ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก แจ้งแนวปฏิบัติการนำรถเข้า-ออก ไทย-มาเลเซีย

ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก แจ้งแนวปฏิบัติการนำรถเข้า-ออก ไทย-มาเลเซีย


การเดินทางข้ามพรมแดนระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะการนำรถยนต์ส่วนบุคคลผ่านแดน จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องตามขั้นตอนของทางราชการ ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การขออนุญาต ระยะเวลาการใช้รถ ตลอดจนข้อปฏิบัติกรณีเกิดเหตุจำเป็น เพื่อให้ประชาชนและนักเดินทางสามารถเตรียมความพร้อมและใช้บริการผ่านด่านพรมแดนได้อย่างถูกต้อง

นายปฏิกรณ์ ลิ่วเวหา หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ในการนำยานพาหนะเข้า-ออก ไทย-มาเลเซีย ช่องทางด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก มีการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อให้การเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศเป็นไปด้วยความถูกต้อง ถูกระเบียบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ กรณีต้องการนำรถจากประเทศไทยออกไปนอกราชอาณาจักร ผู้นำออกจำเป็นต้องมีเอกสารต้นฉบับคู่มือรถ พร้อมหนังสือเดินทาง หนังสือผ่านเเดนในการเเสดงต่อเจ้าหน้าที่ สำหรับกรณีเป็นผู้รับมอบอำนาจ ส่วนนี้จะต้องมีสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบ ผู้รับมอบ และเอกสารมอบอำนาจมาเเสดงต่อเจ้าหน้าที่ในการทำใบขนพิเศษเพื่อการเดินทางเข้าสู่ประเทศมาเลเซียด้วย สำหรับกรณีรถที่ติดไฟแนนซ์ ส่วนนี้จำเป็นต้องไปขอเอกสารการมอบอำนาจจากทางบริษัทไฟแนนซ์มาเเสดงต่อเจ้าหน้าที่ประกอบการทำเอกสารจึงจะนำรถออกไปนอกราชอาณาจักรได้ 

กรณีต้องการนำรถจากประเทศมาเลเซียเดินทางเข้าสู่ราชอาณาจักร ผู้นำเข้าจะต้องใช้เอกสารต้นฉบับคู่มือรถ หนังสือเดินทาง หนังสือผ่านแดน และในส่วนของใบมอบอำนาจนั้นจะต้องไปขอจากศาลของประเทศมาเลเซีย และในกรณีที่จำเป็นจะต้องใช้เอกสารประกอบเพิ่มเติม เอกสารเหล่านั้นจำเป็นจะต้องออกเป็นเอกสารภาษาอังกฤษเท่านั้น 

ทั้งนี้การดำเนินการใบขนพิเศษรถเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรไทย จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการให้บริการ ในด้านระยะเวลาในการนำรถจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในราชอาณาจักรไทย จะอนุญาตให้นำรถเข้ามาใช้ได้นาน 30 วัน เช่นเดียวกับระยะเวลาที่ทางตม.อนุญาตให้ชาวชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ 

กรณีรถที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทยเกิดอุบัติเหตุความเสียหาย ไม่สามารถนำรถกลับออกนอกราชอาณาจักรได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ทางด่านศุลกากรจะมีบริการขยายระยะเวลาพิเศษสำหรับเหตุความจำเป็นในส่วนนี้ ดังนั้น ขอแจ้งไปยังชาวมาเลเซียที่เกิดอุบัติเหตุไม่สามารถนำรถกลับออกนอกราชอาณาจักรได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ขอให้มาติดต่อสำนักงานศุลกากรก่อนจะครบกำหนดเวลา พร้อมยื่นหลักฐานประกอบการพิจารณา ประกอบด้วย ภาพถ่ายของรถ พร้อมเอกสารรับรองการซ่อมจากอู่ซ่อมรถที่เเจ้งถึงรายละเอียดความเสียหายหรือจุดที่ทำงานบกพร่องของรถ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียค่าปรับ ซึ่งตามปกติเเล้วจะต้องเสียค่าปรับที่วันละ 1,000 บาท และปรับสูงสุดได้ไม่เกิน 10,000 บาท แต่หากพิสูจน์ได้ว่ามีพฤติกรรมที่เข้าข่ายการกระทำความผิด เจตนาไม่นำรถกลับออกนอกราชอาณาจักร ส่วนนี้จะมีความผิดถูกดำเนินคดีฐานการลักลอบหนีศุลกากร 

นอกจากนี้ทางด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ขอความร่วมมือถึงผู้ที่จะนำรถจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ขอให้มีการนำรถของท่านต่อ พรบ.อยู่เสมอเพื่อการคุ้มครองประกันภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วย และเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการในช่องทางการทำใบขนพิเศษ สามารถยื่นคำร้องและกรอกข้อมูลรถของท่านผ่านแอปพลิเคชัน TTA เพื่อลดระยะเวลาการบันทึกข้อมูลของเจ้าหน้าที่

สำหรับกรณีเป็นผู้ใช้บริการรายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติ โดยกรอกข้อมูลส่วนบุคคลในครั้งแรกจากนั้นในครั้งต่อไปสามารถสแกน QR Code จากเครื่องของเจ้าหน้าที่ได้เลย เพราะมีข้อมูลอยู่ในระบบฐานข้อมูลของเจ้าหน้าที่อยู่แล้วซึ่งจะช่วยให้ดำเนินการในส่วนนี้ได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More