กอ.รมน.ภาค 4 สน.รายงานความคืบหน้า เหตุคนร้ายลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน เสียชีวิต เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 68
จากกรณีคนร้ายลอบยิง อาสาสมัครทหารพราน
มะกอเซ็ง บาโระสะนอ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ขณะลาพัก เสียชีวิต
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน
เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุ จนสามารถเชื่อมโยงถึงผู้ต้องสงสัย ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เข้าบังคับใช้กฎหมาย บุคคลต้องสงสัย ในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และอําเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งสามารถเชิญตัวบุคคลต้องสงสัย รายละเอียดตามพื้นที่ ดังนี้
พื้นที่ อําเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส
สามารถเชิญตัวได้ จำนวน 2 ราย คือ
1. นายอับดุลการิม (สงวนนามสกุล) อายุ 32
ปี
2. นายเพาซัน (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี
พื้นที่ อําเภอรามัน จังหวัดยะลา
สามารถเชิญตัวได้ จำนวน 1 ราย คือ นายมูลฮัมหมัดฟิตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี
โดยการดำเนินการ ของเจ้าหน้าที่
ได้ยึดหลัก ยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้เชิญ ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน
หรือผู้นําทางศาสนา เข้าร่วมสังเกตการณ์การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอน
อีกทั้งเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย
พุทธศักราช 2565 ซึ่งบุคคลทั้ง 3 ราย ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี
โดยเจ้าหน้าที่ได้พบปะ พูดคุย สร้างความเข้าใจกับ บุคคลรอบข้าง
และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง ให้เข้าใจถึงขั้นตอนและกระบวนการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เชิญนายอับดุลการิม (สงวนนามสกุล) กับนายเพาซัน
(สงวนนามสกุล) ลงบันทึกการควบคุมตัวที่ สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ
ก่อนส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรือเสาะ และเชิญตัว ต่อไปยังศูนย์ซักถาม
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 สำหรับนายมูฮัมหมัดฟตรี (สงวนนามสกุล)
เจ้าหน้าที่ได้เชิญ ลงบันทึกการควบคุมตัว ณ สถานีตำรวจภูธรรามัน
ก่อนส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรามัน และเชิญตัวต่อไปยังศูนย์ซักถาม
หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
#สร้างความเข้าใจ
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า














0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น