🖤กอ.รมน.ภาค 4 สน.
ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย จากเหตุคนร้ายลอบยิง
บริเวณสนามฟุตบอล พื้นที่ หมู่ 2 ต.ดาโต๊ะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
🔴 จากเหตุการณ์คนร้ายไม่ทราบจำนวน
ใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงประชาชน ในงานแข่งขันกีฬาประจำปีองค์การบริหารส่วนตำบล
คอลอตันหยง ณ บริเวณสนามฟุตบอล พื้นที่หมู่ 2 ตำบลดาโต๊ะ อำเภอหนองจิก
จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 18.30 น. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต
จำนวน 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย มีรายละเอียด ดังนี้
1. ผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย ได้แก่
1.1
นายเชิดชัย พรมราชแก้ว อายุ 56 ปี ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลคอลอตันหยง
1.2 นายสิทธิชัย เพ็ชรสุริยา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านไร่
หมู่ที่ 6 ตำบลคอลอตันหยง
2. ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย ได้แก่
2.1
นายมะกอเซ็ง ดาโต๊ะ อายุ 58 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกยกระสุนปืน
บริเวณหน้าอกด้านซ้าย
2.2
นายณัฐศักดิ์ ศรียาน อายุ 38 ปี
นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลคอลอตันหยง
ถูกกระสุนบริเวณเหนือเข่าขวา กระดูกหักกระสุนทะลุผ่าน
2.3 นางสาว สุริยาณี อาลี ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาขวา
ซึ่งผู้บาดเจ็บได้ถูกนำตัวส่งเข้ารับการรักษา ณ
โรงพยาบาลปัตตานี เรียบร้อยแล้ว
🔴 ภายหลังเกิดเหตุ พลโท ศานติ ศกุนตนาค
แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4
ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย
พร้อมทั้งสั่งการคุมเข้มพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมวัตถุพยาน
และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด โดยเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่
ทุกฐานปฏิบัติการเพิ่มมาตรการควบคุมความปลอดภัย ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
สอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียของกำลังพลเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชน
ใช้ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อจำกัดเสรีการก่อเหตุ
คุมเข้มพื้นที่รับผิดชอบทุกตารางนิ้ว
🔴 ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4
ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากผู้ใดพบเบาะแส
หรือพบวัตถุต้องสงสัย แจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 /
ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค
4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
และขอเรียนให้ทราบว่าการให้ที่พักพิงหรือหลบซ่อนตัวแก่ผู้กระทำผิด เป็นความผิดตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด
หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ
โดยให้ที่พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด
เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น