กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ กกล.ตร.จชต. แถลงความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด ล่าสุดสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 5 ราย จากหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้ากระบวนการซักถามแล้ว 2 ราย

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับ กกล.ตร.จชต. แถลงความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน 11 จุด ล่าสุดสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว 5 ราย จากหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเข้ากระบวนการซักถามแล้ว 2 ราย

พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากเหตุคนร้ายกระจายกำลังลอบระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 11 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา พลโท นรธิป โพยนอก  แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน พื้นที่ตอนกลาง และ ย่านเศรษฐกิจ พร้อมเร่งเข้าเยียวยาสภาพจิตใจประชาชนและเจ้าของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนทางด้านความคืบหน้าทางคดี พันตำรวจเอก ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุว่า จากการตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และวัตถุพยานในจุดเกิดเหตุพื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา, ตำบลกะรุบี อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี และตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ขณะนี้สามารถระบุตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 5 ราย โดยพบว่า 3 ใน 5 ราย มีประวัติเคยก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ปัตตานีและนราธิวาสมาแล้วหลายคดี




นอกจากนี้ ผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนปืนจำนวน 3 กระบอก ที่คนร้ายใช้ยิงใส่เจ้าของสถานีบริการน้ำมันในอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี พบประวัติเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ยิงเจ้าหน้าที่และราษฎรในพื้นที่อำเภอสายบุรี และอำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี รวมถึงเหตุยิงประชาชนเสียชีวิตเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และตำบลจวบ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส โดยได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 2 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุด ก่อนจะส่งดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม


ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอยืนยันว่าจะเร่งคลี่คลายคดีและติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มุ่งหวังทำลายระบบเศรษฐกิจมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหากพบเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1341 หรือหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า


0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More