นต้องมองสถานการณ์ให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านความมั่นคง การเมือง ยาเสพติด การค้าของหนีภาษี การลักลอบขนสินค้า อาชญากรรม เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทุกปัจจัยล้วนมีความเชื่อมโยงและส่งผลต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ดังนั้น ทุกเรื่องจึงต้องได้รับการติดตาม ตรวจสอบ และแก้ไขอย่างจริงจัง ตรงจุด และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของพื้นที่
สิ่งสำคัญที่สุด คือการมองภาพรวมให้ครบถ้วน ไม่ละเลยปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และใช้ข้อเท็จจริงเป็นพื้นฐานในการดำเนินงาน เพื่อจัดการกับทุกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย
เป้าหมายของเราคือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ลดเงื่อนไขของปัญหา และนำไปสู่ความสงบ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569

ชุดคุ้มครองตำบลสาวอ ร่วมขับเคลื่อนสภาสันติสุข พัฒนาพื้นที่ด้วยพลังทุกภาคส่วน

ชุดคุ้มครองตำบลสาวอ ร่วมขับเคลื่อนสภาสันติสุข พัฒนาพื้นที่ด้วยพลังทุกภาคส่วน


วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ชุดคุ้มครองตำบลสาวอ เข้าร่วมการประชุมสภาสันติสุขประจำตำบล ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสาวอ หมู่ที่ 2 ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายและหารือแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างมีส่วนร่วม



ภายใต้การอำนวยการของ นายกองโท ณัฏฐ์กร บุญโรภาคย์ ผู้บังคับกองร้อยกองอาสารักษาดินแดนอำเภอรือเสาะ ที่ 7 โดยมอบหมายให้ นายหมวดเอก อรรถพล ณะราศรี รองผู้บังคับกองร้อย พร้อมด้วย นายหมวดโท บุญฦทธิ์ สิริกุสโลปกรณ์ ปลัดอำเภอ/หัวหน้าชุดคุ้มครองตำบลสาวอ เข้าร่วมประชุมร่วมกับ นายมาหะมะสะบือรี มะเย็ง กำนันตำบลสาวอ นายธีระสรรค์ เจ๊ะเลาะ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสาวอ จ่าสิบเอก สุปชัย เพชรโกษี รองผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 4608 สมาชิกอาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบล ตลอดจนผู้นำท้องถิ่นและผู้นำศาสนา

การประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาตำบลสาวอ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจ ความสามัคคี และสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป





......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 สิงหาคม 2569

#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More