องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เดินหน้าเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัย และเยียวยา ดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมติดตามสถานการณ์ และการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ เดินหน้าเพิ่มมาตราการรักษาความปลอดภัย และเยียวยา ดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างยั่งยืน



วันนี้ (19 มกราคม 2569) เวลา 10.40 น. ที่ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมด้วย พลตรี ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พลตรี กรกฎ ภู่โชติ รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, พลตำรวจโท ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนคณะผู้บังคับบัญชา ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เข้าร่วมประชุม




 
โอกาสนี้ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับการประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้นำหรือเสาหลักของครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกระแสห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ ในหลายกรณีผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ เนื่องจากมีความพิการหรือบาดเจ็บรุนแรง อาทิ กรณีในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ที่สามีซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวได้รับบาดเจ็บถึงขั้นต้องผ่าตัดสมอง และมีความเสี่ยงสูงที่จะพิการ ส่งผลให้ครอบครัวขาดเสาหลักในการหารายได้

พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ระบุว่า จึงเห็นควรให้มีการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นระบบ เพื่อพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือในระยะยาว และนำข้อมูลดังกล่าวถวายรายงานแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะครอบครัวที่สูญเสียรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพ ทั้งนี้ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป



ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นเร่งด่วนหลายประเด็นในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะประเด็น การจัดทำ “รั้วชายแดนแบบปกติ และแบบอิเล็กทรอนิกส์” ตลอดแนวพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโกลก และอำเภอตากใบ ซึ่งมีลำน้ำกั้นไม่ได้กว้างมาก ทำให้ผู้กลุ่มผู้ก่อเหตุแรง ที่มีสามารถข้ามไป–มาได้สะดวก หากมีระบบรั้วป้องกันที่ทันสมัย จะช่วยให้การตรวจสอบ ควบคุม และบังคับใช้กฎหมายในการเข้า–ออกพื้นที่เป็นไปอย่างมีระบบมากขึ้น

ทั้งนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เสนอแนวทางดังกล่าวให้รัฐบาลพิจารณาแล้ว และหากสามารถเร่งรัดได้ จะเกิดประโยชน์ต่อความมั่นคงอย่างยิ่ง ส่วนประเด็นการบริหารพื้นที่ตอนกลางและพื้นที่หมู่บ้าน ซึ่งเป็นจุดที่ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะ ขณะนี้มีการวางแผนปรับโครงสร้างการปฏิบัติงานใหม่ โดยใช้กำลัง อส. เป็นชุดคุ้มครองตำบล และปรับให้ขึ้นตรงกับ ศปก.อำเภอ เพื่อเสริมภารกิจด้านการสร้างความเข้าใจ เนื่องจาก อส. เป็นคนในพื้นที่ รู้บริบทชุมชน 


สำหรับในเขตเมือง จะมีระบบรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ พร้อมทั้งได้มีการซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดในปั๊มน้ำมันเป็นเหตุที่ผู้ก่อเหตุเตรียมการล่วงหน้ากว่า 1 เดือน และเกิดขึ้นหลังจากกิจกรรมวันเด็กที่มีพี่น้องประชาชนและเด็ก ๆ ในพื้นที่ ร่วมกว่า 100,000 คน ได้ร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานภาครัฐ สะท้อนถึงการวางแผนที่ซับซ้อนและเจตนาสร้างสถานการณ์เชิงจิตวิทยา จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเชิงรุกและบูรณาการทุกหน่วยความมั่นคงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดเหตุซ้ำในอนาคต


#แม่ทัพภาคที่4 
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More