กอ.รมน.ภาค 4 สน. ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คดีลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันจำนวน 4 จุด ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว
ต่อมา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้ควบคุมตัวนายอามีน (สงวนนามสกุล) เพื่อซักถามขยายผลตามกระบวนการกฎหมาย โดยข้อมูลที่ได้รับนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และสามารถระบุตัวผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่มเติม คือ นายอาสฮาห์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจากเหตุลอบวางระเบิดดังกล่าว
กระทั่งวันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2569)
เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี ได้บูรณาการกำลังร่วมกับ
หน่วยเฉพาะกิจสงขลา 40 เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ บ้านควนหรัน ตำบลเปียน
อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา และสามารถควบคุมตัวนายอาสฮาห์ (สงวนนามสกุล)
ผู้ต้องหาตามหมายจับไว้ได้
ภายหลังการควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายจับและแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมลงบันทึกการจับกุมไว้เป็นหลักฐาน ณ สถานีตำรวจภูธรบ้านโหนด อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา จากนั้นนำตัวเข้ารับการตรวจร่างกาย ณ โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อยืนยันสภาพร่างกายตามขั้นตอน ก่อนนำตัวเข้าสถานที่ควบคุมตัว ณ ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเบาะแส รวมถึงบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า













0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น