มกราคม 16, 2564
ศปชส.กอ.รมน.ภาค 4 สน.
แม่ทัพภาคที่ 4 จัดตั้งที่บังคับการทางยุทธวิธี เพิ่มความเข้มงวด ควบคุมพื้นที่ชายแดน ป้องกันผู้หลบหนีเข้าเมือง ควบคุมการแพร่ระบาด โควิด-19


ตามที่กระทรวงมหาดไทยออกประกาศ เรื่อง อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ ภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ระลอกใหม่ ซึ่งมติรัฐมนตรีเห็นชอบการผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ กัมพูชา ลาว เมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานถูกต้องตามกฏหมายเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยใช้อำนาจตามมาตราที่ 17 แห่งราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการแพร่ระบาดโรค จำเป็นต้องให้แรงงานต่างด้าวแสดงตน ลงทะเบียนตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย โดยแจ้งความประสงค์จะอยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงาน จากกรณีดังกล่าว มีรายงานด้านการข่าวว่า แรงงานต่างด้าว หรือแม้แต่คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย ที่ขณะนี้ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ควบคุมการสัญจร ปิดประเทศอยู่นั้น จะทำการลักลอบเข้ามายังประเทศไทยตามแนวชายแดน ผ่านช่องทางธรรมชาติโดยผิดกฎหมายตามเส้นทางในพื้นที่ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอแว้งของจังหวัดนราธิวาส มากขึ้น ซึ่งนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2563 จนถึงปัจจุบันได้มีการจับกุมบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายจำนวน 26 ครั้งผู้ต้องหาจำนวน 192 คน และจากรายงานของหน่วยในพื้นที่แรงงานต่างด้าวในจังหวัดนราธิวาสมีการลงทะเบียนถูกต้องอยู่ที่ 1,660 คน หลังจากที่มีประกาศของกระทรวงมหาดไทย ก็ได้มีนายจ้างได้พาลูกจ้างมาแสดงตนลงทะเบียนเพิ่มขึ้น

จากกรณีดังกล่าวแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า "ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จัดตั้งที่บังคับการทางยุทธวิธี เพื่อเพิ่มความเข้มงวดและควบคุมการปฏิบัติตามแนวชายแดน สกัดกั้นพื้นที่รับผิดชอบ อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโก-ลก และ อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เพิ่มมาตรการในการลาดตระเวน อย่างเข้มข้นทุกตารางนิ้ว สกัดกั้นทางน้ำ และชุดปฏิบัติการจรยุทธตามแนวชายแดน โดยได้บูรณาการคนและเครื่องมือร่วมกับทุกภาคส่วนในการบังคับใช้กฎหมายตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด การเสริมกำลังตามแนวชายแดน โดยเฉพาะช่องทางที่มีชุมชนหรือหมู่บ้านอาศัยอยู่ใกล้แนวชายแดน การจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และการจัดตั้งแหล่งข่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นการลักลอบการหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พร้อมทั้งชี้แจง สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 สร้างความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ เป็นหูเป็นตา
ช่วยกันสกัดกั้นการกระทำผิดตามแนวชายแดน ตัดต้นตอของขบวนการ" ก่อนเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายเฝ้าระวังป้องกันตนเอง ให้มีความปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19■■■
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น