จนท. เชิญ 2 บุคคลเข้าสู่กระบวนการซักถาม ขยายผลคดีคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

จนท. เชิญ 2 บุคคลเข้าสู่กระบวนการซักถาม ขยายผลคดีคนร้ายยิงและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ ใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี อ.ระแงะ จ.นราธิวาส



เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้เชิญตัวบุคคลที่คาดว่าอาจมีส่วนรู้เห็นหรือมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนคดีเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดแสวงเครื่องแบบไปป์บอมบ์ใส่เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวน 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 โดยได้เชิญตัวบุคคล 2 ราย ได้แก่ นายมะสาและ (สงวนนามสกุล) และ นางสาวนาดียา (สงวนนามสกุล) เพื่อเข้าสู่กระบวนการซักถามตามกฎหมาย



ภายหลังการเชิญตัว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการซักถามข้อมูลเบื้องต้น จัดทำบันทึกประวัติบุคคล บันทึกภาพ และบันทึกภาพเคลื่อนไหว เพื่อรวบรวมข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ ก่อนอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ควบคุมตัวเข้าสู่กระบวนการซักถาม โดย นายมะสาและ (สงวนนามสกุล) ถูกส่งตัวไปยัง ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 46 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส และ นางสาวนาดียา (สงวนนามสกุล) ถูกส่งตัวไปยัง ศูนย์ซักถาม หน่วยข่าวกรองทางทหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามตามกฎหมาย


ในการดำเนินการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 อย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการตามมาตรา 22 และมาตรา 23 มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรระแงะ พร้อมนำผู้ถูกเชิญตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลระแงะ รวมทั้งมีการบันทึกภาพการปฏิบัติทุกขั้นตอน เพื่อให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและสามารถตรวจสอบได้


นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประชาสัมพันธ์และชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำศาสนา ครอบครัวของผู้ถูกเชิญตัว และประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจต่อขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นไปตามหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และอยู่ภายใต้กระบวนการยุติธรรม


ทั้งนี้ การเชิญตัวเข้าสู่กระบวนการซักถามเป็นการดำเนินการเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและขยายผลการสืบสวน มิได้หมายความว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้กระทำความผิด และหากไม่ปรากฏพยานหลักฐานเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


.............................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
27 กรกฎาคม 2569

#ปาตานีไม่มีจริง
#ปาตานีแค่วาทกรรม
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#เพื่อสังคมสันติสุข
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More