ฉก.สงขลา ห่วงใยเยาวชนถูกทำร้ายในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เร่งประสานทุกภาคส่วนช่วยเหลือและเยียวยาอย่างใกล้ชิด
ตามที่เกิดเหตุเยาวชนถูกทำร้ายร่างกายในพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามสถานการณ์และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือเยาวชนผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พันโท ภานุพงศ์ ชนะวรรณโณ ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจสงขลา ได้เข้าพบ นางวาสนา พงษ์กาญจนารักษ์ ปลัดอำเภอสะบ้าย้อย เพื่อสอบถามความคืบหน้าของเหตุการณ์และแนวทางการเยียวยา จากการตรวจสอบพบว่า ภายหลังเกิดเหตุ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้เข้าช่วยเหลือและนำเยาวชนผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลสะบ้าย้อยเพื่อรับการรักษา โดยพบว่ามีอาการซี่โครงร้าว เจ็บบริเวณซี่โครงและหายใจติดขัด ซึ่งมีกำหนดเข้ารับการตรวจติดตามอาการอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน นายมันต์อินทร์ ศิริรัตน์ นายอำเภอสะบ้าย้อย ได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลและความต้องการของครอบครัว เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสม ขณะที่โรงพยาบาลสะบ้าย้อยและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอสะบ้าย้อย ร่วมดูแลและให้คำแนะนำด้านสุขภาพจิตแก่เยาวชนและครอบครัวที่เกี่ยวข้อง ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลจะแหนและโรงเรียนบ้านคอลอมุดอ ร่วมพิจารณาการช่วยเหลือด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา พร้อมประสานนักจิตวิทยาเข้าดูแลสภาพจิตใจ เพื่อสร้างความมั่นใจและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้แก่เด็กและเยาวชน
สำหรับความคืบหน้าทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสะบ้าย้อยได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จำนวน 7 ราย แบ่งเป็นเยาวชนอายุเกิน 12 ปี จำนวน 5 ราย และอายุต่ำกว่า 12 ปี จำนวน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประสานทีมสหวิชาชีพเข้าร่วมกระบวนการสอบสวน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนทุกฝ่าย นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน มูลนิธิ และกลุ่มจิตอาสา เข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายปกครองในพื้นที่ได้ประสานการดูแลเงินบริจาคและสิ่งของช่วยเหลือให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและตรงตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพหรือคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหารุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเยาวชนและครอบครัว
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ พร้อมสนับสนุนการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดูแลช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้แก่ประชาชน ตลอดจนร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
3 พฤศจิกายน 2569















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น