รมว.กลาโหม บูรณาการทุกภาคส่วน เตรียมรับมืออุทกภัยภาคใต้ทุกจังหวัด ย้ำ “ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ” มองภาพเดียวกัน เชื่อมโยงการทำงานทุกระดับ พร้อมช่วยประชาชนก่อนเกิดภัย

รมว.กลาโหม บูรณาการทุกภาคส่วน เตรียมรับมืออุทกภัยภาคใต้ทุกจังหวัด ย้ำ “ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ” มองภาพเดียวกัน เชื่อมโยงการทำงานทุกระดับ พร้อมช่วยประชาชนก่อนเกิดภัย


6 ตุลาคม 2569 พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงกลาโหม กองทัพ และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย โดยมุ่งบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด ทั้งการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย การเตรียมกำลังและทรัพยากรช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนการเยียวยาฟื้นฟู โดยนำบทเรียนจากอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 มาใช้ประกอบการวางแผนป้องกันล่วงหน้า


จุดแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะเดินทางไปยังประตูระบายน้ำหน้าควน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจากนายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 กรมชลประทาน เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทาน เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำหลากในปี 2569

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ร่วมประชุม ณ มณฑลทหารบกที่ 42 โดยมีผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานฝ่ายทหารที่เกี่ยวข้อง ร่วมรายงานสถานการณ์และหารือแนวทางเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในภาพรวมของภาคใต้


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญคือการทำให้ทุกหน่วยงาน “มองภาพสถานการณ์บนกระดานเดียวกัน” โดยนำข้อมูลด้านสภาพอากาศ ปริมาณน้ำฝน การบริหารจัดการน้ำ พื้นที่เสี่ยงภัย และศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาพิจารณาร่วมกัน โดยเฉพาะการจัดแบ่งพื้นที่รับผิดชอบให้สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงานที่มีเขตการปฏิบัติงานแตกต่างกัน เพื่อให้ทราบอย่างชัดเจนว่าแต่ละพื้นที่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบหลัก หน่วยงานใดสนับสนุน และสามารถประสานการปฏิบัติได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์


ในการประชุม ผู้แทนกรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานแนวโน้มสภาพอากาศและปริมาณน้ำฝน ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำรายงานระบบติดตามสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ส่วนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาได้ชี้แจงการเตรียมความพร้อมและกลไกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัด (EOC) ซึ่งมีหน่วยงานฝ่ายทหารร่วมสนับสนุนการปฏิบัติ


ด้าน นายตระกูล โทรธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งร่วมคณะลงพื้นที่ ได้ร่วมการหารือในมิติการบริหารจัดการภาพรวมของกระทรวงมหาดไทย ทั้งกลไกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับจังหวัดและพื้นที่ ตลอดจนประเด็นด้านการบริหารทรัพยากรและการใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางสนับสนุนการปฏิบัติให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่และระเบียบที่กำหนด โดยมุ่งให้การประสานงานระหว่างกระทรวงมหาดไทยและฝ่ายทหารสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะที่ พลเอก นรธิป โพยนอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมของหน่วยทหารทุกระดับ ทั้งกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ รวมถึงการประสานงานกับหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ทันที โดยไม่ต้องรอ ให้เกิดสถานการณ์ก่อนจึงเริ่มเตรียมการ



ด้าน พลเอก ณัฐพงษ์ เพราแก้ว เสนาธิการทหาร ได้นำเสนอแนวคิดการเชื่อมโยงกลไกบัญชาการและการประสานงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตั้งแต่ระดับประเทศจนถึงระดับจังหวัด รวมถึงแนวทางการแบ่งพื้นที่ประสานการปฏิบัติในภาคใต้ออกเป็น 3 ส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดและเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ โดยข้อเสนอดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการหารือ และจะนำไปประสานกับอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่ ก่อนนำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป


เสนาธิการทหารยังได้กล่าวถึงบทเรียนสำคัญจากอุทกภัยหาดใหญ่ปี 2568 ที่ต้องนำมาปรับปรุงการเตรียมความพร้อมใน 3 ด้าน ได้แก่ การพยากรณ์และประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน การสื่อสารแจ้งเตือนและช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง และการเตรียมมาตรการเยียวยาฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนเกิดภัยจนถึงระยะฟื้นฟู


ส่วน พลโท ณัฐวุฒิ ภาสุวาณิชพงศ์ รองเสนาธิการทหารบก ได้ชี้แจงการเตรียมความพร้อมของกองทัพบกผ่านกลไกศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ซึ่งมีการจัดกำลังรองรับสถานการณ์ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับกองร้อย กองพัน ไปจนถึงมณฑลทหารบก โดยมีชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน (ชป.กร.) และกำลังพลประสานงาน ทำหน้าที่เชื่อมโยงการปฏิบัติกับหน่วยงานพลเรือนในพื้นที่ เพื่อให้สามารถระดมกำลังและทรัพยากรสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า “ข้าศึกของเราตอนนี้คือน้ำ” พร้อมเน้นย้ำว่ารัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยการลงพื้นที่จังหวัดสงขลาครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเฉพาะการเตรียมรับมืออุทกภัยในจังหวัดสงขลา แต่เป็นการวางแผนในภาพรวมของภาคใต้ทุกจังหวัด ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร โดยใช้กลไกการทำงานที่มีอยู่ของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และภูมิภาค เชื่อมโยงกับการเตรียมความพร้อมของหน่วยทหารในแต่ละระดับ เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน


นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการดูแลช่วยเหลือประชาชน รวมถึงมาตรการด้านการประกันภัยพิบัติ ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสร้างการรับรู้และความเข้าใจ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมพร้อมสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและรับผิดชอบโดยตรง โดยนำศักยภาพของกองทัพทั้งกำลังพล เครื่องมือ และยุทโธปกรณ์ มาเสริมการปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของการหารือคือการทำให้ทุกหน่วยงานมีข้อมูลสถานการณ์ร่วมกัน มีพื้นที่รับผิดชอบและกลไกประสานงานที่ชัดเจน สามารถเตรียมความพร้อมและระดมทรัพยากรช่วยเหลือประชาชนได้อย่างเป็นเอกภาพ โดยไม่ต้องรอให้เกิดภัยพิบัติก่อนจึงเริ่มวางแผน เพื่อให้สามารถลดความสูญเสียและนำความช่วยเหลือไปถึงพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงที่สุด

......................................................
สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




“ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา“ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับ ผอ.สำนักงานทางหลวงที่ 18 บูรณาการคมนาคม–ความปลอดภัย เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายแดนใต้

“ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมพัฒนา“ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้การต้อนรับ ผอ.สำนักงานทางหลวงที่ 18 บูรณาการคมนาคม–ความปลอดภัย เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายแดนใต้


วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) เวลา 13.20 น. พลโท ชาคริต อุจะรัตน แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ให้การต้อนรับ นายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 18 พร้อมด้วยคณะผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องรับรอง อาคาร 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี


การเข้าพบครั้งนี้ คณะสำนักงานทางหลวงฯ ได้ร่วมแสดงความยินดีกับ พลโท ชาคริต อุจะรัตน เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมทั้งหารือข้อราชการและแนวทางการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอาทิ ระบบคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ รวมถึงการเพิ่มขบวนรถไฟ เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของพี่น้องประชาชนและลดความแออัดในการใช้บริการ ระบบคมนาคมขนส่ง


นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ก่อสร้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุทำลาย เพื่อให้การดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีความปลอดภัย



นายจอมปวีร์ จันทร์หิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 18 กล่าวว่า สำนักงานทางหลวงพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน



ด้านแม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารสำนักงานทางหลวงที่เดินทางมาแสดงความยินดี พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และพร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันดูแลความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่น และขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน


......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

เติมยิ้มสร้างขวัญและกำลังใจ ฉก.ทพ. 44 ลงพื้นที่สายบุรี มอบไม้เท้าพยุงเดิน และสิ่งของช่วยเหลือผู้สูงอายุ

เติมยิ้มสร้างขวัญและกำลังใจ ฉก.ทพ. 44 ลงพื้นที่สายบุรี มอบไม้เท้าพยุงเดิน และสิ่งของช่วยเหลือผู้สูงอายุ 


หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 44 โดย กองร้อยทหารพรานที่ 4401 นำกำลังพลชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนและสร้างขวัญกำลังใจแก่ นางนุ้ย ไชยยำคำ อายุ 88 ปี ผู้สูงอายุในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลทุ่งคล้า อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อแสดงความห่วงใยและดูแลประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้พูดคุยสอบถามถึงปัญหาข้อขัดข้องในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ตลอดจนเป็นการสร้างความอุ่นใจและรอยยิ้มให้กับผู้สูงอายุ



นอกจากนี้ ยังได้มอบไม้เท้าพยุงเดิน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องการทรงตัวและการเคลื่อนไหวที่ไม่สะดวก ให้คุณยายสามารถก้าวเดินได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และพึ่งพาตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น ถือเป็นการส่งเสริมสุขภาวะ ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า




“เสาธง 5 นาที” ทำดีร่วมกัน!ขับเคลื่อนฮูกุมปากัต 9 ดี ที่โรงเรียนบ้านท่าเรือ

“เสาธง 5 นาที” ทำดีร่วมกัน!ขับเคลื่อนฮูกุมปากัต 9 ดี ที่โรงเรียนบ้านท่าเรือ


เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น.  ณ หมู่ที่ 5 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 โดย กองร้อยทหารพรานที่ 4308 เข้าพบปะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าเรือ คณะครู และนักเรียน พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง 5 นาที เพื่อเสริมสร้างความผูกพันและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกับสถานศึกษา


ทั้งนี้ยังได้มีการให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับโทษภัยของยาเสพติด พร้อมทั้งแนะนำประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย เพื่อปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งการสร้างความเข้าใจ ความตระหนักรู้ถึงการยุติความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมพลังต่อต้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ รวมถึงร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดเขตสุขภิบาลภายในโรงเรียน



การลงพื้นที่ในครั้งนี้ยังเป็นการขับเคลื่อน “ฮูกุมปากัต” หรือธรรมนูญหมู่บ้าน 9 ดี โดยเน้นในดีที่ 1 คือการปลูกฝังจิตสำนึกให้ทุกคนทำดี ละเว้นความชั่ว เกรงกลัวต่อบาปตามหลักธรรมคำสอนทางศาสนาที่บริสุทธิ์ มีสำนึกรักมาตุภูมิ และยกย่องรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างพื้นฐานความดีและความสงบสุขให้เติบโตขึ้นในหมู่เยาวชนและชุมชน 

......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม 2569

#ทรงพระเจริญ 
#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า



รวมใจภักดิ์ จังหวัดปัตตานี รวมพลังจิตอาสา พัฒนามัสยิดกลาง เตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

รวมใจภักดิ์ จังหวัดปัตตานี รวมพลังจิตอาสา พัฒนามัสยิดกลาง เตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. ที่ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นำหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง จิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด เก็บขยะ กำจัดวัชพืช และปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานีเพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานที่สำหรับการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งจะเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สวยงาม และสมพระเกียรติ



ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี มีกำหนดเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 โดยจะพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2569 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดและอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2567 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครู และนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ที่ได้รับการคัดเลือก ประจำปี 2569 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี



นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมจิตอาสาในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของส่วนราชการและประชาชนจิตอาสาในการร่วมกันพัฒนาพื้นที่และเตรียมความพร้อมด้านสถานที่ เพื่อให้การรับเสด็จฯ และการเสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ




......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม  2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#แม่ทัพภาคที่ 4
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
ขอขอบคุณภาพ/ข่าว : บดินทร์ ส.ปชส.ปน.

หน่วยเฉพาะกิจยะลา จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่ผู้บังคับหน่วยฯ ส่งต่อภารกิจ สานต่อความมุ่งมั่นเพื่อประชาชน

หน่วยเฉพาะกิจยะลา จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่ผู้บังคับหน่วยฯ ส่งต่อภารกิจ สานต่อความมุ่งมั่นเพื่อประชาชน


เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลา 09.09 น. หน่วยเฉพาะกิจยะลา จัดพิธีรับ–ส่งหน้าที่ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ระหว่าง พลตรี อภินันท์ แจ่มแจ้ง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา (ท่านเก่า) ส่งมอบหน้าที่ให้แก่ พลตรี สุจินต์ ทรัพย์สิน ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา (ท่านใหม่) เพื่อส่งต่อภารกิจ พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำลังพลในการดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ณ หน่วยเฉพาะกิจยะลา ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี



โอกาสนี้ พลตรี อภินันท์ แจ่มแจ้ง ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลและเจ้าหน้าที่ทุกนาย ที่ร่วมแรงร่วมใจ ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญา และความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ตลอดห้วงที่ผ่านมา จนภารกิจสำคัญของหน่วยสำเร็จลุล่วงด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนและส่วนราชการในพื้นที่


การรับ–ส่งหน้าที่ในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งต่อภารกิจและความรับผิดชอบ เพื่อสานต่อการทำงานด้วยความมุ่งมั่น เดินหน้าดูแลประชาชน เสริมสร้างความปลอดภัย และร่วมสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง



......................................................
ศูนย์ประชาสัมพันธ์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า
6 ตุลาคม  2569

#เพื่อสังคมสันติสุข
#สันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ไทยรัฐออนไลน์

โพสทูเดย์

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More