รองแม่ทัพภาคที่ 4 เปิดสัมมนาเสริมความรู้สิทธิมนุษยชนแก่เจ้าหน้าที่ความมั่นคง ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายตามหลักสากล ประจำปี 2569
>> วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช รีสอร์ท อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ระเบียบ ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง” ประจำปี 2569 จัดโดยสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ระหว่างวันที่ 18–20 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในโครงสร้างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เข้าร่วมจำนวนทั้งสิ้น 122 นาย
>> การจัดสัมมนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยยึดหลักนิติธรรม จรรยาบรรณ และการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน พร้อมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบ ขั้นตอน และวิธีปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายด้านความมั่นคง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการเคารพสิทธิและเสรีภาพตามหลักสากล
>> โอกาสนี้ พลตรี กรกฎ ภู่โชติ กล่าวว่า “การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างถูกต้อง เนื่องจากหากการปฏิบัติคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิได้ การอบรมครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ เพื่อให้สามารถใช้กฎหมายได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ควบคู่กับการตระหนักถึงหลักสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติหน้าที่ อันจะช่วยลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและสร้างความเชื่อมั่นต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในสายตาประชาชน อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ ความสามัคคี และความเป็นหนึ่งเดียวกันในการทำงานในฐานะข้าราชการของรัฐ โดยขอให้ผู้เข้าร่วมตั้งใจเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ”
>> โดยภายในกิจกรรมมีการบรรยายให้ความรู้จำนวน 5 หัวข้อ ประกอบด้วย กฎหมายความมั่นคง 3 ฉบับ และกฎหมายแนบท้าย รวมถึงระเบียบการควบคุมตัวตามมาตรา 15 ทวิ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 และมาตรา 11, 12 ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 , พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 และแนวทางการบันทึกภาพและเสียงขณะจับกุมและควบคุมตัวตามมาตรา 23 , การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ , ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และหลักสิทธิมนุษยชนที่สำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง , บทบาทและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
>> ภายหลังการสัมมนา ผู้แทนจากหน่วยต่างๆ จะนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดและขยายผลสู่กำลังพลในสังกัด เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับภารกิจในพื้นที่ โดยสำนักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะดำเนินการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อขัดข้องจากหน่วยปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในระยะต่อไป อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในพื้นที่ และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงให้ดำเนินไปอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวมอย่างยั่งยืนต่อไป
















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น