รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน. ปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ
"ทบทวนงานด้านการเมือง และภาคประชาสังคม" มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจ
รวมพลัง รวมใจ เป็นหนึ่งเดียว
วันนี้ (10 เมษายน 2567)
เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท ปราโมทย์ พรหมอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า /
ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี เป็นประธานปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ
"ทบทวนงานด้านการเมือง และภาคประชาสังคม"
เพื่อหน่วยงานความมั่นคงได้ทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมนำความผิดพลาดเป็นบทเรียน
และปรับการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ให้พร้อมรับมือทันสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต
ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2567
โดยมีผู้แทนจากสำนักอำนวยการข่าวกรอง และ สำนักอำนวยการ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จำนวน 54 นาย
ร่วมกันระดมแนวคิดแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการแบ่งกลุ่ม Work-Shop
วิเคราะห์ตัวแสดงที่มีบทบาทอิทธิพลต่อปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความเข้าใจ
และร่วมกันวิเคราะห์ประเด็นการเมือง และภาคประชาสังคม
ร่วมกันจากวิทยากรพิเศษที่บรรยายให้ความรู้งานด้านการเมืองและภาคประชาสังคมระดับโลก
,นานาชาติ , ระดับชาติ และระดับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดย พลโท ปราโมทย์ พรหมอินทร์
ระบุว่าผู้รับการอบรมทุกคนล้วนแต่เป็นผู้มีองค์ความรู้ มีแนวคิดใหม่ๆ
สามารถวางกรอบกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
แม้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลา แต่แนวคิดและนโยบายยังคงอยู่
ซึ่งเราทุกคนล้วนต้องการพิชิตหัวใจแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรให้เกิดสันติสุขยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมกล่าวขอบคุณผู้รับการอบรมที่มองเห็นปัญหาอย่างถ่องแท้ รวมทั้งรู้ถึงปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆ
ร่วมระดมสมอง ตั้งแต่การยกตัวอย่างปัญหา อธิบายวิธีแก้ไข ภายใต้กรอบนโยบาย
และการปฏิบัติจริง นำจุดด้อย
จุดแข็งของการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาพื้นที่มาปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การปฏิบัติให้ดียิ่งขึ้น
ทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมปัจจุบัน รู้ทันแนวคิด
ยุทธศาสตร์ของกระบวนการที่เปลี่ยนไปอย่างไร กลุ่มไหนบ้าง
และพวกเราได้ข้อสรุปในการต่อสู้ทางการเมืองมีศักยภาพที่สูงขึ้น
การต่อสู้ด้วยการใช้อาวุธเป็นเพียงแค่การหล่อเลี้ยงของการ
ลดความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่เท่านั้น
เพราะประชาชนในพื้นพื้นที่ล้วนแต่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่
พร้อมกล่าวชื่นชมในข้อเสนอแนะ และการอธิบายการดำเนินงาน ล้วนเป็นเหตุเป็นผลน่าเชื่อถือของทั้ง
5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มเยาวชน, กลุ่มผู้นำสี่เสาหลัก, กลุ่มประชาชนทั่วไป, กลุ่มผู้เห็นต่าง
และกลุ่มนักการเมือง เชื่อมั่นว่าถ้าเรามีการร้อยเรียงหัวใจหลักของการอบรมฯ
อีกทั้งมีข้อเสนอแนะชัดเจน นำไปสู่การบันทึกเป็นเอกสารฉบับสมบูรณ์
เราก็จะเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
เห็นทั้งสภาพปัญหาของกลุ่มขบวนการและปัญหาของพวกเราควบคู่การนำทุกแนวคิด ทุกแนวนโยบายที่ผ่านมาทบทวน
หากสิ่งไหนดีอยู่แล้วทำต่อไป
สิ่งไหนผิดพลาดนำเป็นบททดสอบและเรียนรู้ปรับให้ดียิ่งขึ้น
ให้สามารถสานต่อได้อย่างเป็นระบบตรงความต้องการของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่
เพื่อนำพาสันติสุขกลับสู่พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน
ด้าน พันโท สุริยะ สัมพันธรัตน์ ผู้บังคับชุดควบคุมที่ 951 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข หนึ่งในตัวแทนกลุ่มผู้รับการอบรมฯ
เปิดเผยว่าภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันเยาวชนบางกลุ่มยังมีแนวความติดเห็นต่างจากรัฐ
โดยหน่วยงานภาครัฐต้องบูรณาการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน
ผู้ปกครอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านองค์ความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาระบบการคิด
การค้นหาคำตอบที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลเกี่ยวกับสถานการณ์ความเป็นจริงแก่เยาวชนในพื้นที่
ส่งเสริม สนับสนุน
และผลักดันบทบาทการมีส่วนร่วมการตัดสินใจเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
พร้อมนำโมเดลการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ครอบคลุมทุกตำบลในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งใหม่ พร้อมส่งเสริมศักยภาพและทักษะให้เติบโตสมวัย
สนุกและแข็งแรงตามหลักสูตรการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
กระทรวงศึกษาธิการ เพิ่มโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ควบคู่การเรียนรู้ภาษา
วัฒนธรรม
วิถีชีวิตในสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างทั่วถึงเท่าเทียมในผู้เรียนทุกคนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม
มีผู้ปกครองทำหน้าที่ดูแล หรือเป็นครูเฉพาะกิจ
เพื่อกระตุ้นส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับบุตรหลานตนเอง
ภายใต้การขับเคลื่อนตามหลักฮูกุมปากัต หรือ ธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนต้องบูรณาการด้านการศึกษาทั้งระดับปฐมวัย
และมัธยมศึกษา เพื่อคัดเด็กมีศักยภาพ เรียนดี ร่างกายแข็งแรง
สร้างทัศนคติที่ดีต่อเด็ก ขับเคลื่อนอนาคตของชาติ โดยใช้หลัก Premium
Cam “พรีเมี่ยม แคมป์” จัดทัศนศึกษานอกห้องเรียน
พร้อมยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษา
นำลูกเสือบำเพ็ญประโยชน์ จิตอาสา ช่วยเหลือสังคม สร้างทักษะให้ช่วยเหลือตนเอง
และผู้อื่นได้ ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 10 สำหรับระดับอุดมศึกษาควรจัดให้
มีกิจกรรมเสวนาให้ภาคประชาชนทั่วไปมีเวทีกลางในการพูดคุยระดับพื้นที่
ให้เยาวชนได้มีความคิดในการพิจารณาเหตุผล
เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ร่วมสร้างสรรค์สังคมสมานฉันท์ ลดการใช้ความรุนแรงโดยการสนับสนุนแนวทางแห่งสันติวิธี
ถ่ายทอดให้ในและนอกพื้นที่ได้รับรู้อย่างทั่วถึง
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



















0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น