รองเสนาธิการทหาร บินลงใต้ พร้อมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามประเด็นเร่งด่วน มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมคณะอนุกรรมการและคณะทำงานลงใต้ เพื่อประชุมหารือ ติดตาม และประเมินความก้าวหน้าการดำเนินงานตามประเด็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม 2569 ณ ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีเป้าหมายในการบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
โดยวานนี้ (31 กรกฎาคม 2569 ) ประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้ประชุมติดตามผลการดำเนินงานผ่านระบบการประชุมทางไกล (VTC) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในแต่ละด้าน ก่อนที่ในวันนี้ (1 สิงหาคม 2569) เดินทางลงใต้ด้วยตนเอง เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าและรับฟังข้อมูลจากหน่วยปฏิบัติในพื้นที่โดยตรง โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และผู้บังคับบัญชา ผู้แทนจาก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง ตลอดจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามมติที่ประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความชัดเจน เป็นระบบ และเกิดผลสัมฤทธิ์ พร้อมกำหนดประเด็นเร่งด่วนสำหรับใช้เป็นกรอบการดำเนินงานในระยะแรก เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในโอกาสนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้สนับสนุนการจัดประชุม พร้อมเชิญหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานด้านการศึกษา หน่วยงานฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินงานในประเด็นเร่งด่วน อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับสาระสำคัญของการประชุม ได้แบ่งการหารือออกเป็น 5 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสถานศึกษา เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การพัฒนาในทุกมิติให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและบริบทด้านความมั่นคง การพัฒนาระบบข้อมูลชีวมิติ (Biometric) และการระบุสถานะบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลภาครัฐ การเสริมสร้างศักยภาพศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ (ศปก.อำเภอ) ให้มีความเข้มแข็ง และการบูรณาการด้านการข่าว เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล สนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์ และการวางแผนปฏิบัติงานด้านความมั่นคงอย่างเป็นระบบ
ตลอดการประชุม ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้นำเสนอผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในแต่ละประเด็น พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างครอบคลุมและยั่งยืน
ด้าน พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้ได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การกำหนดนโยบายและมาตรการต่าง ๆ มีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานตามประเด็นเร่งด่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ผลการประชุมจะถูกรวบรวมและสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนผลักดันไปสู่การปฏิบัติในทุกระดับ โดยอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่ความสงบสุข ความมั่นคง และการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป























0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น