"เปิดมุมมองวิชาการจากงานเสวนา ‘ประวัติศาสตร์ปาตานี ที่ไม่มีอยู่จริง?’ เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่อยากให้คนในพื้นที่ได้เข้าใจ"
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.40 น. ณ ห้องประชุมชูเกียรติ ปิติเจริญกิจ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ศูนย์สมุทรรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา และคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ "ประวัติศาสตร์ปาตานีที่ไม่มีอยู่จริง?" โดยได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ธงชัย วินิจจะกุล (ศาสตราจารย์กิตติคุณ ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา) ร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ประวัติศาสตร์ไม่น่ากลัว ไม่ต้องปิดหูปิดตาตัวเอง"
การเสวนาในครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง การเสวนาวิชาการ “ประวัติศาสตร์ปาตานี ที่ไม่มีอยู่จริง?” ประกอบด้วย รศ.ดร.อรอนงค์ ทิพย์พิมล (อาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์), รศ.ดร.วันวิสาข์ ธรรมนันท์ (อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี), ดร.ยูเนียนลาสามีต้า สาเมาะ (อาจารย์ประจำหลักสูตรภาษามลายูและมลายูศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) และคุณจีรวุฒิ บุญรัศมี (นักวิชาการอิสระและนักเขียน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ การเมือง และสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้) โดยมี ผศ.อัสมา มังกรชัย (อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี) ดำเนินรายการเสวนาเพื่อร่วมทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านมุมมองทางวิชาการบนพื้นฐานของเหตุผลและการเคารพความหลากหลายของข้อคิดเห็น
ประเด็นสำคัญของงานเสวนาในครั้งนี้ เป็นการนำเสนอข้อมูลทางวิชาการเพื่อทำความเข้าใจพัฒนาการของชื่อเรียกและอัตลักษณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีรากฐานมาจากบันทึก พงศาวดาร และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่หลากหลายในแต่ละยุคสมัย โดยวิทยากรได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงที่มา การอ่าน และการเขียนชื่อเรียกต่างๆ เพื่อให้เห็นถึงพลวัตของประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามบริบทสังคม การสร้างความเข้าใจที่เท่าทันต่อที่มาของข้อมูลและการอ่านประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางความคิด" ให้แก่ประชาชน
เวทีเสวนาในครั้งนี้นับเป็นการเปิดพื้นที่ปลอดภัย เปิดโอกาสให้มีการนำหลักฐานทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ร่วมกันบนพื้นฐานของเหตุผล เปลี่ยนการ "ปิดกั้น" ให้กลายเป็น "การแลกเปลี่ยน" บนฐานข้อมูลที่รอบด้านและเป็นจริง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและคลี่คลายความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน อันจะเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการลดความขัดแย้ง และขับเคลื่อนสังคมสู่สันติสุขร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
9 กรกฎาคม 2569
















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น