รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) เร่งขยายผลผู้เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำยึดหลักนิติธรรม

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องบริเวณหน้า สภ.ตันหยง (หลังเก่า) เร่งขยายผลผู้เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำยึดหลักนิติธรรม



จากเหตุคนร้ายใช้รถยนต์บรรทุกระเบิดแสวงเครื่องก่อเหตุบริเวณหน้า สถานีตำรวจภูธรตันหยง (หลังเก่า) ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหาย นั้น



ล่าสุด วันนี้ (22 กรกฎาคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งบูรณาการกำลังทุกฝ่ายทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่า คนร้ายใช้ ระเบิดแสวงเครื่องจำนวน 2 ลูก ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์ โดยมีถังแก๊สขนาด 4 และ 15 กิโลกรัมเป็นภาชนะบรรจุและจุดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเปรียบเทียบรูปแบบการประกอบระเบิดกับคดีความมั่นคงที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ก่อเหตุ



สำหรับผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุเป็น รถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา โดยคนร้ายใช้ ป้ายทะเบียนปลอม ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นทะเบียนของ รถยนต์นิสสัน รุ่นซันนี่ สีเทา มีนายประจักษ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งอยู่ที่ อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้ครอบครอง แสดงให้เห็นว่าป้ายทะเบียนถูกนำมาสวมเพื่ออำพรางการติดตาม ส่วนรถที่ใช้ก่อเหตุ เป็น รถยนต์มิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีเทา ตรงกับข้อมูลทะเบียนรถ ที่มี นางเพ็ญพักตร์ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้ครอบครองซึ่งอยู่ในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และจากตรวจสอบติดตามจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบว่า รถคัน ดังกล่าวถูกขับขี่ผ่านด่านตรวจไพรวัน ในเวลาประมาณ 18 นาฬิกา47 นาที ก่อนเกิดระเบิดไม่นาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ ผู้ร่วมขบวนการ รวมถึงขยายผลไปยังเครือข่ายผู้จัดหารถ ผู้ดัดแปลงรถ และผู้วางแผนก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย



จากความเชื่อมโยงดังกล่าว นำไปสู่การสนธิกำลังของหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดนราธิวาสและหน่วยงานความมั่นคงเข้าบังคับใช้กฎหมาย ตรวจสอบบ้านเป้าหมายในพื้นที่ตำบลบางปอ อำเภอเมืองนราธิวาส เชิญตัวนายอาลียะห์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส พร้อมตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อบันทึกสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนส่งตัวเข้าสู่ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ (ค่ายจุฬาภรณ์) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการสืบสวน ขยายผลต่อไป



ทั้งนี้ ภายหลังเหตุการณ์ หน่วยงานด้านความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณสถานที่ราชการ จุดตรวจ และพื้นที่เสี่ยง พร้อมกำชับทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัย เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีบนพื้นฐานของพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมอย่างโปร่งใส ควบคู่กับการเคารพหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด


กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลหรือวัตถุต้องสงสัย หรือพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. หมายเลข 1341 หรือแจ้งหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันเฝ้าระวังและสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
22 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More