ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อบางสำนัก เกี่ยวกับประเด็นการมอบเสื้อเกราะให้ผู้นำศาสนาในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อใช้ระหว่างการปฏิบัติภารกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐนั้น
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนชี้แจงว่า แนวคิดดังกล่าว มิใช่นโยบายให้ผู้นำศาสนาสวมใส่เสื้อเกราะเป็นการทั่วไป และมิได้มีเจตนาให้ผู้นำศาสนากลายเป็นส่วนหนึ่งของกำลังปฏิบัติการแต่อย่างใด
การกล่าวถึงการสวมใส่เสื้อเกราะเป็นเพียงมาตรการด้านความปลอดภัย “เฉพาะกรณี” ในสถานการณ์บังคับใช้กฎหมายที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พื้นที่ที่อาจมีการใช้อาวุธ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้นำศาสนา ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเกลี้ยกล่อมให้ผู้เห็นต่างจากรัฐยุติการกระทำความผิด และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยแนวทางสันติวิธีที่ผ่านมา เคยมีกรณีผู้นำศาสนา ผู้นำท้องที่ และผู้นำท้องถิ่น ที่เข้าร่วมช่วยสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ได้รับอันตรายจากสถานการณ์ความรุนแรง จึงมีความจำเป็นต้องพิจารณามาตรการป้องกันความปลอดภัยในสถานการณ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ การดำเนินการใด ๆ จะอยู่ภายใต้หลักความสมัครใจของผู้นำศาสนา และพิจารณาตามความเหมาะสมของสถานการณ์เป็นสำคัญ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตระหนักถึงบทบาทอันทรงคุณค่าและความเป็นกลางของผู้นำศาสนา ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องประชาชน และยืนยันว่าไม่มีนโยบายใดที่จะกระทบต่อภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่น หรือสถานะความเป็นกลางของผู้นำศาสนาในพื้นที่อย่างเด็ดขาด
ในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ฮิจเราะห์ศักราช 1447 นี้ หน่วยงานความมั่นคงยังคงยึดหลักความอดทน อดกลั้น และหลีกเลี่ยงการสร้างเงื่อนไขที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง พร้อมทั้งมุ่งส่งเสริมสนับสนุนการประกอบศาสนกิจของพี่น้องมุสลิม และทำงานร่วมกับผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และภาคประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งสันติสุขและความปลอดภัยอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น