รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย อยู่ระหว่างขอหมายจับเพิ่ม 1 ราย พบอาวุธปืนเชื่อมโยงคดีความมั่นคงในพื้นที่หลายคดี

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 1 ราย อยู่ระหว่างขอหมายจับเพิ่ม 1 ราย พบอาวุธปืนเชื่อมโยงคดีความมั่นคงในพื้นที่หลายคดี


วันนี้ (27 กรกฎาคม 2569) พันเอก เอกวริทธิ์  ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวน 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด ศาลจังหวัดนราธิวาสอนุมัติออกหมายจับ นายอาซีซัน (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดนราธิวาส ที่ 439/2569 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติศาลออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 ราย ภายหลังปรากฏพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงการมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

ในส่วนของการขยายผล เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย จำนวน 3 ราย ซึ่งทั้ง 3 ราย ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยขณะนี้ 1 ราย ได้ยุติกระบวนการซักถามและส่งตัวกลับภูมิลำเนาแล้ว เนื่องจากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ขณะที่อีก 2 ราย ยังอยู่ในกระบวนการซักถามเพื่อขยายผลตามขั้นตอนของกฎหมาย

รองโฆษก รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากผลการสอบถามพยานบุคคล และผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เบื้องต้น พบว่า อาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับคดีความมั่นคงที่เคยเกิดขึ้นแล้วหลายคดี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลร่วมกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการขยายผลจากภาพกล้องวงจรปิด ผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยาน และข้อมูลจากพยานบุคคล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และจากการรวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่สรุปข้อมูลในชั้นต้นได้ว่า ผู้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงกับ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ อำเภอจะแนะ ซึ่งมี นายอับดุลเลาะ (สงวนนามสกุล) และ นายมะซอฟี (สงวนนามสกุล) เป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ยังมีผู้ร่วมก่อเหตุและผู้ให้การสนับสนุนอีกหลายรายที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการติดตามจับกุมและรูปคดี

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ทั้งการแจ้งเบาะแส การให้ข้อมูล และการอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน และเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินการตามหลักกฎหมาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสืบสวนมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือจากประชาชน หากมีข้อมูลหรือเบาะแสเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุหรือผู้เกี่ยวข้อง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ สถานีตำรวจ หรือสายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่ยังหลบหนี รวมถึงไม่กระทบต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอสงวนการเปิดเผยรายละเอียดเชิงยุทธวิธีและข้อมูลบางส่วนของคดีในระยะนี้ และยืนยันว่าจะเร่งติดตามผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็วที่สุด และใคร่ขอความร่วมมือจากทุกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ให้แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ต่อการดำเนินการตามกฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่กระทำความผิดทางอาญาซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนและส่งผลกระทบต่อสังคมส่วนรวมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง 
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More